posttoday

บรรณาการแห่งเสียง จอห์น นิวแมน

14 มกราคม 2557

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง

John Newman

Tribute *** (Universal Music)

หนึ่งในผู้เข้าชิง บริต อะวอร์ด 2014 สาขาบริทิช เมล โซโล อาร์ติสต์ “จอห์น นิวแมน” หนุ่มวัย 23 ปี ที่แจ้งเกิดด้วยบทเพลงป๊อป/บลูส์อายด์ โซล พร้อมด้วยเสียงร้องแหบๆ เท่ๆ ที่ปรากฏในอัลบั้ม Tribute ซึ่งขึ้นอันดับ 1 ในอังกฤษ ขณะที่ซิงเกิล Love Me Again ก็อยู่ในอันดับสูงสุดของชาร์ตด้วยเช่น

จอห์น นิวแมน เป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถทางด้านดนตรี เขาเขียนเพลง โปรดิวซ์ เล่น แสดง และรีมิกซ์เพลงด้วยตัวเอง แถมยังเขียนสคริปต์มิวสิกวิดีโอและออกแบบเสื้อผ้าด้วยตัวเองอีกต่างหาก เกิดที่เมืองเซ็ตเทิลในนอร์ธยอร์กเชอร์ ประเทศอังกฤษ จอห์น ถูกปลูกฝังให้รักดนตรีอย่างไม่รู้ตัว โดยได้รับอิทธิพลมาจากแม่ ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของค่ายโมทาวน์ ผู้ชื่นชอบดนตรีนอร์ธเทิร์นโซล รวมทั้งพี่ชายของเขาซึ่งเป็นนักดนตรี

หนุ่มคนนี้รักเพลงจากยุค 1970-1980 ที่แม่เปิดให้ได้ยิน รวมทั้งเฮาส์มิวสิกและฮิปฮอป เขาเริ่มเป็นดีเจเปิดแผ่นในปาร์ตี้วันเกิดระแวกบ้านและหัดเล่นกีตาร์ด้วยตัวเอง เมื่ออายุ 15 เขาสร้างสตูดิโอเล็กๆ ในบ้าน ด้วยกีตาร์อะคูสติก โน้ตบุ๊ก และลำโพงไฮไฟเก่าๆ คู่หนึ่ง จอห์น โปรดิวซ์เพลงฮิปฮอปและเฮาส์ของเขาเอง โดยนำสิ่งต่างๆ ที่เขาได้ยินได้ฟังมารวมเข้าด้วยกัน

ต่อมาเขาก็เริ่มร้องเพลงและออกแสดงตามผับ เมื่อนำงานออกเผยแพร่ทางมายสเปซก็ได้รับการตอบรับที่ดี แต่นั่นยังไม่เพียงพอ จอห์นไปเรียนดนตรีที่ลีดส์อยู่ 3 ปี ที่นั่นมีทั้งเรื่องดีและร้ายเกิดขึ้น เขาสูญเสียเพื่อนรักสองคนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะที่ตัวเองได้รับการยอมรับในแวดวงคนดนตรีท้องถิ่นดีขึ้นๆ ต่อมาก็ย้ายไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งที่ลอนดอน จอห์นตั้งวงและเล่นตามผับ ก่อนจะได้เซ็นสัญญากับค่ายไอส์แลนด์เรคอร์ดส

ราวหนึ่งปีที่ จอห์น นิวแมน ทำงานอย่างเข้มข้นทั้งแต่งเพลง บันทึกเสียง และออกทัวร์ แล้วโลกก็ได้เริ่มทำความรู้จักกับเขาในปี 2012 เมื่อเพลงที่จอห์นเขียนและร้องคือ Feel The Love และ Not Giving In กลายเป็นเพลงเต้นรำที่ดังที่สุดของประเทศ เขารับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ ประสบความสำเร็จมากมายกับซิงเกิลโดนใจเร้าความรู้สึกอย่าง Love Me Again ก่อนจะมีอัลบั้มชุดแรกในชีวิตออกมา

อัลบั้มนี้ไม่ต่างกับการเป็นบรรณาการ (Tribute) ให้กับคนดนตรีที่มีอิทธิพลต่อตัวของจอห์น นิวแมน บทเพลงของเขาป๊อปที่มีกลิ่นอายโมเดิร์นแดนซ์มิวสิกผสมกับโซลรุ่นโบราณ พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือ เขาเป็น เอมี ไวน์เฮาส์ ภาคผู้ชาย ขณะที่สไตล์มีส่วนคล้าย ริค แอสต์ลีย์ ในวัยหนุ่ม

ทั้ง 11 เพลงในอัลบั้มเล่าเรื่องราวความรัก การเลิกร้าง ความโดดเดี่ยว และเงียบเหงา บอกเล่าผ่านเสียงแหบและแสนเท่ของจอห์น อย่าง Losing Sleep นั้นเล่าถึงคนที่ถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพัง เหมือนกับเด็กน้อยที่หวาดกลัวช่วงเวลากลางคืน Out Of My Head เล่าเรื่องความเหงาขึ้นสมอง เหงาจนน่าขนลุก บางครั้งจึงต้องไปใช้เวลานอกบ้าน เพราะอย่างน้อยก็อาจจะได้พบกับใครบางคนที่พอจะพูดคุยด้วยได้ Cheating เรื่องราวของหนุ่มที่ยกโทษให้กับคู่รักที่ไม่ซื่อสัตย์ของเขา จอห์นแต่งเพลงนี้ให้กับมือกีตาร์คนเก่าที่อาศัยอยู่ในเต็นท์ในคลังสินค้าร้าง Gold Dust คือ การเปิดเผยความจริงความลับของใครบางคน

วันนี้ จอห์น นิวแมน คือ ศิลปินรุ่นใหม่ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุดคนหนึ่ง นอกจากที่อังกฤษบ้านเกิด ตอนนี้งานเพลงของเขากำลังไต่ขึ้นชาร์ตอยู่ในสหรัฐ ด้วยบทเพลงป๊อปเหลือร้าย ติดหูอย่างฉกาจ รวมไปสไตล์ที่โดดเด่น เสียงร้องดิบๆ อันทรงพลัง การแสดงสดเข้มข้น (ลีลาการแดนซ์ของเขาไม่รองใคร) รวมไปถึงบุคลิกภาพติดดิน สัมผัสได้ง่าย และน่ารัก ทั้งหมดน่าจะส่งให้ปี 2014 เรื่อยไปถึง 2015 เป็นปีทองของหนุ่มนี้ตามคาดหมาย

และวันที่ 19 ก.พ.นี้ แฟนๆ อย่าลืมลุ้น จอห์น นิวแมน กับการประกาศผลบริต อะวอร์ด 2014 @

เรื่องอกหัก รัก และเหงา

เรียนรู้จากการฟัง ฝึกฝนด้วยตนเอง และสร้างงานเพลงของตัวเองออกมา แล้วได้รับการตอบรับที่ดีในวัย 15 ปี จอห์น นิวแมน จึงตัดสินใจว่าเขาจะเลิกชีวิตวัยรุ่นสุดซ่าไปทำดนตรีอย่างจริงจัง หนุ่มน้อยจึงจากบ้านในเมืองเล็กๆ ของยอร์กเชอร์ไปเปิดโลกกว้างที่วิทยาลัยดนตรีในลีดส์ ก่อนอายุจะครบ 20 เขาก็ไปฝึกปรือฝีมือต่อที่ลอนดอน

ในปี 2012 ระหว่างที่ จอห์น นิวแมน นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลังการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง “ผมตื่นขึ้นมาและได้ยินเพลงของตัวเองทางวิทยุ” เขายิ้ม “มันเหมือนเป็นเรื่องเหนือจริง ผมบอกพยาบาลว่า นั่นเพลงของผมนะ” หลังออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่นาน เพลง Feel The Love ของเขาก็ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต ตามมาด้วยซิงเกิลดังอื่นๆ และอัลบั้ม ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินเพลงที่ประสบสำเร็จที่สุดแห่งปี 2013

“ผมไม่ได้ต้องการแค่ซิงเกิลหรืออัลบั้มฮิตเพียงชุดเดียว ผมตั้งใจที่จะอยู่ในวงการนี้ไปนานๆ”

ตอนทำอัลบั้มนี้ จอห์น นิวแมน พบกับเรื่องราวความรักที่แสนเลวร้าย ทำให้เนื้อเพลงของเขามีทั้งเรื่องรักร้างอยู่ค่อนข้างมาก “ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ ที่จะสะท้อนเรื่องราวเหล่านี้ออกมานี่คือ เพลงที่เป็นสุดยอดในชีวิตผม ณ จุดนี้ มันเป็นสิ่งที่บอกเล่าว่า ผมเป็นใคร และผมอยากจะขอบคุณทุกคนซึ่งช่วยเหลือ สนับสนุน รักผมและเป็นแรงบันดาลใจให้ ผมภาคภูมิใจกับอัลบั้มนี้ ซึ่งเป็นการแสดงออกของผมในฐานะโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลงและศิลปิน ผมอยากให้ทุกคนได้ฟัง”

เสียง ไม่ว่าจะดนตรีหรืออื่นๆ มีความสำคัญสำหรับหนุ่มคนนี้เสมอ “ผมไม่ชอบความเงียบ” จอห์น บอก “ความเงียบทำให้ผมคิดมาก ตอนนี้ผมรู้ว่าตัวเองชอบเสียงเวลาที่นั่งอยู่บนเนินเขา ฟังเสียงลมและนก พวกเราควรจะฟังเสียงเหล่านี้ให้มากขึ้น เมื่อฟังเราจะไม่รู้สึกว่าอยู่คนเดียวอีกต่อไป"

ข่าวล่าสุด

พักเรื่องบินมาฟินเรื่องช็อป! ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดหนักแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ขนสิทธิพิเศษสู้สงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้