
ถึงวันมะกันหนี ‘จังก์ฟู้ด’
หัวหอกรณรงค์แคมเปญต้านโรคอ้วนอย่าง มิเชลล์ โอบามา อาจถึงกับน้ำตาไหลพรากกับข่าวดีล่าสุดว่า
หัวหอกรณรงค์แคมเปญต้านโรคอ้วนอย่าง มิเชลล์ โอบามา อาจถึงกับน้ำตาไหลพรากกับข่าวดีล่าสุดว่า ชาวอเมริกันซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นจังก์ฟู้ด เลิฟเวอร์ เริ่มเบือนหน้าหนีอาหารขยะและอ้าแขนรับ “อาหารเพื่อสุขภาพ” เข้ามาสู่อ้อมใจมากขึ้น
ผลสำรวจของกระทรวงเกษตรสหรัฐ พบว่าในปี 2009–2010 ผู้ใหญ่วัยทำงานมีการบริโภคแคลอรี่น้อยลงเฉลี่ยถึงวันละ 118 กิโลแคลอรี่ เมื่อเทียบกับช่วง 4 ปีก่อนที่ฟองสบู่ยังไม่แตก ซึ่งเป็นเพราะคนส่วนใหญ่หันมากินอาหารทำเองที่บ้านกันมากขึ้น ลดการกินข้าวตามร้าน และยังหันมาใส่ใจฉลากแปะอาหารตามซูเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น
แต่เรื่องนี้ก็ใช่จะเป็นข่าวดีเสียทีเดียว เพราะมีการวิเคราะห์กันว่า “สุขภาพดี” ครั้งนี้ยังมาพร้อมกับ “ความจน” เพราะสหรัฐเพิ่งเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ มีคนตกงานท่วมประเทศ จนทำให้หลายครอบครัวต้องเขียมทำอาหารกินเองที่บ้าน และกินผักที่ถูกกว่าเนื้อ
เทรนด์สุขภาพดีจะยั่งยืนหรือไม่ ต้องวัดใจกันวันเศรษฐกิจฟื้น ปีนี้!







