posttoday
ญี่ปุ่นผสมไทย ไม่มีใครเหมือน ณ ซิกเนเจอร์ คู เด ทา กรุงเทพฯ

ญี่ปุ่นผสมไทย ไม่มีใครเหมือน ณ ซิกเนเจอร์ คู เด ทา กรุงเทพฯ

27 ธันวาคม 2556

หากสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่ใจกลางสาธร ซึ่งถือเป็นย่านธุรกิจที่มีความสำคัญ และสถานที่แห่งนั้น

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

หากสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่ใจกลางสาธร ซึ่งถือเป็นย่านธุรกิจที่มีความสำคัญ และสถานที่แห่งนั้น เมื่อย่างเท้าก้าวเข้าไป เราสามารถสัมผัสได้ถึงความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์ การออกแบบ และการตกแต่ง ที่มาพร้อมกับความเรียบง่าย อันเป็นส่วนผสมที่ทำให้เราในฐานะผู้มาเยือนไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน แต่กลับรู้สึกผ่อนคลาย และตื่นตาตื่นใจไปกับวิวทิวทัศน์ที่มองเห็นใจกลางกรุงอยู่รอบๆ ตัว

ผมกำลังพูดถึงห้องอาหารซิกเนเจอร์ ณ คู เด ทา กรุงเทพฯ ที่ชั้น 39 ของอาคารสาทร สแควร์ (เชื่อมต่อตรงทางออกที่ 1 ของรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีช่องนนทรี)

ญี่ปุ่นผสมไทย ไม่มีใครเหมือน ณ ซิกเนเจอร์ คู เด ทา กรุงเทพฯ

 

ผมเลือกที่นั่งตรงมุมห้องด้านขวามือ เพื่อที่จะชิมรสชาติอาหารสไตล์ “โมเดิร์น เอเชียน” ระหว่างทางต้องเดินผ่านครัวเปิด ที่ทำให้มีโอกาสได้เห็นการทำงานอันสุดแสนจะตั้งใจของเชฟ โดยเฉพาะเอกเซ็กคิวทีฟ เชฟ โจนาธาน มาซา และเอกเซ็กคิวทีฟ พาสทรี เชฟ เจสัน ลิคเคอร์ ผู้ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของค่ำคืนนี้

ว่ากันว่า อาหารสไตล์โมเดิร์น เอเชียน ณ ห้องอาหารซิกเนเจอร์ นี้ “มิธรรมดา” ความไม่ธรรมดาทั้งในส่วนของอาหาร (จากฝีมือของโจนาธาน มาซา) และขนมหวาน (จากฝีมือของเจสัน ลิคเคอร์) นั้น คือการนำอาหารตำรับญี่ปุ่นแท้มาผสมผสานกับวัตถุดิบที่มาจากเหนือ ใต้ ออก ตก ของเมืองไทยเรานี่เอง เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นซิกเนเจอร์ที่หารับประทานที่ไหนไม่ได้ นอกจากที่นี่ที่เดียว

ญี่ปุ่นผสมไทย ไม่มีใครเหมือน ณ ซิกเนเจอร์ คู เด ทา กรุงเทพฯ

 

ถามว่า เมนูไหน เป็นเมนูโปรดสำหรับผมในค่ำคืนนี้ ต้องนี่เลย ฮามาจิ ทาทากิ ที่นำเอาเนื้อปลาฮามาจิมานาบกระทะให้สุกนอกนุ่มใน อร่อยด้วยรสชาติความเปรี้ยวของซอส กับกลิ่นหอมของงาติดมาด้วย กินคู่กับแตงชิ้นเล็กๆ ที่วางเคียงกัน ก็ได้รสชาติกลมกล่อมพอดีๆ

นอกจากนี้ ยังมีเมนูปลาที่เด็ดๆ อย่าง ฮิราเมะ โปเมโล ที่ได้ความเปรี้ยวความหอมจากส้มโอ หรือจะเป็น ฮามาจิ น้ำพริก ซึ่งเป็นเมนูปลาที่ได้รสชาติของน้ำจิ้มซีฟู้ด บวกกับรสชาติของผักชี งานนี้ถูกปากคนไทยแบบสุดๆ

ญี่ปุ่นผสมไทย ไม่มีใครเหมือน ณ ซิกเนเจอร์ คู เด ทา กรุงเทพฯ

เมนูเด็ดยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ยังมีเมนูเทมปุระ ที่ว่ากันว่าตัวแป้งที่เอามาคลุกเคล้ากับปลา ปลาหมึก และถั่วนั้น ใช้น้ำแร่เปอร์ริเอ้เป็นส่วนผสมเพื่อความกรอบและความเบา พอนำเข้าปากก็สัมผัสได้ถึงความกรอบและเบาอย่างที่ว่าไว้จริงๆ ยิ่งได้จิ้มกับซอสแล้ว บอกได้คำเดียวว่า แทบอยากจะเก็บกลับไปจิ้มต่อที่บ้าน เพราะมันอร่อยมากๆ แถมเมนูเทมปุระอันหลากหลายของที่นี่ ยังสร้างสรรค์ซอสเฉพาะของแต่ละชนิดเทมปุระเอาไว้ ไม่ซ้ำกันเลย

ที่เด็ดสุด ห้ามพลาด คือ ฮิจิมาตะ ปลาเก๋าจุดแดงที่ตัวซอสได้ความเปรี้ยวของมะนาว และมีมังคุดมากินควบคู่ โดยมังคุดที่นำมาเสิร์ฟ ต้องคัดสรรลูกที่หวานฉ่ำที่สุด รวมทั้ง ฮิราเมะ โทสะ ยูสุ เมนูปลาที่มีครีบปลาทอดกรอบกินควบคู่ ราดด้วยซอสดอกกะหล่ำ อร่อยกลมกล่อมมากๆ

ญี่ปุ่นผสมไทย ไม่มีใครเหมือน ณ ซิกเนเจอร์ คู เด ทา กรุงเทพฯ

 

ตบท้ายด้วยของหวาน ที่ทำให้ผมร้องว้าวออกมาอย่างลืมตัว มันคือเมนู Thai S’mores ไอศกรีมชาไทย ที่มีส่วนผสมของมาร์ชเมลโลว์ พอตักเข้าปาก มันเหนียวนุ่มหนึบ และอร่อยเป็นที่สุด อีกเมนูหนึ่งคือ แสงโสม คาปูชิโน ที่มีโฟมรสชาติแสงโสมลอยเด่นอยู่บนถ้วย เมื่อตักตรงกลางแล้วคว้านให้ลึกถึงก้นถ้วย ได้รสชาติทั้งโฟม ทั้งไอศกรีมนม และกาแฟคลุกเคล้ากัน

สามารถไปสัมผัสกับความพิเศษของห้องอาหารซิกเนเจอร์ ณ คู เด ทา กรุงเทพฯ ได้ทุกวัน เวลา 18.00-22.30 น. (ออร์เดอร์สุดท้ายเวลา 22.30 น.) โทร. 02-108-2000 หรือ www.kudeta.com

ญี่ปุ่นผสมไทย ไม่มีใครเหมือน ณ ซิกเนเจอร์ คู เด ทา กรุงเทพฯ

 

ญี่ปุ่นผสมไทย ไม่มีใครเหมือน ณ ซิกเนเจอร์ คู เด ทา กรุงเทพฯ

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ