วัดจันทราราม หรือวัดท่าซุง
จ.อุทัยธานี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในสถานที่ที่ต้องตั้งใจไป เพราะอยู่นอกเส้นทางสายเอเซีย จริงๆ
โดย...นภดล ชูกลิ่น
จ.อุทัยธานี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในสถานที่ที่ต้องตั้งใจไป เพราะอยู่นอกเส้นทางสายเอเซีย จริงๆ ระยะทางแยกจากสายเอเซียมุ่งเข้าสู่ตัว จ.อุทัยธานี มีระยะทางไม่ไกลมาก ผมมีโอกาสได้แวะเข้าไปที่ จ.อุทัยธานี ทำให้ผมทราบว่าจังหวัดนี้มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ตั้งแต่การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เพราะที่นี่เป็นปากทางขึ้นวนอุทยานห้วยขาแข้ง ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ของคนไทย จนได้เป็นมรดกโลกอันเป็นที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ แต่ก็ต้องแลกมากับบุคลากรที่สำคัญในวงการอนุรักษ์ป่าไม้ ได้แก่ “สืบ นาคะเสถียร”
การจากไปของคุณสืบเป็นเพียงการจากไปของสังขาร แต่อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของคุณสืบยังคงดำรงอยู่ จนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทัศนะการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เอาไว้ผมค่อยหาข้อมูลห้วยขาแข้งในทัศนะและประสบการณ์ของผมมาเล่าให้ฟังอีกครั้งนะครับ ย้อนกลับมาที่ตัว จ.อุทัยธานี ผมมีโอกาสได้เข้าไปสักการะ “วัดท่าซุง” วัดที่มีความเก่าแก่ มีอายุยืนยาวมาหลายร้อยปีตั้งแต่ตอนต้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่หลังจากหลวงพ่อฤๅษีลิงดำที่เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์วัด จนวัดมีสิ่งก่อสร้างที่งดงามใหญ่โตมากๆ เช่น วิหารแก้ว หรือปราสาททองคำ ผมได้เข้าไปถ่ายภาพภายในปราสาททองคำ ช่างมีความงดงามเป็นอย่างมาก โดยปราสาททองคำถูกสร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ตัวอาคารปราสาททองคำจะถูกสร้างอยู่ด้านหลังสุดของวัด ถ้าหากท่านเข้าไปสักการะวิหารแก้วจะอยู่ด้านหน้าของวัด การเข้าสักการะในวิหารแก้ว ท่านจะได้สักการะพระศพของหลวงพ่อที่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย กับสักการะองค์พระพุทธชินราชจำลองที่มีความงดงามมาก การตกแต่งวิหารหลังนี้ใช้กระจกในการประดับประดาและตกแต่งอาคาร ซึ่งมีความยาวของตัวอาคารประมาณ 100 เมตร บางครั้งชาวบ้านจึงนิยมเรียกวิหารหลังนี้ว่า วิหารแก้ว 100 เมตร กันจนติดปาก การเข้าสักการะจะมีช่วงเวลากำหนดในการเข้าชมในแต่ละรอบ ต้องขออภัยที่ผมจำเวลาไม่ได้ชัดเจนนัก ลองตรวจสอบกับทางวัดก่อนเดินทางไปเยี่ยมชม จากวิหารแก้วไปสู่ปราสาททองคำ ผมไม่แนะนำให้เดินไปนะครับ ด้วยอาณาเขตของวัดที่กว้างขวางใหญ่โตมาก คงต้องใช้รถขับไปนะครับ ความงดงามของปราสาททองคำมีความงดงามตั้งแต่ภายนอกและภายใน
ช่างที่แกะสลักปิดทองประดับประดาทั้งอาคาร คงต้องใช้ช่างฝีมือชั้นสูงในการก่อสร้างและตกแต่ง ซึ่งผมเห็นแล้วประทับใจมาก เพราะนึกถึงช่างฝีมือเหล่านี้แล้ว กลัวเขาจะหายไปจากวงการช่างฝีมือไทย อย่างน้อยๆ อาคารนี้ก็น่าจะทำให้ช่างดำรงคงอยู่ได้ เท่าที่ผมสังเกตดู ผมเชื่อว่าวัดนี้ยังคงดำเนินการก่อสร้างสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาอีกเป็นจำนวนมาก และยังคงใช้เวลาอีกยาวนาน ซึ่งถ้าเสร็จสมบูรณ์จะเป็นสถานที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าจะเป็นสัญลักษณ์ประจำ จ.อุทัยธานี ได้อีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียวนะครับ ท่านผู้อ่านลองแวะไปชมกันนะครับ


