posttoday
หนังสือโปรดพระพรหมวิสุทธาจารย์ (เจ้าคุณมนตรี)

หนังสือโปรดพระพรหมวิสุทธาจารย์ (เจ้าคุณมนตรี)

15 ธันวาคม 2556

วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. 2556 เป็นวันที่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เลื่อน และสถาปนาสมณศักดิ์พระราชาคณะ

วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. 2556 เป็นวันที่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เลื่อน และสถาปนาสมณศักดิ์พระราชาคณะ 72 รูป ในจำนวนนั้น พระธรรมวราภรณ์ (มนตรี คณิสฺสโร) พระเถระชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายธรรมยุต ได้รับการสถาปนา เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง หรือรองสมเด็จชั้นหิรัญบัฏ ที่พระพรหมวิสุทธาจารย์

ศิษย์สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์)

อัตตโนประวัติ พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร) ดำรงตำแหน่งทางคณะสงฆ์หลายตำแหน่ง เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม กรรมการเถรสมาคมธรรมยุต เป็นเจ้าคณะภาค 11 (ธรรมยุต) เป็นเจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์

นามเดิมชื่อ มนตรี นามสกุล บุญถม ฉายา คณิสฺสโร เกิดวันที่ 1 ก.พ. 2484 บ้านเลขที่ 36 หมู่ 4 ต.โคกสลุด อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

บรรพชาวันที่ 20 พ.ค. 2502 ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธฯ อุปสมบทวันที่ 28 มี.ค. 2504 ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธฯ

ท่านเป็นสัทธิวิหาริกผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งเลขานุการในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาจนตลอดพระชนม์ชีพ

เคยเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ก่อนมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์

หนังสือโปรดพระพรหมวิสุทธาจารย์ (เจ้าคุณมนตรี)

 

ส่วนด้านการศึกษา นอกจากเป็นเปรียญธรรม 5 ประโยค ท่านจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จบปริญญาโททางวรรณคดีอังกฤษ จากมหาวิทยาลัย Banaras Hindu University, India. เมื่อ พ.ศ. 2518

สมณศักดิ์ เริ่มจากพระครูวินยาภิวุฒิ พระสิริรัตนสุธี พระราชกวี พระเทพกวี พระธรรมวราภรณ์ และพระพรหมวิสุทธาจารย์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ

หนังสือโปรด

เมื่อพระคุณท่านได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ คณะศิษย์ได้จัดพิมพ์หนังสือเรื่องพระประวัติตรัสเล่า พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรส ผู้เป็นบูรพาจารย์คณะสงฆ์ไทย สำหรับแจกเป็นบรรณการแก่ผู้ที่มาแสดงมุทิตาจิต ร่วมกับหนังสืออื่นๆ อีกหลายเล่ม

คณะศิษย์เล่าไว้ในสักการปรารภว่า ที่เลือกพิมพ์หนังสือเล่มนี้ เพราะเป็นหนังสือเล่มโปรดของ พระพรหมวิสุทธาจารย์ ครับ

คณะศิษย์ได้กล่าวถึงท่านเจ้าคุณว่า เมื่อมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ ได้อุทิศตนเพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์ และการบริหารภาระงานอันหนักหนาให้ข้ามพ้นอุปสรรคนานามาได้โดยลำดับ กระทั่งพระอารามที่ท่านครองได้เรืองรองด้วยความงามทั้งวัตถุธรรมและศาสนธรรมเป็นที่ประจักษ์

ส่วนด้านการบริหารศาสนกิจซึ่งพระเดชพระคุณได้รับปฏิบัติในตำแหน่งสำคัญไว้เป็นอันมาก โดยเฉพาะทางการปกครองบังคับบัญชาคณะสงฆ์ ในตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าคณะภาค 11 (ธรรมยุต) ตลอดจนบริหารงานพระศาสนาในภารกิจอื่นๆ อีกนับเป็นเอนกนัย ก็สำเร็จหิตานุหิตประโยชน์ได้ด้วยวิริยขันตยาทิคุณ

ไม่เพียงจำเพาะแต่การพระศาสนา หากพระเดชพระคุณยังเมตตาแบ่งปันประโยชน์เพื่อความผาสุกของประชาชนในหลายด้าน อาทิ การศึกษา การสาธารณสุข และการสังคมสงเคราะห์

เมื่อกล่าวจำเพาะจริยาวัตร ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า พระพรหมวิสุทธาจารย์ เป็นผู้มั่นคงในพรหมจรรย์เนกขัมมปฏิปทา ครองสุจริตธรรมจรรยา มีอัธยาศัยสงบเสงี่ยมเยือกเย็นและละมุนละม่อม เผื่อแผ่เกื้อกูลสรรพกิจอันยังคุณประโยชน์แก่มหาชนโดยทั่ว เป็นที่ชื่นชมและชื่นใจของสัทธิวิหาริก อันเตวาสิก ศิษยานุศิษย์ สหธรรมิก และพุทธศาสนิกชนทั้งปวง

ปรารภเหตุดังนี้ คณะศิษยานุศิษย์ จึงมีน้ำใจโสมนัสอนุโมทนาเมื่ออิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์ของพระเดชพระคุณได้รุ่งเรืองไพบูลย์ขึ้น จึงจัดพิมพ์หนังสือ พระประวัติตรัสเล่า พระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ถวายเป็นมุทิตาสักการะ สำหรับมอบเป็นสิ่งสนองน้ำใจแก่ผู้มาถวายสักการะและเผยแผ่เป็นวิทยาทาน

เหตุที่เลือกพิมพ์หนังสือนี้ ด้วยคณะศิษยานุศิษย์ได้ทราบว่า พระเดชพระคุณ พระพรหมวิสุทธาจารย์ มีศรัทธาปสาทะในพระกิตติคุณของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์แห่งคณะสงฆ์ไทย ได้ทรงปฏิรูปการคณะสงฆ์ทั้งส่วนการปกครอง การศึกษา การเผยแผ่ และกิจจานุกิจบรรดามีให้ถาวรวัฒนาเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาตราบกระทั่งปัจจุบัน ทั้งยังทรงพระปรีชารอบรู้ในสรรพวิทยาสามารถในทางอักษรศาสตร์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ทรงพระนิพนธ์หนังสือสำคัญไว้หลายเรื่อง ไม่จำกัดจำเพาะเชิงศาสนคดีเท่านั้น ดังตัวอย่างพระนิพนธ์เรื่องพระประวัติตรัสเล่า ซึ่งเป็นหนังสือเล่มโปรดของพระพรหมวิสุทธาจารย์ นี้เป็นสำคัญ

การเลือกพิมพ์พระนิพนธ์นี้จึงน่าจะเป็นปฏิการะสนองคุณได้อย่างเหมาะสมัยและความพึงใจของพระเดชพระคุณผู้ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์

ขอท่านทั้งหลายจงตั้งกัลยาณจิต อัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยอันเป็นสรณาดิศัยบุญเขต กอปรกับกุศลเหตุทุกประการถวายเป็นพระอภิบาลให้ พระพรหมวิสุทธาจารย์ (คณิสฺสโร) ประสบความเกษมโสภณวิมลพรโดยถ้วนจตุรพิธ สัมฤทธิ์ในสรรพกิจ และสฤษฏ์ในความประสงค์ เจริญเกียรติคุณวิบุลยศดำรงอยู่ยั่งยืนนานจิรัฏฐิติ วิรุฬหิไพบูลย์ในพระบวรพุทธศาสนา ตลอดกาลเป็นนิตย์ เทอญ

พระประวัติตรัสเล่า

ทำไม? หนังสือ พระประวัติตรัสเล่า จึงเป็นหนังสือเล่มโปรดของพระพรหมวิสุทธาจารย์ ผู้เขียนยังไม่มีโอกาสกราบเรียนถาม แต่ได้อ่านด้วยตนเอง ขอบอกว่าวางไม่ลง

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเล่าเรื่องตั้งแต่ทรงประสูติ ถึงช่วงที่ทรงรับสมณศักดิ์ เป็นหนังสือหนา 163 หน้า พร้อมด้วยภาพประกอบที่หายาก

สรุปเนื้อหาบางส่วนว่า ผู้ทรงนิพนธ์นั้นเป็นลูกหลวง มีพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เป็นพระบรมชนกนาถ เจ้าจอมมารดาแพ พระสนมเอกในรัชกาลที่ 4 เป็นเจ้าจอมมารดา ประสูติ 12 เม.ย. 2403 ตอนประสูติอากาศที่กำลังสว่าง มีเมฆตั้ง ฝนตกใหญ่ พระบรมชนกนาถ ทรงถือนิมิตนั้น พระราชทานนามว่า พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ เป็นพระองค์เจ้าที่ 4 ในจำนวนพระองค์เจ้า 5 พระองค์ ของเจ้าจอมมารดาแพ แต่เป็นพระเจ้าลูกเธอลำดับที่ 47 ของรัชกาลที่ 4 เจ้าจอมมารดาแพถึงแก่กรรม พ.ศ. 2404 หลังจากประสูติพระองค์เจ้าบัญจบเบญจมา

พระองค์ท่านทรงเล่าเรื่องในวัยพระทารกและวัยพระกุมาร วัยพระดรุณ คราวทรงพระเจริญ สมัยทรงผนวชพระ และสมัยทรงรับสมณศักดิ์ เป็นความรู้ที่ไม่มีช่องทางจะรู้ได้อย่างละเอียดถ้าพระองค์ท่านไม่ทรงนิพนธ์ไว้

ชีวิตที่กำพร้าแม่ อยู่ในความดูแลของยายนามว่า ท้าวทรงกันดาน (ศรี) ตลอดจนกระทั่งทรงผนวช เป็นผู้รักการศึกษา ได้ครูดีทั้งภาคภาษามคธและครูภาษาอังกฤษ จนกระทั่งทรงเอาเป็นแบบอย่างในการวางพระองค์ แม้จะไม่ได้ไปเรียนเมืองยุโรป แต่ก็ทรงได้แบบอย่างจากครูฝรั่งมาช่วยในการตัดสินใจเมื่อรับผิดชอบในราชการถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

แต่ด้วยนิสัยชอบทางพระ (เมื่อเป็นเด็กยังชอบเล่นเป็นพระ) เมื่อมาอยู่วัดกับกรมหลวงวรานุรักษ์ที่ทรงบรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบวรนิเวศวิหาร จึงชอบ และไม่อยากกลับเข้าวังอีก ท่านเปรียบเหมือนปลาที่อยู่น้ำตื้น พอออกมาน้ำลึกก็ชอบ

ท่านทรงเล่าถึงในช่วงที่เป็นวัยรุ่นในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น เป็นช่วงที่กำลังเห่อฝรั่ง ชอบซื้อของที่ห้างฝรั่ง เสื้อผ้าก็ทรงตัดร้านฝรั่งมากกว่าร้านทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อลาสิกขาจากการบรรพชาเป็นสามเณร ขณะที่มีวัย 1415 ปี ได้รับเงินพระราชทาน 400 บาท จากเจ้าพี่ใหญ่ เป็นเงินมากทีเดียว คุณยายก็ไม่เก็บไว้ ให้ตัดสินใจเองว่าจะใช้ทำอะไร จึงซื้อสารพัดทั้งเครื่องแต่งเรือนและแต่งตัว โดยทรงขี่ม้ามาซื้อที่ห้างฝรั่งย่านบางรักและสีลม

ทรงเล่าถึงการทรงม้าว่าชอบควบม้าเร็ว เมื่อมาบางรักและสีลม เคยตกม้า 910 ครั้ง แต่ก็ชอบ

พยายามเอาอย่างฝรั่งในหลายเรื่อง เช่น การดื่มของเมา แต่ทำไม่ได้นอกจากไม่ชอบรสชาติแล้วยังเมาและไม่สบาย รวมไปถึงการเล่นการพนัน หรือทำบาปอื่น เช่น ยิงนกตกปลา ก็ทำไม่ขึ้น ปลาไม่กินเบ็ดเอาเสียเลย ยิงนก นกก็ไม่ตาย คราวหนึ่งยิงนกพิราบ มันตกลงมาแต่ไม่ตาย เมื่อดูมันมองตาปริบๆ เหมือนจะบอกว่า มายิงเขาทำไม ไม่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย ยิงเอาได้

ส่วนการใช้เงินแบบฟุ่มเฟือยก็ได้สำนึกเอง ในสมัยนั้นแม้จะไม่มีบัตรเครดิต แต่ห้างให้เซ็นเชื่อไว้ก่อน ผ่านไประยะหนึ่งจึงส่งใบเสร็จมาเก็บเงิน ก็เอาเงินยายจ่าย แต่คราวหนึ่งไม่ได้จ่ายขอผัดไปก่อน แต่ห้างฝรั่งทนผัดไม่ไหวเตรียมฟ้องทวงหนี้ที่ศาลคดีต่างประเทศ เดชะบุญเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี ทราบเรื่องจึงบอกให้ทราบ และให้นำเงินไปใช้ มิเช่นนั้นคงเสียชื่อเสียงแน่นอน จากนั้นจึงไม่เข้าห้างนั้น แต่ก็ยังไม่เข็ด

เมื่อพระชันษา 17 ปี จึงเปลี่ยนนิสัยจากสุรุ่ยสุร่าย มาเป็นผู้รู้จักใช้สอย รู้คุณค่าของเงิน วันหนึ่งทรงนอนเล่นที่เรือน ใกล้ๆ กันนั้นก็เห็นโต๊ะขนาดกลางที่เคยซื้อมาในราคาแพง แต่วันนั้นดูแล้วเห็นเป็นของไม่งามไม่มีราคา แม้กระทั่งของอื่นๆ ที่ทรงซื้อมาก็มีสภาพไม่ต่างกัน จึงทำให้เลิกอยากซื้อของ ใบเสร็จใบสุดท้ายที่ห้างส่งมาเก็บเงินมีราคาเพียง 1 บาท เป็นค่ากระดุมทองเหลืองชุบทองใช้ติดชุดแฟนซี

เมื่อพระชันษา 18 ปี ได้เข้ารับราชการกรมราชเลขา เป็นราชเลขาในทางอรรถคดี จนกระทั่งพระชันษา 20 ปี (นับขณะอยู่ในครรภ์มารดาด้วย) ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอุปสมบท พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานอนุญาต และทรงตรัสว่าถ้าบวชถึง 3 พรรษา จะให้ทรงกรม

ในการอุปสมบทมีสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระจันทรโคจรคุณ (ยิ้ม จนฺทรํสี)วัดมกุฏกษัตริยาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ในพรรษาแรกนั้นตัดสินใจว่าจะบวชไม่สึก เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถวายพุ่มแล้วทรงกราบ เพราะเกิดละอายที่จะให้ทอดพระเนตรผู้ที่เคยกราบอย่างพระแล้วไปเป็นฆราวาส

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน