
คลื่นลูกใหม่สวิงถิ่นผู้ดี
ต้องยอมรับว่าช่วงหลังมานี้ โปรดังๆ จากอังกฤษ (นับเฉพาะอังกฤษนะ ไม่ใช่ทั้งสหราชอาณาจักร) ผลงานค่อนข้างโรยราไปพอสมควร
ต้องยอมรับว่าช่วงหลังมานี้ โปรดังๆ จากอังกฤษ (นับเฉพาะอังกฤษนะ ไม่ใช่ทั้งสหราชอาณาจักร) ผลงานค่อนข้างโรยราไปพอสมควร
เห็นมีเพียง จัสติน โรส (วัย 33 ปี) ที่ดูจะโดดเด่นกว่าใคร จากการผงาดครองแชมป์ระดับเมเจอร์ครั้งแรกใน “ยูเอส โอเพ่น 2013” ที่ผ่านมา
ส่วน 2 ยอดโปรผู้ดีที่เคยขึ้นแท่นนั่งบัลลังก์กอล์ฟชายโลกมาแล้ว ทั้ง ลุค โดนัลด์ (36) และ ลี เวสต์วูด (40) น่าจะผ่านจุดสูงสุดในอาชีพจอมสวิงไปแล้ว หรือจะบอกว่าคงเข้าสู่ช่วงหมดโปรโมชั่นแล้วก็คงไม่ผิดนัก
เพราะจนถึงตอนนี้ โดนัลด์ และเวสต์วูด ยังไม่มีโอกาสสัมผัสแชมป์เมเจอร์ได้เลย ทั้งที่ต่างก็เคยเป็นมือ 1 โลกทั้งคู่ โดย โดนัลด์ ทำได้ใกล้เคียงสุดคือ คว้าที่ 3 ร่วม มาได้ 2 ครั้ง ใน “เดอะ มาสเตอร์ส” 2005 และ “พีจีเอ แชมเปียนชิพ 2006” ส่วน เวสต์วูด กวาด 2 รองแชมป์ในปี 2010 ทั้ง “เดอะ มาสเตอร์ส” และ “ดิ โอเพ่น”
ณ ตอนนี้ บรรดาสื่อถิ่นผู้ดีกำลังตีข่าว เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกคาดหมายว่ามีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจและความหวังของแฟนกอล์ฟชาวอังกฤษ
เขาคือ แมทธิว ฟิตซ์แพทริก จอมสวิงอเม…เจอร์ วัย 19 ปี ที่มีชื่อเต็มว่า แมทธิว โทมัส ฟิตซ์แพทริก
ซึ่ง บ่องตง ได้ยินชื่อก็รู้สึกงงๆ ไม่น้อย เพราะมันไม่คุ้นจริงๆ เลยต้องใช้เวลาเช็กข้อมูลดูหน่อยก็พอจะถึงบางอ้อขึ้นมาบ้าง
สวิงสมัครเล่นผู้ดีรายนี้เป็นชาวเมืองเชฟฟิลด์โดยกำเนิด แต่ชีวิตในวัยเด็กของ ฟิตซ์แพทริก ค่อนข้างแปลกจากเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเด็กอังกฤษส่วนใหญ่มักจะคลั่งไคล้บ้าเตะบอลกันทั้งนั้น แต่เขากลับหาเวลาไปจับพัตเตอร์ตั้งแต่สมัยยังเรียนระดับประถมที่โรงเรียนฮัลเลม ก่อนจะย้ายไปเรียนไฮสคูลที่โรงเรียนแธมป์ตันในเวลาต่อมา
หลังจากได้จับกีฬาที่ชอบและเลือกเอง เมื่อ 3 ปีที่แล้ว หนุ่มแมทธิว ก็สามารถคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันกอล์ฟระดับวิทยาลัย โดยแพ้เพื่อนสนิทอย่าง จิมมี มูลเลน 5 ช็อต และปีที่แล้วก็ผงาดคว้าแชมป์ “บอย อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ” ที่มีนักกอล์ฟสมัครเล่นทั่วเกาะอังกฤษมาร่วมดวลวงสวิงกันได้อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมกับได้รับทุนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น จนถึงปัจจุบัน
และที่สร้างชื่อสุดๆ ก็น่าจะเป็นในปีนี้ เมื่อ ฟิตซ์แพทริก ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมเล่นในศึกระดับเมเจอร์มาก่อน สามารถควอลิฟายคว้าตั๋วอันดับ 1 เข้าร่วมศึกเมเจอร์ “ดิ โอเพ่น 2013” ที่มุยร์ฟิลด์, สกอตแลนด์
แถมไม่ใช่แค่ได้เข้าไปสัมผัสเกมใหญ่เท่านั้น แต่เขาเป็นนักกอล์ฟอเมเจอร์เพียงคนเดียว ที่สามารถผ่านตัดตัวเข้าไปเล่นใน 2 วันสุดท้ายได้สำเร็จ และจบอันดับที่ 44 ร่วมเลยทีเดียว
ยัง...ยังไม่พอ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ฟิตซ์แพทริก บินข้ามทวีปไปแข่งนอกเกาะอังกฤษเป็นครั้งแรก แล้วไปคว้าแชมป์“ยูเอสอเมเจอร์” ที่สนาม เดอะ คันทรี คลับ มาได้อีกด้วย ซึ่งทำสถิติสวิงผู้ดีคนแรกในรอบ 102 ปี ที่ผงาดชูถ้วยรายการนี้
นอกจากนี้ ยังได้สิทธิเข้าร่วมแข่งศึกเมเจอร์แรกของซีซั่น “เดอะ มาสเตอร์ส” ที่สนามออกัสตา ในปีหน้าด้วยหลังก่อนหน้านี้ก็ได้ตั๋วเข้าร่วม 2 เมเจอร์ในปี 2014 มาก่อนแล้ว คือ “ยูเอส โอเพ่น” และ “ดิ โอเพ่น”
อย่างไรก็ตาม สวิงอเมเจอร์มือ 1 โลกอย่าง ฟิตซ์แพทริกก็ไม่พยายามกดดันตัวเองเกี่ยวกับเรื่องเทิร์นโปรมากนัก โดยขอเรียนรู้และพัฒนาการตัวเองไปทีละขั้นแบบเป็นระบบ
“สิ่งที่ยังไม่เคยรู้คือ การเป็นนักกีฬาอาชีพแบบเต็มตัวนั้น มันคงเป็นเรื่องยากมาก บางคนย้ายไปเล่นอีกประเทศ ก็เทิร์นโปรทันที และเราก็ไม่เคยได้ยินชื่อของเขาอีกเลย” ฟิตซ์แพทริก กล่าว
นอกจากนี้ เขายังบอกอีกว่า ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาก่อนเรื่องเทิร์นโปร อาจจะพิจารณาอีกครั้งหลังรับปริญญาเรียบร้อยแล้ว เพราะหากไม่ประสบความสำเร็จในการเล่นกอล์ฟ เขาก็ยังมีตัวเลือกอื่น การศึกษาคือรางวัลที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต
โอ้โห! พูดได้เกินวัยจริงๆ เลยนะ ความคิดความอ่านสุดยอดมากนะนาย
พรสวรรค์นะมีแล้วแน่ ก็เหลือแค่พรแสวงอีกสักหน่อย
โปรดจำชื่อ ฟิตซ์แพทริก ไว้ได้เลย นาย...เจิดแน่







