posttoday
อนุโมทนาร่วมกัน

อนุโมทนาร่วมกัน

08 ธันวาคม 2556

พุทธคยา เป็นสังเวชนียสถาน 1 ใน 4 ที่มีความสำคัญมากเป็นพิเศษของพระพุทธศาสนา โดยเป็นสถานที่ “ตรัสรู้”

พุทธคยา เป็นสังเวชนียสถาน 1 ใน 4 ที่มีความสำคัญมากเป็นพิเศษของพระพุทธศาสนา โดยเป็นสถานที่ “ตรัสรู้” ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำเนรัญชรา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

สถานที่แห่งนี้ในสมัยพุทธกาลนับเป็นสถานที่ที่ร่มรื่น เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรทางจิตอย่างยิ่ง และเมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้ พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณก็ได้ประทับ ณ พุทธคยา เพื่อเสวยวิมุตติสุข

จากความพิเศษสำคัญนี้ชาวพุทธทั่วโลกจึงได้ร่วมเสนอขอให้พุทธคยาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนในที่สุด พ.ศ. 2545 คณะกรรมการมรดกโลกได้พิจารณาให้ยกพุทธคยาขึ้นเป็นมรดกโลก

ปัจจุบันพุทธคยาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลก และมีผู้แสวงบุญนับล้านไปนมัสการพุทธสถานแห่งนี้ ในฐานะเป็นสังเวชนียสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญที่สุดของชาวพุทธ

ด้วยความสำคัญของสังเวชนียสถานแห่งนี้ ทำให้ชาวพุทธมองเห็นโอกาสในการพัฒนาปรับปรุงให้ดีพร้อมสมบูรณ์ที่สุดเหมือนกับสังเวชนียสถานอื่นที่มีชาวพุทธเข้าไปบูรณปฏิสังขรณ์ก่อนนี้

แล้วโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา ก็เป็นโครงการสำคัญโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้น เพื่อเสริมสร้างมหาเจดีย์แห่งนี้ให้มีความงดงามสมบูรณ์เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้คนที่พบเห็นและเป็นสง่าราศีแก่พระพุทธศาสนา

โดยการริเริ่มของ ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ที่เห็นพ้องกับพระ ดร.กฤษฎา สิริวฑฺฒโน ประธานสงฆ์วัดเมตตาพุทธาราม พุทธคยา ประเทศอินเดีย สาขาวัดบวรนิเวศวิหาร ได้นำความเข้าปรึกษาและทำจดหมายขออนุญาตไปยังคณะกรรมการ B.T.M.C. รวมถึงฝ่ายโบราณคดีที่ดูแลงานมรดกโลกในอินเดีย ปรากฏว่าได้รับการอนุมัติด้วยดี

ได้สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานโครงการ และ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานคณะอำนวยการดูแลการดำเนินงานทั้งหมด

โดยวัตถุประสงค์โครงการ คือ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเทิดพระเกียรติ 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวันที่ 3 ต.ค. 2556 ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูต ไปต่างประเทศพระองค์แรก

เริ่มโครงการโดยรวบรวมทองคำจากชาวพุทธไทยที่มีจิตศรัทธาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2556 โดยทองคำที่ตั้งเป้าเพื่อนำไปหลอมและขึ้นแบบหุ้มยอดฉัตรของพระมหาเจดีย์พุทธคยาซึ่งยอดฉัตรสูง 6 เมตร กว้าง 3 เมตรกว่า อยู่ที่ 250 กก. แต่หลังสิ้นสุดโครงการพบว่าทองคำที่ได้รับบริจาคทั้งหมด 289 กก.

การหุ้มทองยอดฉัตรอยู่ภายใต้การดำเนินการของช่างทองหลวงไทยจากกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จำนวน 11 คน เสร็จแล้วบรรทุกทางเครื่องบินไปอินเดียในวันที่ 11 พ.ย. แต่ก่อนจะเดินทาง ทางโครงการได้นำทองคำที่ขึ้นแบบเป็นยอดฉัตรนั้นไปทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงอธิษฐานจิต ณ วังไกลกังวล พร้อมทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นทองคำแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงลงพระนามาภิไธย จากนั้นทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานกลับมายังโครงการ

ณ วันนี้ โครงการดังกล่าวได้บรรลุผลสำเร็จด้วยพลังแห่งความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกไปเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2556 ซึ่งเป็นวันที่ทองคำน้ำหนัก 289 กก. ถูกนำไปหุ้มบนยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา

โดยการดำเนินพิธีถวายทองคำหุ้มยอดฉัตรนั้น มีขั้นตอนที่สำคัญ คือ การนำบัวยอดฉัตรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งสัตยาธิษฐานเพื่อให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขไปประดิษฐาน ณ ยอดพระมหาเจดีย์

จากนี้ต่อไปความเรืองรองจากยอดฉัตรทองคำได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการหลอมรวมพลังศรัทธาของสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เอาไว้แล้ว

เป็นการแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่เพียงแต่ทรงมุ่งทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเท่านั้น หากแต่ทรงมุ่งมั่นต่อความสงบสุขของประเทศชาติและประชาราษฎร์ให้อยู่เย็นเป็นสุข พ้นทุกข์ร่วมกัน

ขอคนไทยและชาวพุทธทั้งหลายโปรดร่วมอนุโมทนาสาธุในมหากุศลครั้งนี้โดยพร้อมเพรียง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก