
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า คน
ความทุกข์เล็ดลอดเข้ามาสู่ชีวิตเราทุกคืน ทุกวันทุกคืน ทุกคืนทุกวัน ตามอัตราของการยึดติดถือมั่น นี่คือทุกขัง
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ความทุกข์เล็ดลอดเข้ามาสู่ชีวิตเราทุกคืน ทุกวันทุกคืน ทุกคืนทุกวัน ตามอัตราของการยึดติดถือมั่น นี่คือทุกขัง เกิดจากความยึดติดถือมั่นในตัวกูของกู ในตัวฉันของฉัน
ถ้าเราคิดว่า ฉันเก่ง ฉันเจ๋ง ฉันแน่ ฉันมีตัวมีตน ฉันเป็นคนสำคัญล่ะก็ หนีไม่พ้นจะต้องทุกข์ แท้ที่จริงตัวกูของกูมีไหม ตัวฉันของฉันมีไหม มันเป็นเพียงองค์ประกอบชนิดหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า คน เท่านั้น
มองกว้างๆ ก็คือ ธาตุ 4 ขันธ์ 5 ธาตุ 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และจิตใจ รวมกันเข้าก็เป็นสิ่งมีชีวิต เราสมมติเรียกสิ่งมีชีวิตนี้ว่า คน
คนที่มีอวัยวะอย่างนี้เรียกว่า คนผู้ชาย มีอวัยวะอย่างนี้เรียกว่า คนผู้หญิง แล้วตั้งชื่ออย่างนี้ นาย ก. นาง ข. นาย ก. นาง ข. เรียนจบแล้วได้ทำงานตำแหน่งนี้ตำแหน่งนั้นกลายเป็นท่าน พอเป็นท่านแล้วทุกข์มากไหม ทุกข์นะ พอเป็น ฯพณฯ ท่าน แล้วทุกข์ไหม ทุกข์หนักกว่าอีก
ความทุกข์ของเรา ขยายตัวตามเงาของอัตตา ยึดติดถือมั่นในอัตตา คือ ตัวกู มากแค่ไหนก็ทุกข์ ขยายมากไปเท่านั้น แยกแยะวิเคราะห์ชีวิตต่อไปอีก เป็นขันธ์ 5 เหมือนหินแต่ละก้อน
ขันธ์ที่ 1 หรือ องค์ประกอบของชีวิตข้อที่ 1 เขาเรียกว่า รูป คือองค์ประกอบส่วนที่เป็นกาย ส่วนที่หยิบจับสัมผัสแตะต้องได้ รูปก็คือตัว Body เนื้อของเรา ตัวของเรานี้ เขาเรียกว่ารูป
หินก้อนที่ 2 คือ เวทนา คือความรู้สึก ชอบ ไม่ชอบ หรือเฉยๆ ชังหรือรัก หรือไม่รัก ไม่ชัง นี่เขาเรียกว่าเวทนา
หินก้อนที่ 3 สัญญา คือความจำได้หมายรู้ ในจิตของเรา จะมีพลังงานอยู่ชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่จดจำรายละเอียดต่างๆ เป็นดังหน่วยความจำ
ความจำนี้เก็บสั่งสมมานานมาก หลายแสนหลายล้านชาติภพ จดจำทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วจะทำงานร่วมกับพลังกรรม จะถ่ายทอดเป็นพลังกรรม แล้วจะถ่ายทอดเป็นโค้ด หรือรหัสแห่งชีวิตของเราในทุกภพทุกชาติ อยู่ในตัวนี้ สัญญา คือ ความทรงจำ รูป เวทนา สัญญา
หินก้อนที่ 4 คือ สังขาร สังขาร คือ ความคิด
เราคิดกันไหม วันหนึ่งคิดเยอะมาก คิดตลอดเวลา บางคนหลับแล้วก็ยังคิด คิดต่อในฝัน คืนหนึ่งๆ ฝันตั้งหลายเรื่อง รับเชิญไปเล่นในฝันคนอื่นมั่ง เชิญคนอื่นมาแสดงในฝันตัวเองมั่ง ตื่นมาเหนื่อย นี่คือ สังขาร
คิดอยู่ตลอดเวลา คนจำนวนมากในโลกนี้เป็นทุกข์เพราะความคิด ปล่อยให้อดีตมากรีดปัจจุบันครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกข์จบไปเมื่อ 5 ปี 10 ปีที่แล้ว แต่ยังเก็บเอามาย้ำคิดย้ำทำ ทุกข์ซ้ำทุกข์ซากอีก นี่คือสังขาร
คนที่ชอบรีไซเคิลความทุกข์ เป็นคนหาเคราะห์ใส่ตัว คนอื่นไม่ได้ทำให้เขาทุกข์ แต่เพราะเขาไม่รู้ทันความคิด เขาจึงย้ำคิดย้ำทำทุกข์
บางคนกลายเป็นโรคซึมเศร้า อยู่คนเดียวไม่เป็น คนอยู่คนเดียวไม่เป็น อยู่ที่ไหนต้องกดโทรศัพท์ อยู่ที่ไหนต้องแตะ บีบี อยู่ที่ไหนต้องเข้าเฟซบุ๊ก อยู่ที่ไหนต้องกดไอแพด
ให้อยู่นิ่งๆ ให้หลับตา 5 นาที ดิ้นรนจะเป็นจะตาย อย่างกับปลาที่ถูกนำมาวางบนบก นี่คือสังขาร ความคิด ปรุงแต่ง มันปรุงไปมันแต่งไป
บางครั้งปรุงดีก็ยิ้ม ปรุงตัวเองเป็นนางฟ้า ยิ้ม ปรุงตัวเองเป็นนางเอกก็ยิ้ม ปรุงไปปรุงมา ปรุงตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำ สามีตบครั้งเดียว ย้ำแล้วย้ำอีก มันตบฉัน ไม่เห็นคุณค่าของฉัน ฉันคิดว่าฉันจะตายกับแก แต่แกกลับคิดว่าจะเอาฉันให้ตาย ทุกข์แล้วทุกข์อีกว่าเลือกคนผิด เขาตบครั้งเดียว ทุกข์ 10 ปี เขาด่าครั้งเดียว ทุกข์ 10 วัน เพราะสังขารมันปรุงไป ตัวร้ายเลยนะสังขารนี่ ร้ายมากๆ เพราะมันเกิดตลอดเวลา ความคิดไม่ติดไฟแดง มันคิดขึ้นมาเราไม่ค่อยรู้ทัน
แต่ถ้าใครรู้ทันความคิด ความทุกข์หายจากชีวิตไป 90 เปอร์เซ็นต์ เห็นความคิดเท่ากับเห็นธรรม เราเริ่มเห็นความคิดบ้างหรือยัง เริ่มวอบแวบๆ บ้างหรือยัง
ขอให้ลองหลับตา หลับตาดู ลองนั่งดูสิว่าจิตมันคิดอะไร ลองหลับตาลง สังเกตดู จิตมันไปไหน มันคิดถึงอะไร ดูเฉยๆ
อ้าว ลืมตาขึ้นมา เห็นความคิดไหม เยอะไหม
นี่คือการจราจรทางความคิด ติดขัดไปหมด แต่ละคนคิดกันไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง คนส่วนใหญ่ คิดแต่ไม่เห็นความคิด จึงถูกความคิดพาไป







