เคล็ดลับอายุยืนตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน (3)
ในทุกๆ สัปดาห์นั้นขอให้ท่านให้เวลากับตัวเองสักครึ่งวันให้ครึ่งวันนั้นเป็นวันของเราเอง
โดย...แพทย์จีนอู๋ลี่จวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน คลินิกไทยจีนหัวเฉียว บรรยาย/แพทย์จีนต้นสกุล สังข์ทองแปล
20.ในทุกๆ สัปดาห์นั้นขอให้ท่านให้เวลากับตัวเองสักครึ่งวันให้ครึ่งวันนั้นเป็นวันของเราเอง ในทุกๆ วันนั้นผู้คนมากมายล้วนแต่จัดตารางให้กับตัวเองและเอาเวลาทั้งหมดคิดที่จะทำสิ่งต่างๆ มากมายให้เกิดผลประโยชน์มากที่สุด แต่ที่จริงแล้วท่านควรที่จะผ่อนคลายบ้าง “ให้เวลากับตัวเองในการทำงานอดิเรกหรือสิ่งที่เราชอบสักอย่าง” ในทุกๆ สัปดาห์หาเวลาสักครึ่งวันไปว่ายน้ำ เต้นแอโรบิกหรือเดินเล่น หรือการที่เรานั่งเพียงลำพังพร้อมกับชื่นชมบรรยากาศในสวนสาธารณะก็ถือว่าไม่เลวทีเดียว เพราะฉะนั้น ในครึ่งวันนี้ขอให้ท่านให้เวลากับตัวเองด้วย ปล่อยวางจิตใจ คลายความกดดัน สบาย สบาย แล้วท่านจะอายุยืน!!!
21.บริโภคน้ำดื่มในปริมาณมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำเปล่า เพราะอวัยวะไตมีความจำเป็นที่ต้องมีสารน้ำ เพื่อมาหล่อเลี้ยงและทำให้การทำงานของไตอยู่ในภาวะปกติ
ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน 8-10 แก้วต่อวัน ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ และชะลอความแก่ได้ ในทุกวันร่างกายของเราจะมีการขับของเสียออกจากร่างกายโดยผ่านทางปัสสาวะประมาณ 1.5 ลิตร นอกจากนี้ ยังมีเหงื่ออีกส่วนหนึ่งที่ขับของเสียออกมาทางผิวหนัง ซึ่งโดยรวมแล้วเราขับของเสียออกในรูปแบบทางน้ำประมาณ 2-2.5 ลิตร
22.ควรรับประทานกล้วยวันละ 1 ลูก
22.1 ในกล้วยนั้นมีสารอาหารจำพวกวิตามินและไฟเบอร์อยู่มาก ดีกว่าแอปเปิ้ลเสียด้วยซ้ำ
22.2 และอีกอย่างคือ กล้วยนั้นจะมีเปลือกหนา ซึ่งทำให้เป็นการป้องกันสารเคมีและศัตรูพืชต่างๆ ที่จะส่งผลเสียต่อตัวผลไม้ได้
22.3 ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ แคลอรีต่ำ ไม่ต้องกลัวอ้วนนั่นเอง
23.ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
23.1 ภาวะความรู้สึกหดหู่นั้น ทำให้สามารถเกิดอัตราเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูง
23.2 ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนนั้น ชีวิตของเขานั้นจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานและการผจญภัย
23.3 การมีอารมณ์ขันบ้างถือว่าสำคัญมาก การที่เราอ่านหนังสือพวกขายหัวเราะหรือตลกขบขัน ดูหนังตลกหรือหนังคอมมิดี้ต่างๆ ซึ่งการทำลักษณะนี้ก็จะเป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ ให้ทุกๆ วันของเราได้มีสิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยให้เกิดอารมณ์ขันกันเถอะอารมณ์ที่มีความสุข สุขภาพก็จะแข็งแรงด้วย!
24.พยายามคาดคะเนผลลัพธ์ของปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น ในช่วงที่ท่านเกิดคำถามกับตัวเองว่า ทำไมถึงเกิดปัญหาเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้น ลองถามตัวเราเองดูว่า มีเรื่องหรือปัญหาอะไรที่เราต้องแบกรับบ้างเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มีระดับความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ถ้าท่านรู้ล่วงหน้าว่าผลลัพธ์ที่จะเกิดของปัญหานั้นจะเป็นเช่นไร ความลุกลี้ลุกลนที่จะเกิดขึ้นกับปัญหาก็จะกลายเป็นความนิ่งสงบและไม่ตื่นตระหนกแต่อย่างใด
อย่าคิดกังวลวิตกไป คิดในทางกลับกัน กล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา เตรียมพร้อมวางแผนล่วงหน้าว่าปัญหานี้มาจากอะไร พร้อมกับแก้ไขตัดสินใจแต่เนิ่นๆ ภาวะอารมณ์ของเราก็จะดีขึ้นตามไปด้วย
25.อย่ามองข้ามเรื่องของจิตวิญญาณในมนุษย์เป็นอันขาด เรื่องของจิตวิญญาณนั้นสามารถทำให้คนป่วยเป็นโรคได้ และสามารถทำให้คนเราสุขภาพดีได้ มีผู้คนอยู่จำนวนมากถึง 90-95% ที่มีแนวโน้มว่าจะพัฒนาตนเองได้ไม่ค่อยดีนัก
ซึ่งทุกคนนั้นที่จริงแล้วต่างก็มีแนวโน้มที่จะพัฒนาและดึงเอาความสามารถของตนเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ดังนั้น คนที่ขาดซึ่งจิตวิญญาณในการทำงานใดๆ ก็เหมือนคนที่อยู่อย่างเปล่าประโยชน์!
26.ลองซื้อโทรศัพท์สักเครื่องที่มีระบบฝากข้อความอัตโนมัติ หรือมีระบบที่รับสายอัตโนมัติและบอกกับผู้ที่โทรมาว่าให้ฝากข้อความไว้ เพราะตอนที่เราควรจะพักผ่อนนั้นเราก็ควรจะนำวิธีนี้มาใช้กับโทรศัพท์ของเรา และคุณจำได้หรือไม่ว่ากี่ครั้งแล้วที่คุณกำลังเยื้องย่างจะนั่งลงบนเก้าอี้ แต่ทันใดนั้นก็มีโทรศัพท์เข้ามากวนพอดี
27.ฝึกทำบันทึกประจำวันให้เป็นนิสัย ท่านไม่จำเป็นต้องเขียนความในใจทั้งหมดออกมาลงในหน้ากระดาษ หรือเขียนไปเรื่อยเปื่อยไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่แบบนั้น การเขียนบันทึกประจำวันนั้นเป็นการฝึกให้เรารู้จักการวางแผนล่วงหน้าและช่วยลดภาวะแรงกดดันที่อาจเกิดขึ้นจากเรื่องที่เราไม่ได้วางแผนล่วงหน้าได้ดีทีเดียว และบันทึกประจำวันก็เป็นโอกาสอย่างหนึ่งที่ให้เราได้ระบายอารมณ์ออกมาได้
28.ในช่วงที่ท่านรู้สึกโมโหเกรี้ยวกราดดั่งพายุโหมกระหน่ำนั้น ให้ลองทำอะไรบางอย่างที่ช่วยปลดปล่อยเราจากภาวะนั้นได้ เช่น ออกไปเดินเล่น ตีแบดมินตัน แต่ถ้าร่างกายของเราไม่พร้อมที่จะทำเช่นนั้น ทำไมไม่ลองเดินหาสถานที่ที่ไม่มีผู้คน แล้วเปล่งเสียงออกมาดังๆ ปลดปล่อยความโมโหนั้นออกไปพร้อมกับเสียงตะโกนของเรา และยังช่วยปกป้องร่างกายไม่ให้ถูกส่งผลกระทบจากภาวะอารมณ์ของเราอีกด้วย
29.ภาวะการนอนหลับมากน้อยแค่ไหนก็เป็นตัวชี้วัดการมีอายุยืนด้วย
29.1.มีรายงานจากกลุ่มวิจัยต้านโรคมะเร็งในสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ผู้ที่นอนโดยใช้เวลา 7-8 ชั่วโมง อย่างสม่ำเสมอนั้นจะเป็นผู้ที่อายุยืนที่สุด
29.2 ส่วนผู้ที่ใช้เวลากับการนอนตั้งแต่ 4 ชั่วโมงลงไปนั้น มีอัตราสูงถึง 80% ที่จะอายุสั้นลง
29.3 สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงอายุวัยเกษียณนั้น ควรจะนอนหลับสักประมาณ 5.5-7 ชั่วโมง
29.4 จากการรายงานของกลุ่มผู้ที่ศึกษาทางด้านโรคอัลไซเมอร์ได้ชี้ว่า ผู้สูงอายุที่นอนหลับได้เพียงพอถึง 7 ชั่วโมงนั้น สมองใหญ่ซีรีบรัมจะสามารถยืดอายุออกไปได้อีกถึง 2 ปี







