
บอน-นรินทร์ ผลานุรักษา กับคูริ ลูกชายผู้รักสันโดษ
ถ้าใครเล่นอินสตาแกรม และได้ตามอินสตาแกรม @bonnisimo ของ “บอนนรินทร์ ผลานุรักษา”
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ถ้าใครเล่นอินสตาแกรม และได้ตามอินสตาแกรม @bonnisimo ของ “บอนนรินทร์ ผลานุรักษา” บรรณาธิการนิตยสารแอลเมน ไทยแลนด์ จะเห็นว่า นอกจากเขาจะอัพรูปเกี่ยวกับการทำงาน การเดินทาง และไลฟ์สไตล์แล้ว เขายังอัพรูปสุนัขตัวโปรด พันธุ์ชิโร่ เพศผู้ อายุ 2 ปี 8 เดือน ที่มีชื่อน่ารักน่าชังว่า “คูริมุ” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “คูริ” อีกด้วย
งานนี้มีหรือจะพลาด เลยต้องมาพบเจ้าคูริตัวจริงเสียหน่อยแล้วล่ะ
“ผมเป็นคนที่อยู่กับหมามาตั้งแต่เด็ก เลี้ยงหมามาตลอดชีวิต เลี้ยงจนหมาแก่ตายไป ทีนี้พอตัดสินใจจะเลี้ยงหมาอีกสักตัวหนึ่ง ผมก็นึกถึงหมาพันธุ์ชิโร่ หมาสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผมชอบหมาพันธุ์นี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผมเลยศึกษาค้นคว้า ยิ่งศึกษายิ่งค้นพบว่าหมาพันธุ์นี้เป็นหมารักสันโดษ มีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยส่งเสียงรบกวน ซึ่งเหมาะกับผมตรงที่ผมอาศัยอยู่ในคอนโด มีโลกส่วนตัวสูง และชอบความเงียบ ผมเลยลองหาดูว่าซื้อได้ที่ไหนบ้าง พอดีไปเจอคุณเบิร์ดที่เขานำหมาพันธุ์นี้เข้ามาในเมืองไทยได้ เลยบอกเขาไปว่าอยากได้สีขาว เขาบอกว่าต้องรอนะ จนผ่านไป 2 เดือน เขาไปเจอชิโร่สีขาวที่ไต้หวัน ผมเลยตัดสินใจซื้อ แต่ต้องรอให้มันโตเต็มที่ เพื่อจะเดินทางเข้ามาในไทยได้”
นรินทร์ เผยถึงที่มาของชื่อว่า จริงๆ แล้วเจ้าคูริมีชื่อเต็มว่า คูริมุ มาจากคำว่า ครีม หรือ ไอศกรีม “ด้วยความที่ตัวเจ้าคูริมีสีขาวเหมือนไอศกรีม เลยตั้งชื่อนี้ให้ แต่เรียกไปเรียกมา ก็เลยเรียกว่าคูริมาเรื่อยๆ”
สำหรับการเลี้ยงดู นรินทร์ เล่าสู่อย่างอารมณ์ดีว่า การเลี้ยงดูเจ้าคูรินั้นต่างจากน้องหมาตัวอื่นๆ ที่เขาเคยเลี้ยงมา “หมาที่เคยเลี้ยงมา จะเข้าหาเจ้าของ เรียกร้องความรักจากเจ้าของ แต่เจ้าตัวนี้จะเงียบๆ ชอบอยู่ในโลกส่วนตัว โดยแอบมองเราว่า เราทำอะไรอยู่เป็นระยะๆ และไม่ค่อยต้องการความรักจากเจ้าของเท่าไหร่ ไม่ค่อยแสดงออก ไม่ค่อยร้อง ไม่ค่อยเห่า จนเราต้องคอยดูว่ามันเป็นอะไรไปหรือเปล่า ยังสบายดีอยู่ไหม (หัวเราะ)”
นรินทร์ เผยว่า การที่เจ้าคูริมีนิสัยแบบนี้ ก็ดีไปอีกแบบ ทำให้เขาฝึกที่จะใส่ใจคนอื่นมากขึ้น “ยิ่งอยู่ด้วยกัน ก็ยิ่งมีความผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา เวลาฝนตกหนัก เราต้องรีบกลับบ้านมาดูแลมัน เพราะมันค่อนข้างกลัวฟ้ากลัวฝน”
สำหรับวีรกรรมของเจ้าคูริ แน่นอนว่าต้องมีบ้างเป็นธรรมดาตามประสาสุนัข ซึ่งวีรกรรมของเจ้าหมาตัวนี้ คือ ชอบกัดของ ซึ่งทำให้เจ้าของอย่างนรินทร์ต้องคอยดู คอยสั่งสอน ซึ่งถ้าคูริรู้ตัวว่าทำอะไรแล้วเจ้าของไม่แฮปปี้ ก็จะแสดงตัวแบบสำนึกผิด จนเมื่อคูริโตขึ้น เริ่มมีวินัย ไม่ซน และไม่กัดของอีก
“แต่ปัญหาที่ยังหนักใจ คือ คูริมีวินัยดีแบบดีมากจนเกินไป จนเวลาพาไปข้างนอก ถ้าไม่ใช่ที่ของมัน มันจะชอบอั้นฉี่และอึ บางทีอั้นได้เป็นวันๆ ซึ่งก็เป็นห่วงในเรื่องนี้อยู่พอสมควร ถึงจะเป็นหมาที่มีวินัยดีเยี่ยม แต่ก็ไม่อยากให้ฉี่และอึบ้าง เวลาพาไปข้างนอก (หัวเราะ)”
ส่วนเรื่องอาหารการกิน นรินทร์ บอกว่า เลี้ยงดูด้วยอาหารเม็ดเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากอาหารเม็ดจะช่วยบำรุงขน ส่วนอาหารจำพวกอาหารทะเล เช่น ปลา คูริจะไม่ชอบเลย ได้กลิ่นปลาทีไรเป็นเดินหนี
“คูริไม่ค่อยป่วยนะ ก็มีน้ำมูกไหลบ้าง นานๆ ที เวลาเลี้ยง ก็มักจะให้เขาอยู่ในห้องแอร์บ้าง ไม่มีแอร์บ้าง แต่ก็ขอให้มีพัดลมพัดมาให้พอเย็นสบาย อากาศบ้านเราก็ร้อนอะนะ ก็ต้องเข้าใจเขาเข้าใจเรา”
ท้ายสุด สิ่งที่นรินทร์อยากบอกเจ้าคูริมากที่สุด นั่นก็คือ แสดงความรักกับเจ้าของให้มากกว่านี้ “จะนิ่งไปไหน (หัวเราะ) แต่ก็รักเขามาก อยากให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ”
เคล็ดไม่ลับกับน้องหมาพันธุ์ชิโร่
พยายามฝึกให้เขามีวินัย และต้องเข้มงวดกับกฎทุกอย่าง อย่างเวลาเรารับประทานข้าว แล้วเขามาขอขนมที่โต๊ะรับประทานข้าว เราต้องไม่ให้อย่างเด็ดขาด เพื่อที่เขาจะได้ไม่มาขอเราอีก เราต้องพยายามให้เขารู้ว่า เรายึดกฎนี้อย่างเข้มงวด การเลี้ยงดูจะได้ง่ายและราบรื่น
เวลาจะปรามน้องหมา ให้ใช้เสียงดัง เสียงดุ เข้าไว้ อย่าตี เพราะหมาพันธุ์นี้สมาธิดี เข้าใจอะไรได้ง่ายอยู่แล้ว







