posttoday
โลกของปั้น จิรภัทร พัวพิพัฒน์

โลกของปั้น จิรภัทร พัวพิพัฒน์

18 มกราคม 2557

เขาคือนักศึกษาหนุ่มที่ผ่านแบบฝึกหัดของการเป็นคนแบกเป้ หรือแบ็กแพ็กเกอร์มาได้ราวๆ 1 ปี

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง / ภาพ The Walking Backpack

เขาคือนักศึกษาหนุ่มที่ผ่านแบบฝึกหัดของการเป็นคนแบกเป้ หรือแบ็กแพ็กเกอร์มาได้ราวๆ 1 ปี และเมื่อเขานำบันทึกการเดินทางมาเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์ กระทู้ที่โพสต์โดย ปั้น–จิรภัทร พัวพิพัฒน์ หรือ The Walking Backpack ก็ฮอตฮิตขึ้นมาในชั่วข้ามคืน ตัวหนังสือของหนุ่มคนนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้ออกเดินทางไปในดินแดนใหม่ๆ รวมทั้งกล้าที่จะเริ่มต้นทำสิ่งแปลกต่าง

ในกระทู้นั้น ปั้น เล่าถึงประสบการณ์การเดินทางคนเดียวใน 6 ประเทศ คือ ไต้หวัน เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แต่ละทริปใช้เวลาไม่เท่ากันขึ้นกับความสะดวก แต่ทุกทริปเหมือนกันตรงที่ไม่มีการวางแผน ไม่จองที่พักล่วงหน้า ไม่ซื้อซิมโทรศัพท์ไว้ติดต่อกับโลก ค่ำไหนนอนนั่น และมีคนแปลกหน้าเป็นเพื่อน

การท่องเที่ยวของปั้นเริ่มเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ทว่าความรักในการเดินทางนั้นฝังรากลึกมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กๆ เพราะผู้เป็นพ่อมักจะพาครอบครัวเล็กๆ ที่ประกอบด้วยพ่อแม่ลูก 4 คน ออกเดินทางไปท่องเที่ยวแบบไม่มีแผนล่วงหน้าเสมอๆ แค่เก็บสัมภาระขึ้นรถแล้วก็ออกไปเผชิญโลก เมื่ออายุ 10 กว่าขวบ ปั้นก็จากบ้านไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่สิงคโปร์ด้วยทุนอาเซียน ปัจจุบันเขาศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

นอกห้องเรียน เด็กหนุ่มวัย 22 ปีคนนี้ ผ่านประสบการณ์หลากหลาย เขาเคยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในเยาวชนไทย ซึ่งได้เชิญธงชาตินำนักกีฬาเข้าสู่สนามในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี เคยเป็นพิธีกรโทรทัศน์และนักข่าวกีฬา เคยเป็นติวเตอร์ให้กับนักเรียนที่ต้องการสอบทุนอาเซียน และทำงานอีกหลายจ๊อบ ด้วยเงินค่าจ้างจากจ๊อบต่างๆ นี่เองที่ทำให้เขามีเงินเก็บไว้สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว “อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเงินของแม่ครับ” ครอบครัวสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวของปั้นเสมอ “คุณพ่อเคยบอกว่า ถ้ายังมีแรงเดินไหวก็ไปซะ ก่อนจะมีภาระแล้วไปไม่ได้”

โลกของปั้น จิรภัทร พัวพิพัฒน์

 

เหตุที่ปั้นเริ่มท่องเที่ยวคนเดียว เพราะรู้สึกว่าการรอให้เพื่อนๆ พร้อมแล้วไปเที่ยวด้วยกันนั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก “ผมไม่ได้อกหัก ไม่ได้ติสต์ แค่ลองดู ถ้าหากว่าไปแล้วไม่สนุก วันเดียวก็กลับ” ทริปแรกเขาไปดำน้ำที่มาเลเซีย ระหว่างนั้นปั้นได้พบกับ คริส หนุ่มจากอังกฤษซึ่งเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก “เขาเป็นครูสอนท่องโลกของผม คริสบอกผมเรื่องวัฒนธรรมการท่องโลกคนเดียว เพื่อเจอเพื่อนใหม่และสถานที่ใหม่ ระหว่างเดินทางเราหาเพื่อนได้ไม่ยาก เพราะว่าทุกคนต้องการเพื่อนเดินทางอยู่แล้ว แค่หันไปมองแล้วเอ่ยคำว่า Hi คุณก็จะมีเพื่อน”

การเดินทางครั้งแรกที่ประทับใจทำให้มีทริปต่อๆ มา “การท่องเที่ยวเป็นการให้รางวัลกับตัวเอง เราได้ไปสำรวจโลก เพื่อสำรวจภายในใจตัวเอง เราเปิดโลกเพื่อที่จะค้นพบตัวตนภายใน ทุกที่มีเรื่องให้เรียนรู้ การไปเที่ยวภูเก็ตหรือพัทยา 1 วัน อาจจะทำให้เราเปิดตาได้มากกว่าการไปยุโรป 1 ปี ถ้าหากคุณเปิดตาแล้วคิด เดินทางครั้งแรกก็ได้ข้อคิดเล็กๆ ยิ่งเดินทางมากขึ้นก็คิดได้มากขึ้น การท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย ผมไม่ได้ใช้เงินมหาศาล ไม่ได้มีเวลาเป็นปี แค่ต้องมีความกล้าที่จะแบกเป้ออกนอกบ้าน ทุกคนก็จะได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน และมีเรื่องเล่าของตัวเอง”

ปั้นใช้เงินในการเดินทางท่องเที่ยวแบบคุ้มค่า เขาพักโรงแรมถูกๆ เดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะ “เวลาเที่ยวในประเทศอาเซียน ผมใช้เงินประมาณวันละ 1,000 บาท เงินส่วนหนึ่งหมดไปกับชิมอาหาร ผมชอบกินครับ (หัวเราะ)” กิจกรรมสุดโปรดระหว่างท่องเที่ยวของเขา คือ การถ่ายภาพ ปั้นจะมีขาตั้งกล้องไปเพื่อถ่ายภาพตัวเอง มุมที่เขานิยมถ่ายจนกลายมาเป็นสไตล์ส่วนตัวคือ หันหลังให้กล้อง

“ทุกครั้งที่เดินทางผมจะเจอกับคนที่น่าสนใจ และได้ข้อคิดกลับมา หนึ่งทริปที่ผมประทับใจคือ ไต้หวัน ผมได้เจอลุงแรนดี้ เจ้าของไร่ชาที่เปิดบ้านเป็นเกสต์เฮาส์ ลุงเขาโตมาที่ไทเป แต่ไม่ชอบอยู่ในเมือง จึงมาทำไร่ชาที่อาลีซาน ตอนอายุน้อยๆ เขาเคยไปเที่ยวแบบแบ็กแพ็กในออสเตรเลีย แต่พออายุเยอะขึ้น มีครอบครัว มีภาระ จึงทำให้เดินทางไม่ได้ เขาเลยเปิดบ้านให้คนมาพัก ไม่ใช่เพราะเงิน แต่เพราะอยากเดินทาง การเปิดบ้านให้คนมาพักก็เหมือนกับเชิญคนทั่วโลกให้มาหาเขา ทุกคนมาแล้วก็เล่าเรื่องต่างๆ ที่เจอให้ลุงฟัง แม้ว่าเขาจะอยู่บ้าน แต่ก็ได้เปิดโลกทุกวัน อีกหนึ่งคนที่ผมเจอตอนเดินทางจากเสียมเรียบกลับกรุงเทพฯ คือ โดมินิค เขาซื้อมอเตอร์ไซค์ที่ฮานอยแล้วก็ขับไปทั่วเวียดนามแล้วออกไปเขมร ใช้เวลาประมาณ 45 เดือน เขาไม่เคยกลัวอะไร แค่เดินทางไปข้างหน้าและเต็มที่กับชีวิต”

สำหรับนักเดินทางอย่างปั้น เรื่องหลงทางเป็นเรื่องธรรมดา “เรื่องดีๆ มักจะเกิดขึ้นตอนหลงทาง (หัวเราะ) การเดินทางตามสัญชาตญาณ ไม่ยึดติดอยู่กับแผนหรือแผนที่ ทำให้เราได้เปิดตาและค้นพบอะไรมากมาย ก็เหมือนชีวิตครับ อย่าไปทำไปตามที่คนอื่นบอกหรือสอนมาเท่านั้น ทุกคนต้องตามสัญชาตญานของตัวเองแล้วจึงใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและมีความสุข ส่วนเรื่องโดนโกงก็คิดว่ามันเป็นธรรมดา คิดซะว่าเราจ่ายค่าเดินทางแพงหน่อย (หัวเราะ) แต่ได้ประสบการณ์ เวลาไปเที่ยวเราต้องระวังตัว ดึกๆ จะไปไหนมาไหนก็ต้องดูว่าปลอดภัยหรือเปล่า ผมก็เคยทำเรื่องเสี่ยงๆ เช่น เช่ามอเตอร์ไซค์ขับที่บาหลีแล้วโดนจับเพราะว่าไม่มีใบขับขี่ นั่นทำให้ผมรู้ว่าบางเรื่องผมต้องขีดเส้น มีเรื่องที่ไม่ควรทำ แม้ว่าคนอื่นเขาจะทำกัน”

คนไทยส่วนใหญ่มักกลัวการเดินทางไปต่างแดน เพราะปัญหาเรื่องภาษา ปั้นบอกว่าคนที่ออกเดินทางส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก อย่างในเวียดนามเขาเคยเจอเด็กอายุ 56 ขวบจากเนเธอร์แลนด์ ที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว โดยที่พ่อแม่ของเด็กๆ บอกว่า พวกเขาเดินทางมา 4 เดือนแล้ว และลูกๆ ของเขาก็หัดพูดภาษาอังกฤษได้ระหว่างการเดินทาง “คนไทยเราไปเดินทางแรกๆ ภาษาอังกฤษอาจจะแย่ แต่หลังๆ มันก็จะดีขึ้น การเดินทางเป็นวิธีพัฒนาภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด”

ทริปต่อไปที่ปั้นวางแผนไว้คือ เนปาล “อยากเดินขึ้นไปให้ถึงเบสแคมป์ของภูเขาเอเวอเรสต์ ทุกคนที่ผมเจอบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก จริงๆ ผมก็อยากไปทุกแห่งแหละครับ อย่างที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ‘ฉันไม่เคยไปทุกที่ในโลก แต่ว่ามันอยู่ในลิสต์ ..’ เนปาลก็เป็นลิสต์อันดับท็อปๆ ของผม”

หากคุณรักการเดินทางแต่ยังไม่พร้อม ก็ลองติดตามเฟซบุ๊ก The Walking Backpack หรืออินสตาแกรม @punpuapipat ของหนุ่มคนนี้ แล้วคุณจะได้ออกเดินทางไปกับเขา ..แล้วคุณจะได้รู้จักกับโลกของปั้น

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว