
‘อภิชัย วิจิตรปิยกุล’ กระบี่มือหนึ่งแห่ง สนพ.ผีเสื้อ
ว่ากันว่าเขาคือนักวาดภาพปกหนังสือที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยที่ยังมีชีวิตอยู่
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ว่ากันว่าเขาคือนักวาดภาพปกหนังสือที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยที่ยังมีชีวิตอยู่
นี่คือโฉมหน้าของ อภิชัย วิจิตรปิยกุล กระบี่มือหนึ่งผู้อยู่เบื้องหลังปกหนังสืออันสวยงามคลาสสิกมากกว่า 300 เล่ม ตลอดระยะเวลา 27 ปีที่ผ่านมาของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ถือเป็นไม่กี่ครั้งที่บรรณาธิการฝ่ายศิลป์แห่งสำนักพิมพ์ผีเสื้อคนนี้ ออกมาเปิดเผยถึงชีวิต แรงบันดาลใจ และการทำงานในฐานะศิลปินนักวาดภาพประกอบ
อภิชัย เกิดเมื่อปี 2506 ที่บ้านนาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เขาบอกว่ารู้ตัวว่าชอบวาดรูปตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนเสียอีก
“จำได้ว่าพี่แถวบ้านคนหนึ่งวาดรูปสวยมาก ก็ขอให้เขาวาดรูปการ์ตูนให้ แกคิด 50 สตางค์ เราไม่มีเงิน เลยคิดว่าถ้างั้นวาดเองดีกว่า สมัยนั้นโรงเรียนสอนวาดรูปที่พอหาได้คือโรงหนัง ผมก็ไปคลุกคลีกับคนวาดโปสเตอร์หนังรุ่นพ่อ ก็ไปช่วยเขาลงพื้นสี ตีสเกล ช่วยลอกตัวอักษร ช่วยวาดบนป้ายคัตเอาต์ ขากลับก็ขอใบปิดหนังกลับมาฝึกวาดเองที่บ้าน ประสบการณ์ช่วงนั้นให้ทักษะด้านการวาดรูปเหมือนเยอะมาก อยู่กับมันทุกวัน สังเกต ลองวาดจนช่ำชองพอสมควร”
เขาเลือกเอนทรานซ์เข้าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอันดับแรก โดยตัดสินใจเรียนในสายออกแบบนิเทศศิลป์ ใช้ชีวิตเสรี ไว้ผมยาว นุ่งยีนส์ กิน เรียน นอนที่คณะ วันไหนว่างก็หอบกระดานไปเขียนรูปตามแม่น้ำลำคลอง วัดวาอาราม ก่อนจะจบออกมาเข้าทำงานที่บริษัทรับทำภาพประกอบโฆษณาในยุคที่เทคนิคการใช้แอร์บรัชเฟื่องฟูสุดขีด
“ยุคนั้นบ้านเรายังไม่มีโฟโต้ช็อป คอมพิวเตอร์ก็มีแค่จอขาวดำสำหรับสำนักงาน การใช้แอร์บรัช (แปรงพ่นสี) จึงได้รับความนิยมมาก สินค้าบางอย่างต้องวาดด้วยมือเท่านั้น และต้องวาดให้สวยเกินจริงด้วย เพราะถ้าใช้การถ่ายภาพ ถ่ายออกมายังไงก็สวยสู้ไม่ได้
การต้องวาดตามใจลูกค้า วาดแล้วโดนแก้ วาดภายใต้เดดไลน์ มันเครียด ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ทำได้ไม่กี่ปีผมก็ออกมาเป็นฟรีแลนซ์ รับงานเขียนภาพประกอบทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ โฆษณาต่างๆ ก่อนเพื่อนคนหนึ่งจะแนะนำให้รู้จักกับอาจารย์มกุฏ อรฤดี ในปี 2528 ตอนนั้นยังทำสำนักพิมพ์กะรัต (ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสำนักพิมพ์ผีเสื้อในปัจจุบัน)”
อภิชัย ยังจำได้แม่นยำราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เขาเล่าว่าปกแรกที่ได้รับมอบหมายให้วาด เป็นนิยายชื่อคุณพ่อขายาว เขียนโดย จีน เว็บสเตอร์ ถือเป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
“วาดห่วยแตกมาก (ยิ้มอายๆ) เสียดายไม่ได้เก็บไว้ ผมว่าเป็นเพราะอ่านแล้วตีโจทย์ไม่แตก เรายังไม่รู้ว่าวิธีการเขียนปกมันมีรายละเอียดมากมายหลายอย่าง คุณพ่อขายาวเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวละครเอกที่เขียนจดหมายเล่าเรื่องชีวิตของตัวเอง ผมก็วาดแค่รูปคนเขียนจดหมาย ซึ่งจริงๆ มีจุดน่าสนใจเยอะ ไม่ว่าบุคลิกตัวละคร หรือฉากประทับใจมากมายที่สามารถเอามาเป็นไคลแมกซ์บนปก ขณะเดียวกันก็การเลือกใช้สี เลือกใช้กระดาษก็ยังสะเปะสะปะ”
ในฐานะนักวาดภาพปกที่ยังใช้วิธีวาดด้วยมือ ท่ามกลางวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไป ทุกสำนักพิมพ์แทบจะหันมาใช้โปรแกรมกราฟฟิกดีไซน์กันหมดแล้ว
“เดี๋ยวนี้เขาหันมาใช้คอมพิวเตอร์กันหมด เด็กรุ่นใหม่เขาก็ใช้โปรแกรมกันคล่อง ผมไม่แอนตี้นะ มองว่าแค่เปลี่ยนอุปกรณ์จากปากกา พู่กันมาเป็นเมาส์ เป็นโปรแกรมอิลลัสเตรเตอร์ โฟโต้ช็อป มันเป็นวิวัฒนาการ ดังที่เคยเห็นว่าเมื่อก่อนจากสีน้ำ สีโปสเตอร์ แอร์บรัช มาเป็นคอมพิวเตอร์
เด็กหลายคนยังขาดพื้นฐานเรื่ององค์ประกอบทางศิลปะ เรื่องใช้สี จัดองค์ประกอบ เด็กบางคนเก่งทั้งสองอย่างเขาก็ไปได้ไกลมาก นโยบายของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ อาจารย์มกุฏท่านยังเห็นความสำคัญของการวาดภาพปก ต้องวาดด้วยมือหมด ท่านต้องการให้คนทำอาชีพนี้ยังอยู่ได้”
ถึงวันนี้ ปกพ็อกเกตบุ๊กมากกว่า 300 ปก ที่อยู่ในความรับผิดชอบของบรรณาธิการฝ่ายศิลป์วัย 50 คนนี้ การันตีแล้วว่างดงาม มีคุณค่า น่าสะสม และมากกว่าปกหนังสือ นี่คืองานศิลปะ
อภิชัย บอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า นักวาดภาพปกที่ดีต้องอ่านหนังสือที่ตัวเองวาดด้วย
“วิธีการเขียนปกก็คือต้องอ่านทั้งเล่ม เจออะไรที่มันสะดุดตาสะดุดใจก็จดไว้ เช่น เหตุการณ์บางอย่าง บุคลิกของตัวละคร อย่างเรื่องรอยประทับ ของ นฤมล เทพไชย ใช้เวลาอยู่สองสามเดือน แก้แล้วแก้อีก ฉากหลังเป็นบ้านเรือนกรุงเทพฯ ริมเจ้าพระยา สมัย ร.4 เราต้องค้นคว้ารูปขาวดำเก่าๆ มาใส่สี เติมจินตนาการเอง
ส่วนเล่มชื่อ สาธนา ภาพเหมือนของกฤษณมูรติ ถ้ามีภาพต้นฉบับดีๆ ก็ง่าย แค่วาดให้เหมือน ลงสีให้สวย อีกเล่มคือชายชราผู้อ่านนิยายรัก เขียนโดย หลุยส์ เซปุล์เบดา นี่ก็ยาก เพราะรายละเอียดเยอะ ต้องมีการวางแผนการทำงานภายใต้เวลาจำกัด หรือโลกสุดขอบฟ้า ต้องหาข้อมูลเรื่องเรือ พันธุ์วาฬชนิดต่างๆ ต้องเอาทุกอย่างมาประกอบรวมกันให้เป๊ะลงตัว”
แม้ภาพเขียนสีอะครีลิกบนผืนผ้าใบผืนแล้วผืนเล่าที่เก็บไว้มิดชิดเป็นอย่างดี อันเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ทว่าหลายชิ้นเจ้าสำนักถึงขั้นลงทุนเอาใส่กรอบออกแขวนโชว์ด้วยความภาคภูมิใจ
“อาจารย์ท่านยุให้นำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการให้คนดูบ่อยๆ แต่ผมก็ยังไม่รับปาก คือบางทีการย้อนกลับมาดูงานเก่าๆ จะเห็นข้อผิดพลาดเยอะ รู้สึกอายตัวเอง (ยิ้มๆ) ไม่รู้จะแสดงไปทำไม”
แม้อายุอานามจะล่วงเลย ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเข้ามาเป็นอุปสรรคบ้าง แต่ด้วยประสบการณ์ที่เก๋าขึ้น สายตาที่คมขึ้น ความคิดความอ่านที่ลุ่มลึกขึ้น เขาย้ำว่ายังต้องพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด
“ดีใจครับที่คนมาชื่นชมว่าปกหนังสือของผีเสื้อสวย ดึงดูดใจ แต่ก็ไม่ค่อยบ่อยนะ เพราะไม่ค่อยมีคนรู้จักผม (หัวเราะ) ผมชอบอยู่กับบ้านทำงานเงียบๆ มากกว่า ไม่ค่อยออกไปไหน ว่างๆ ก็ชอบถ่ายรูปธรรมชาติ มีโอกาสก็อาจไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนตามมหาวิทยาลัยต่างๆ บ้าง”
ความสุขเรียบง่ายของศิลปินนักวาดภาพประกอบ อภิชัย วิจิตรปิยกุล บรรณาธิการฝ่ายศิลป์แห่งสำนักพิมพ์ผีเสื้อ เขายังก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆ ต่อไป โดยไม่สนใจแม้ชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ มากไปกว่าการทำหนังสือดีออกมาบรรณาการแด่ผู้อ่านอันเป็นที่รัก
อภิชัย วิจิตรปิยกุล เกิดเมื่อปี 2506 ที่บ้านนาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ปี 2528 เริ่มทำงานภาพประกอบและภาพปกกับสำนักพิมพ์กะรัต ซึ่งต่อมาเป็นสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
อภิชัย เล่าถึงความภาคภูมิใจสูงสุดในฐานะศิลปินนักวาดภาพประกอบว่า
“การทำหนังสือเป็นเรื่องของศิลปะ ตั้งแต่ปก ภาพประกอบ ตัวอักษร รูปเล่ม มันควรจะสวยงามทั้งเล่ม ไม่ว่าคุณจะใช้เทคนิคอะไรมาทำ กราฟฟิก ภาพถ่าย หรือภาพเขียน หนังสืออยู่เป็นร้อยปี ถ้าวาดภาพปกห่วย คนอ่านก็จะเห็นไปอีกนาน แต่ถ้าวาดมันให้ดีก็จะทำให้เราภูมิใจไปจนวันตาย”







