posttoday
วรากฤช วิวัฒนาเกษมผู้หลงไหลใน

วรากฤช วิวัฒนาเกษมผู้หลงไหลใน

12 มกราคม 2557

ไม่แปลกเลยที่คนที่ชื่นชอบรองเท้าจะเปิดร้านขายรองเท้า

ไม่แปลกเลยที่คนที่ชื่นชอบรองเท้าจะเปิดร้านขายรองเท้า และไม่แปลกอยู่ดีที่คนชอบรองเท้าจะสะสมรองเท้า อย่างชายหนุ่มรูปหล่อแขนลายอัธยาศัยดีคนนี้ ดีกรีหนุ่มเมนเฮลท์ “บ๊อบ” วรากฤช วิวัฒนาเกษม เจ้าของร้าน V.A.C. ร้านขายรองเท้าสนีกเกอร์ทุกแบรนด์ดังชั้นนำของโลก ที่สยามสแควร์ ซอย 1 ชื่นชอบรองเท้าสนีกเกอร์ (รองเท้าผ้าใบ) เป็นพิเศษ

เขาเก็บเกี่ยวความรู้เรื่องรองเท้ามานานตั้งแต่เรียนมัธยม โดยมีความสนใจที่มา เรื่องราว และแรงบันดาลใจของรองเท้าแต่ละรุ่นของแบรนด์ต่างๆ มาก่อนที่จะมาจริงจังศึกษาแบบเชิงลึกเมื่อจบมหาวิทยาลัย และเริ่มสะสมในสมัยทำงานที่บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา

“ตอนมัธยมผมไปเรียนต่างประเทศที่อเมริกา ที่โน่นจะมีร้านรองเท้าสนีกเกอร์เยอะ วัยรุ่นนิยมใส่หลายแบรนด์ฮิตๆ กัน อย่างไนกี้แน่นอน แต่เมืองไทยยังไม่ค่อยฮิตนะ พอไปร้านตามห้างต่างๆ เห็นแล้วชอบ ผมก็จะคุยกับพนักงานขาย เขาก็จะเล่าให้ฟังบ้าง บางครั้งก็ฟังจากเพื่อน เริ่มเก็บความรู้มาเรื่อยๆ แต่มาศึกษาลึกซึ้งตอนจบมหาวิทยาลัยที่อเมริกา กลับมาทำงานที่บริษัท ไนกี้ ยิ่งรู้อะไรเยอะแยะ ทั้งเรื่องราว ประวัติ แรงบันดาลใจของรองเท้าแต่ละรุ่นที่ไนกี้ผลิตออกมาและรวมถึงแบรนด์ดังอื่นๆ ด้วย จนเป็นที่มาของการเก็บสะสม”

วรากฤช วิวัฒนาเกษมผู้หลงไหลใน

บ๊อบเล่าว่า จริงๆ แล้วรองเท้าสนีกเกอร์นั้นไม่เหมือนของสะสมอย่างอื่นที่จะเอามาวางโชว์กัน แต่ที่สะสมเพราะเป็นความชอบส่วนตัว เพราะในรองเท้าที่สะสมจะเกิดมาจากแรงบันดาลใจและเรื่องราวที่แตกต่างกัน ซึ่งตรงนี้เองทำให้เกิดการสะสม

“รองเท้าเป็นอะไรที่สามารถใส่ได้ทุกวัน เสน่ห์ของมันน่ะหรือ สำหรับผมคือการที่คนอื่นได้เห็นที่ผมใส่แล้วอยากจะสนทนาพูดคุยด้วย เช่น รองเท้าคู่นี้สวยจัง รุ่นอะไรเหรอ ซื้อมาจากไหน แรงบันดาลใจมาจากไหน ซึ่งในรองเท้าแต่ละรุ่นจะมีเรื่องราวความเป็นมาอยู่แล้วและไม่เหมือนกัน ซึ่งนั่นก็เป็นเสน่ห์อันหนึ่งที่ผมชอบมาก”

เจ้าของร้าน V.A.C. เล่าว่า รองเท้านั้นจะมีรุ่นเหมือนกับรถยนต์ แต่ละรุ่นก็มีประวัติ มีที่มา ในรุ่นหนึ่งจะออกมาเป็นหลายเวอร์ชั่น อย่างรองเท้าไนกี้ แอร์ฟอร์ซวัน (Nike Air Force One) ก็จะมีทั้งรุ่นธรรมดา รุ่นใช้วัสดุที่พิเศษ รุ่นพรีเมียม และพิเศษมากๆ ก็จะเป็นรุ่นสุพรีม แต่ที่ชอบมากก็จะเป็นรุ่น Air Force One ที่ออกมาในช่วงปี 2005

“รุ่น Air Force One ออกมาในช่วงปี 2005 เป็นเวอร์ชั่นพิเศษ คือ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Fantastic Four ที่เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่ 4 คน โดยคอลเลกชั่นของผมจะเป็นรองเท้าสีน้ำเงินได้รับแรงบันดาลใจจากฮีโร่หญิงที่หายตัวได้ชื่อว่า ‘อินวิซิเบิล วูแมน’ ไนกี้จึงใช้พลาสติกใสที่สามารถมองทะลุเห็นเท้ามาใช้ในคอลเลกชั่นนี้ เป็นคู่หนึ่งที่ผมชอบมาก ปัจจุบันพังแล้ว เพราะใช้บ่อยและใช้มานาน แต่ก็ยังเก็บไว้เพราะชอบ ซึ่งซีรีส์พวกนี้จะออกมาแค่ครั้งเดียว ไม่มีการทำใหม่ เพราะฉะนั้นจะเป็นอะไรที่หายากมากครับ

วรากฤช วิวัฒนาเกษมผู้หลงไหลใน

 

อีกคู่ที่ชอบมาก เป็นรองเท้าไนกี้แอร์ฟอร์ซ 1982 เป็นรุ่นคลาสสิกจนไนกี้ต้องทำขายเรื่อยๆ เป็นเวอร์ชั่นหุ้มข้อสีขาว ที่ชอบเพราะมิสเตอร์การ์ตูน ช่างสักชื่อดังระดับโลกชาวอเมริกันที่ดาราไทยมักใช้บริการสักจากเขา ถ้าคนที่ชอบเรื่องการสักไม่ควรที่จะไม่รู้จักมิสเตอร์การ์ตูน เขาเคยมาเมืองไทยเมื่อสองปีที่แล้ว เขามาซื้อรองเท้าที่ร้านก็เลยขอให้เขาช่วยวาดลวดลายบนรองเท้าให้เป็นรูปตาผู้หญิง เขาวาดให้ฟรี ถ้าคิดเงินก็เยอะ นอกจากวาดรูปดวงตาแล้วเขาก็ยังเขียนชื่อสตูดิโอแทตทูของร้านสักและมีคำว่าแอลเอ ซึ่งเป็นรัฐที่เขาเกิดด้วย”

ยังมีอีกหลายคู่ที่เขาเก็บสะสมมาเรื่อยๆ เช่น ไนกี้ Dunk สีดำ รุ่นคลาสสิกอีกรุ่นที่ศิลปินเพนต์รองเท้าชื่อดังชาวเกาหลีเพนต์ให้ นอกจากนี้ก็ซีรีส์ของไมเคิล จอร์แดน ที่ตอนนี้มีถึง 28 รุ่น แต่ที่จอร์แดนใส่เล่นจริงๆ ไม่ถึง เพราะรีไทร์ไปก่อน หรือแม้แต่ไนกี้เวอร์ชั่นวาเลนไทน์รูปหัวใจสีแดงก็มี ซึ่งหาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน

“ในแต่ละปีรองเท้าเวอร์ชั่นวาเลนไทน์ก็จะแตกต่างกันไป ของผมจะเป็นรูปหัวใจสีแดง สวยงาม ที่ผมชอบเพราะว่าออกแล้วไม่ทำใหม่ หมดแล้วหมดเลย หายาก ซึ่งต่างจากรองเท้าในคอลเลกชั่นของจอร์แดน ที่ผลิตออกมาบ่อยๆ ซื้อหาเมื่อไหร่ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีไนกี้ SB ซึ่งเป็นรองเท้าที่ทำออกมาเพื่อเล่นสเกตบอร์ดโดยเฉพาะ ซึ่งรองเท้าสเกตบอร์ดนั้นมักจะมีเรื่องราวที่เจ๋งๆ ค่อนข้างเยอะ เช่น ที่ผมมีก็จะได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานเรื่องหมี 3 ตัวของอเมริกา ของผมก็จะเป็นคอลเลกชั่นที่เป็นแม่หมี รองเท้าสีขาวครึ่งหนึ่งดำครึ่งหนึ่งนั้น เป็นไนกี้เหมือนกัน รุ่นแอร์ฟอร์ซวันเวอร์ชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่องสการ์เฟซ แสดงโดยอัล ปาชิโน เป็นต้น”

วรากฤช วิวัฒนาเกษมผู้หลงไหลใน

 

บ๊อบเล่าว่า การสะสมรองเท้าของเขานอกจากจะชื่นชอบเรื่องราว ประวัติความเป็นมา และแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์ผลงานแล้ว สิ่งหนึ่งที่ชอบคือแพ็กเกจจิ้งที่โดนใจเห็นแล้วอดซื้อไม่ได้ แม้ว่ารองเท้าคู่นั้นเห็นแล้วเฉยๆ ก็ตาม

ทุกวันนี้เขามีรองเท้าที่มีเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่น่าสนใจหลายสิบคู่ ส่วนใหญ่จะยังใช้การได้ มีบางคู่เท่านั้นที่เสื่อมไปตามกาลเวลา ซึ่งเขาคิดว่าต่อไปเขาจะนำรองเท้าเหล่านี้ไปใช้ในการตกแต่งบ้านของเขาในอนาคต

“ผมคิดไว้แล้ว รองเท้าเหล่านี้ที่เก็บสะสมไว้ จะนำมาใช้ในการตกแต่งบ้านของผมในอนาคต ส่วนจะตกแต่งแบบไหน ยังไง ก็คงต้องให้มีบ้านเรียบร้อยก่อน แต่รับรองจะเห็นรองเท้าเหล่านี้ได้รับการตกแต่งในบ้านของผมแน่นอน”

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน