
ชี้ทางรอดตลาดไมซ์ ฝ่าวิกฤตการเมือง
พีรดา ปราศรีวงค์
พีรดา ปราศรีวงค์
ภาคการท่องเที่ยวเคยถูกวางให้เป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงที่กำลังหนุนอื่นๆ อ่อนแรง แต่ปัญหาการเมืองไทยที่ปะทุขึ้นมาอีกรอบ กลับกำลังสั่นคลอนแรงหนุนนี้ให้อ่อนแอลง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของนักท่องเที่ยวทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์)
นักท่องเที่ยวกลุ่มหลังนี้มีกำลังสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 2-3 เท่า โดยใช้จ่ายเฉลี่ย 8 หมื่นบาท1 แสนบาท/ ทริป แต่เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวในการเดินทาง และพร้อมจะยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวได้ทันที หากไม่มั่นใจต่อทุกสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ทั้งนี้ สถานการณ์ทางการเมืองไทย การชุมนุมทางการเมือง (ม็อบ) ที่ยืดเยื้อ โดยใช้พื้นที่หลายจุดที่เป็นหัวใจหลักเชื่อมต่อการเดินทาง ย่านใจกลางเมืองใกล้แหล่งช็อปปิ้งในเมืองหลวงของไทย ส่งผลให้นักท่อง เที่ยวต่างชาติหลายประเทศ ยกเลิกการเดินทางมาไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตลาดไมซ์ กลุ่มจัดประชุม(มีตติ้ง) กลุ่มเดินทางท่องเที่ยวเพื่อรางวัล (อินเซนทีฟ) ยกเลิกการเดินทางช่วงเดือน ม.ค.มี.ค.นี้ ยอดจองลดลงกว่า 50% สูญรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท
นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทันทีที่สถานการณ์การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะปกติ ทีเส็บเตรียมใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท เปิดแคมเปญส่งเสริมตลาดไมซ์ ภายใต้แบรนด์ไทยแลนด์ คอนเนก หรือแคมเปญซิกเนเจอร์ ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา พร้อมเตรียมเพิ่มการสนับสนุนงบประมาณจัดงานให้กับนักท่องเที่ยวตลาดไมซ์ โดยจะนำสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นภายหลังการเมืองสงบมาประเมิน เพื่อปรับกลยุทธ์การสนับสนุนอีกครั้ง
เบื้องต้นจะอาศัย 3 แพ็กเกจหลักช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวตลาดไมซ์ ได้แก่ 1.คอนเนก เดสติเนชั่น สำหรับกลุ่มมีตติ้งและอินเซนทีฟ โดยให้งบสนับสนุน 2 แสนบาท สำหรับลูกค้าองค์กร จำนวน 200 คน ระยะวันพัก 5 คืน และมีการค้างคืนในจังหวัดอื่นๆ อีก 1 จังหวัดเพิ่มเติมจากจังหวัดที่จัดงาน
2.คอนเนก พีเพิล สนับสนุนโฆษณาประชาสัมพันธ์ในกลุ่มประเทศอาเซียน+6 ได้แก่ ประเทศบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อินเดีย จีนที่รวมฮ่องกง ไต้หวัน และมาเก๊าด้วย และ 3.คอนเนก บิซิเนส เจาะกลุ่มการแสดงสินค้านานาชาติ กลุ่มกิจกรรมการจับคู่ทางธุรกิจ จำนวน 15 คนขึ้นไปจากประเทศกลุ่มอาเซียน+6 โดยพักในไทยอย่างน้อย 3 วัน 2 คืนขึ้นไป สนับสนุนพิเศษคนละ 150 เหรียญสหรัฐ เป็นต้น
“กลยุทธ์หลักการฟื้นฟูตลาดไมซ์หลังการเมืองสงบจะเน้นการลด แลก แจก แถม ดึงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาจัดงานที่ไทย การที่ม็อบเกิดขึ้นช่วงไตรมาสแรก ทำให้ตลาดไมซ์ไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่นัก เพราะการจัดงานใหญ่ด้านไมซ์ส่วนใหญ่เดินทางมาช่วงไตรมาส 3 และ 4”
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกการจัดงานระดับนานาชาติ เช่น งานทันตแพทย์โลก ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางจากทั่วโลก 1.5 หมื่นคน งานหุ่นกระบอกโลก เดือน ต.ค. กว่า 1 หมื่นคน เป็นต้น
นพรัตน์ มองว่า ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ม็อบที่ยืดเยื้อจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวตลาดไมซ์ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ประเทศไทย ไม่มีความน่าเชื่อถือ ทำให้ต้นทุนการประมูลสิทธิในการจัดงานในอนาคตเพิ่มขึ้นกว่า 20% เทียบกับสถานการณ์ปกติ โดยประเทศไทยต้องเพิ่มงบประมาณสนับสนุนเพิ่มขึ้น รวมถึงต้องนำเสนอสิทธิประโยชน์อื่น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าเลือกเข้ามาจัดงานในประเทศไทย ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าการแข่งขันในกลุ่มไมซ์จะมีความรุนแรงมากขึ้น เพราะทุกประเทศต่างต้องการนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเดินทางเข้าประเทศตัวเอง โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง เป็นต้น
สุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติไทย (ทิก้า) กล่าวว่า เอกชนไม่ต้องการให้รัฐบาลมุ่งการลด แลก แจก แถม สินค้าทางการท่องเที่ยวตลาดไมซ์ เพราะจะทำให้โครงสร้างราคาของประเทศไทยเสียหายในระยะยาว แต่มองว่าแนวทางการทำตลาดของรัฐบาล และทีเส็บ ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อแสดงความจริงใจต่อกัน ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแจ้งให้นักท่องเที่ยวรับทราบ รวมถึงรายงานความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และเป็นข้อมูลที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้ในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
แต่ปัจจุบันการรายงานของทีเส็บยังไม่เอื้อประโยชน์ต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคู่ค้าเท่าที่ควร สร้างความสับสนให้กับนักท่องเที่ยวว่าควรตัดสินใจอย่างไรเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตน







