
สถานทูตจีนเปิดบ้านครั้งแรก ฉลองตรุษจีนยิ่งใหญ่
โดย...ปอย
โดย...ปอย
เฮงๆๆ รับปีม้ามงคล สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นำโดย ฯพณฯ หนิง ฝูคุ่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ที่เพิ่งเดินทางมาประจำตำแหน่งเป็นปีแรก เปิดบ้านเป็นเจ้าภาพจัดงานฉลองปีใหม่จีน หรือตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นการตอกย้ำสายความสัมพันธ์อันดีทางวัฒนธรรมระหว่างไทยจีนที่มีมาอย่างยาวนาน ภายใต้ชื่องาน “รับตรุษจีนปีม้าอันทรงพลัง ข้ามประตูสู่แดนมังกร” ร่วมด้วยเจ้าสัวนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนแถวหน้าของประเทศร่วมงานคับคั่ง เช่น เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งไทยเบฟเวอเรจ เจ้าสัวไกรสร จันศิริ แห่งไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ พินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ และธนาคารแห่งประเทศจีน ท่ามกลางเหล่าคนดังจำนวนมาก อาทิ คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อรัญญา มาลีนนท์ วิกรม กรมดิษฐ์ องอาจ คล้ามไพบูลย์ จาตุรนต์ ฉายแสง ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ปัญจพร โชติจุฬางกูร เอมอร ศรีวัฒนประภา ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
ฯพณฯ หนิง ฝูคุ่ย เอกอัครราชทูต ขึ้นเวทีกล่าวต้อนรับและอวยพรในโอกาสปีใหม่นี้ว่า “ขออวยพรให้มิตรภาพไทยจีน พัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เฉกเช่นแม่น้ำแยงซีเกียงกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลรินอย่างต่อเนื่อง มุ่งไปข้างหน้าไม่ขาดสาย”
เบิกฤกษ์รัวกลองเปิดงานของท่านทูตหนิง ฝูคุ่ย เคียงข้างด้วยมาดามชู ชิงหลิง ภริยา จากนั้นเป็นการแสดงสุดตระการตาที่เริ่มต้นขึ้นด้วยการแสดงของมังกรทองความยาว 57 เมตร เปรียบได้กับการเริ่มต้นเข้าสู่ปี พ.ศ. 2557 อย่างสง่างาม เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ตามด้วยการแสดงเชิดสิงโต 9 ตัว ซึ่งตามตำนานความเชื่อแต่โบราณกาลของชาวจีน สิงโตมี 9 หัว นำขบวนโดยสิงโตสีดำ ที่สื่อความหมายถึงการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป เพื่อเตรียมรับสิริมงคลในโอกาสเริ่มต้นปีใหม่นี้ โอกาสนี้เองท่านทูตและภริยาได้ผูกผ้าให้กับมังกรและสิงโต และปิดท้ายด้วยการแสดงชุด “รับตรุษจีนปีม้าอันทรงพลัง ข้ามประตูสู่แดนมังกร” ภายใต้คอนเซปต์ “เปิดตำนานแดนมังกรล่องเรือสู่ดินแดนใหม่” บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ยาวนาน สื่อถึงวิถีการดำเนินชีวิตของชาวจีนในสมัยก่อน ที่ต้องเดินทางมาค้าขายทำมาหากินยังผืนแผ่นดินของไทย ที่เรียกว่าเส้นทางสายไหม จนร่ำรวยมั่งคั่ง ส่งผลให้ไทยและจีนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันจนมาถึงทุกวันนี้







