พี่น้องคู่ซี้
“ขวัญทิพย์เมริษา” พี่น้องสองสาวที่มีหน้าตาและบุคลิกภาพคล้ายกัน จนถ้าไม่สังเกตอาจจะทักผิดเอาง่ายๆ
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ภาพ/เสกสรรค์
“ขวัญทิพย์เมริษา” พี่น้องสองสาวที่มีหน้าตาและบุคลิกภาพคล้ายกัน จนถ้าไม่สังเกตอาจจะทักผิดเอาง่ายๆ
คู่ซี้พี่น้องของครอบครัว “มงคล” นอกจากความน่ารักที่เป็นบุคลิกภาพประจำตัวแล้ว สองสาวยังเป็นคู่พี่น้องที่เรียนเก่งแบบหาตัวจับยาก
ขวัญทิพย์ มงคล หรือ ขวัญ เรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิศวกรรมเครื่องกล เอกยานยนต์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
น้องสาว พญ.เมริษา มงคล หรือ หมอเมย์ เรียนจบคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง
พี่น้องสองสาวเติบโตมาด้วยกันและแทบจะไม่เคยห่างกันนานๆ เลย จนล่าสุดขวัญทิพย์ยอมทิ้งงานเงินเดือนสูงและมั่นคงที่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม.เพื่อมาช่วยงานน้องสาว ด้วยความเป็นห่วงไม่อยากให้น้องสาวทำงานหนัก
เสมือนฝาแฝด
ขวัญทิพย์ คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกสาวสองคนมาด้วยกัน จึงสนิทกันมาก คล้ายฝาแฝดทั้งที่เราสองคนอายุห่างกัน 1 ปี 9 เดือน นิสัยก็คล้ายกัน เรียนหนังสือโรงเรียนเดียวกัน ชอบเรียนสายวิทยาศาสตร์เหมือนกัน เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน วิชาเลือกบางวิชายังลงเรียนด้วยกันเลย
“ขวัญเลือกเรียนเอกยานยนต์ เพราะชอบวิชากลศาสตร์ และช่วงนั้นเป็นที่นิยมมาก คนอยากเรียนเยอะ แต่เมย์เขาอยากเป็นหมอ เพราะว่าตอนที่เรียนชั้นมัธยมเรียนวิชาสุขศึกษา เขาไปดูวิดีโอทำคลอด จุดประกายให้เขาอยากเป็นสูตินารีแพทย์ เขารู้สึกว่าการทำคลอดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เลยตั้งใจจะต้องเข้าเรียนแพทย์ให้ได้” ขวัญทิพย์ เล่า
ขวัญทิพย์ บอกว่า เคยมีเพื่อนของเราสองคนทักผิดทักถูก ว่าใครเป็นใครทั้งที่เราไม่ใช่ฝาแฝด แต่การที่ไว้ผมยาวเหมือนกัน ความสูงไล่เลี่ยกัน ทำให้เห็นด้านหลังอาจจะแยกไม่ออก แต่เราสองคนอาจจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว เพราะหมอเมย์เขาจะมีความสามารถทางด้านศิลปะ เขาวาดรูปเก่ง แกะสลัก ปั้น คุณสมบัติที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้เหมาะที่จะเรียนแพทย์ที่เป็นงานละเอียดอ่อน แต่ขวัญทำงานอาร์ตไม่เป็นเลย แล้วเธอก็หัวเราะขำตัวเอง
ขวัญทิพย์ เล่าว่า เมื่อเรียนจบจากจุฬาฯ ก็เข้าทำงานบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในแผนก Part Development ออกแบบชิ้นส่วนเครื่องยนต์ สนุกมาก แต่พอทำงานสักพักก็อยากเรียนต่อปริญญาโท จึงเริ่มหามหาวิทยาลัยเพื่อจะเรียนต่อ
พี่น้องสองคนไม่เคยจากกันเลย แต่มาแยกกันตอนที่เรียนจบปริญญาตรีแล้ว ก็บินไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ในสาขา Engineering and Managenent ที่ University Of New South Wales. ตอนที่ไปเรียนก็คิดถึงน้อง เพราะเราจะคอยดูแลเขาตลอด ถึงน้องเราจะเป็นคนเก่งแต่เราก็ห่วง เพราะรู้ว่าน้องเป็นคนบ้างาน ก็จะโทรศัพท์ทางไกลคุยกันหรือเขียนจดหมายมาบอกน้องเสมอ
หลังจากเรียนจบกลับมา ก็เข้าทำงานที่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ในแผนกจัดซื้อ ช่วงที่กลับมา หมอเมย์เริ่มออกมาทำงานใช้ทุนแล้ว อยู่ที่โรงพยาบาลใน จ.ชัยภูมิ ต้องขึ้นวอร์ดผ่าตัด งานหนักมาก ทั้งผ่าตัดไส้ติ่ง ทำคลอด หมอเมย์เขาแฮปปี้ แต่ขวัญเห็นว่าเขาเหนื่อยมาก เป็นห่วงน้องก็ตัวนิดเดียว ก็เลยคุยกันว่าอยากให้พักบ้าง
ขวัญทิพย์ บอกว่า ก่อนจะลาออกจากงานที่ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ก็คิดนานเหมือนกัน เพราะเป็นงานที่ชอบและตรงกับสาขาที่เรียนมา ทำอยู่ 2 ปี ก่อนหมอเมย์ทำคลินิก 1 ปี ตลอดเวลาเราเห็นว่าน้องทำงานหนักมาก จนเป็นห่วง ถ้าเราไม่เข้ามาช่วย เขาจะเป็นยังไง ก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาช่วย แรกๆ ก็เหงา ต้องปรับตัว เพราะจะมีเวลาเจอเพื่อนน้อยลง แต่สักพักหนึ่งก็ปรับตัวได้ ทีนี้ก็เริ่มมีเพื่อนมากขึ้น เพื่อนที่ได้มาใหม่ คือคนไข้ที่เข้ามารักษากับหมอเมย์ จะสนิทกันจนคนไข้รู้สึกว่าเหมือนเป็นคนในครอบครัว
สิ่งที่ขวัญจะต้องคอยบอกหมอเมย์ก็คือ ให้หยุดพักบ้าง คือ ถ้าไม่บอกให้หยุดพัก หรือชวนไปเที่ยวไปเดินเล่นบ้าง น้องก็จะทำแต่งานอย่างเดียวเลย ซึ่งน่าเป็นห่วงสุขภาพเขา เวลาเข้าไปอบรมเรื่องวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ขวัญก็จะไปเรียนด้วย และบางทีก็เอาความรู้มาถ่ายทอดให้คนไข้ฟังอีกทางหนึ่ง เพื่อให้คนไข้รู้ว่าการจะเสริมความงามจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ ไม่แนะนำให้คนไข้ทำอะไรที่เกินจำเป็น เพราะนอกจากเปลืองเงินและยังไม่ได้ทำให้ดูดีขึ้นอีกด้วย
นอกจากดูแลงานแอดมินให้น้องแล้ว ขวัญยังรับหน้าที่ดูแลเพจของเมริษาคลินิกในเฟซบุ๊กด้วย ถ้ามีคนมาถามก็จะตอบในเชิงความรู้ทางวิชาการให้
พี่เป็นเหมือนเพื่อน
พญ.เมริษา พี่ขวัญเป็นเหมือนเพื่อนมากกว่าพี่ พี่ขวัญจะคอยดูแลเมย์ตั้งแต่เด็ก เราสนิทกันมาก คุยกันได้ทุกๆ เรื่องจริงๆ แม้กระทั่งเรื่องผู้ชาย ใครมาจีบเราก็จะคุยกันสนุกสนาน ประทับใจที่พี่ขวัญมีความเป็นพี่สูงเหมือนเป็นเพื่อนคู่คิด ตอนเด็กๆ เมย์ซนมาก เวลาไปห้างสรรพสินค้าเห็นเขาประกวดตอบปัญหาอะไรจะต้องเต้นเร่าๆ ขอขึ้นไปแข่งบ้าง ชอบตอบปัญหาวิชาการ เห็นซนอย่างนี้หมอได้รางวัลมารยาทดีเด่นจากโรงเรียนตอนเรียนชั้นมัธยมด้วย
เวลาทำงานพี่ขวัญจะคอยถามว่าไหวไหม หนักไปไหม คอยเตือนให้พักบ้าง เพราะรู้ว่าเวลาทำงานแล้วจะทำไม่หยุด คุณแม่จะสอนให้ดูแลกัน พี่ต้องดูแลน้อง น้องต้องดูแลพี่ เราก็จะดูแลกันโดยอัตโนมัติ เมื่อเห็นอีกคนหนึ่งมีปัญหา
ตอนที่หมอทำงานหนักมาก ก็เริ่มคุยกันว่าจะลาออกมาทำคลินิกดีไหม เพราะจะได้มีเวลามากขึ้น และอยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่ที่เริ่มมีอายุมากแล้ว เราก็ตกลงกันว่าเราจะทำธุรกิจของเราเอง
“พี่ขวัญยอมลาออกจากงานเพื่อมาช่วยเมย์ทำคลินิก ให้เราเป็นคนรักษาคนไข้ และพี่ขวัญจะจัดการงานด้านการจัดการให้ทั้งหมด ถือว่าพี่เสียสละช่วยเรา เพราะถ้าไม่ได้พี่ขวัญหมอเมย์คงไม่สามารถที่จะทำงานคนเดียวได้อย่างสบายใจ เพราะการทำคลินิกมีรายละเอียดเยอะมาก” พญ.เมริษา เล่า
เธอกล่าวว่า วันนี้ทำคลินิกเสริมความงาม มีที่เดียวไม่มีสาขา ไม่ได้ทำแบบเชิงพาณิชย์ด้วย ทำเหมือนดูแลคนในครอบครัว ตอนนี้กำลังคิดว่าหมอมีเวลาว่างในวันอาทิตย์ หมอจะไปทำงานจิตอาสา จะออกไปออกหน่วยตรวจรักษาคนไข้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ตอนนี้ได้ไปคุยกับหน่วยอาสาเบื้องต้นไว้แล้ว ซึ่งคงจะไปช่วยในเรื่องการรักษาโรคผิวหนัง ซึ่งเป็นงานที่ถนัด อันนี้เป็นแผนงานปีหน้า และแน่นอนบางครั้งไปออกหน่วยก็ต้องมีพี่ขวัญตามไปด้วย ช่วยกันดูคนไข้ตามเคย
สำหรับเมย์ พี่ขวัญเป็นพี่เป็นเพื่อน เป็นทุกๆ อย่าง อยากบอกว่ารักพี่ขวัญ ส่วนพี่ขวัญก็หันมายิ้มให้น้องสาว บอกว่า ถึงจะรู้ว่าน้องสาวเป็นคนเก่ง แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเรามีกันแค่สองคน ไม่รักกันแล้วใครจะมารักเรา
“ถ้าไม่มีพี่ขวัญ เมย์คงทำงานไม่ได้เต็มที่ขนาดนี้ และเราสนิทกันมาก ไปไหนเราจะไปด้วยกัน 3 คน มีคุณแม่ พี่ขวัญ และเมย์ ยังนึกไม่ออกว่า ถ้าวันหนึ่งในอนาคตมีใครแยกเรือนออกไปมีครอบครัว เราจะอยู่ยังไง เพราะเราไม่เคยจากกัน ก็เคยคิดว่าจะทำยังไงดี แต่ตอนนี้ทั้ง 2 คน ยังโสด เลยไม่อยากคิดอะไรล่วงหน้า”
พี่น้องคู่นี้ จึงนับว่าเป็นคู่ซี้กันจริงๆ







