โหมโรง...กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27
นับจากบัดนี้เป็นต้นไปเหลือเวลาอีกเพียง 17 วัน กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ “เมียนมาร์” หรือ “พม่า” เป็นเจ้าภาพ
โดย...ราชันเบอร์23
นับจากบัดนี้เป็นต้นไปเหลือเวลาอีกเพียง 17 วัน กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ “เมียนมาร์” หรือ “พม่า” เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 11-22 ธ.ค.นี้ ก็จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว ทีมข่าวกีฬาโพสต์ทูเดย์จะเสนอความเคลื่อนไหวของนักกีฬาไทยและเป้าหมายของสมาคมกีฬาต่างๆ รวมถึงคอลัมน์เคาต์ดาวน์ซีเกมส์ให้แฟนๆ ได้รับทราบกันต่อจากนี้จนจะถึงพิธีเปิดวันที่ 11 ธ.ค.นี้...
พม่า...ยักษ์หลับกำลังจะตื่น!?
เจ้าภาพ “พม่า” เป็นหนึ่งในภาคีสมาชิกของ สหพันธ์กีฬาแหลมทอง หรือ สหพันธ์เซียพเกมส์ South East Asian Peninsula Games (Seap Games) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959/พ.ศ. 2502 เป็นต้นมา
“พม่า” เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 1 หรือ “เซียพเกมส์” ครั้งแรก ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2502 เป็นต้นมา และเข้าร่วมแข่งขันทุกครั้งจนถึงทุกวันนี้ ที่มหกรรมกีฬาแหลมทอง หรือ “เซียพเกมส์” เปลี่ยนแปลงเป็น “ซีเกมส์” ในปัจจุบัน
ยุคแรกของมหกรรมกีฬารายการนี้ “พม่า” เคยเป็น “เจ้าภาพ” จัดการแข่งขันมาแล้ว 2 ครั้ง
ครั้งแรก คือ กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 2 หรือ “เซียพเกมส์” ครั้งที่ 2 ที่กรุงย่างกุ้ง ปี พ.ศ. 2504 ครั้งนั้น “พม่า” เป็นราชาเหรียญทอง ด้วยผลงาน 35 เหรียญทอง รองลงมา ได้แก่ ไทย 21 เหรียญทอง และมาลายา 16 เหรียญทอง ครั้งถัดมา คือ กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 5 หรือ “เซียพเกมส์” ครั้งที่ 5 ที่กรุงย่างกุ้ง ปี พ.ศ. 2512
ครั้งนั้น “พม่า” เป็นราชาเหรียญทองอีกครั้งหนึ่ง ด้วยผลงาน 57 เหรียญทอง รองลงมา ได้แก่ ไทย 21 เหรียญทอง และสิงคโปร์ 31 เหรียญทอง นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ “พม่า” ได้เป็น “เจ้าภาพ” มหกรรมกีฬาแห่งภูมิภาครายการนี้ ก่อนจะเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ในปีนี้อีกครั้งหนึ่ง เวลาผ่านไป 44 ปีเต็ม “พม่า” หรือ “เมียนมาร์” ในปัจจุบัน หวนกลับมาเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬารายการนี้อีกครั้งหนึ่ง ด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ 3 เมืองใหญ่ คือ เมืองเนย์ปิดอว์ ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ ระหว่างวันที่ 1122 ธ.ค. 2556
พม่าเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ พร้อมๆ กับการรับตำแหน่งเป็นประธาน “อาเซียน” เป็นผู้นำของ 11 ชาติในภูมิภาคอาเซียนไปพร้อมๆ กัน เจตนารมณ์ของ “เมียนมาร์” ครั้งนี้ มีหลายมิติควบคู่กันไปอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งนัก
พม่าแสดงให้เห็นแล้วว่า มีการเตรียมตัว เตรียมงานมาเป็นอย่างดี มีเป้าหมายในแต่ละขั้นตอน แต่ละด้านอย่างรัดกุม เป็นรูปธรรมชัดเจน การก่อสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ทันสมัยแห่งใหม่ในเมืองเนย์ปิดอว์นั้น แสดงให้เห็นศักยภาพและความพร้อมของ “เมียนมาร์” ได้อย่างชัดเจนอีกเช่นเดียวกัน
ถึงวันนี้ “เมียนมาร์” ภายใต้การนำของประธานาธิบดี เต็งเส่ง ได้รับการยอมรับจากทุกชาติในกลุ่มภาคีซีเกมส์และสมาชิกอาเซียน
ซีเกมส์ครั้งนี้ พวกเขาจะพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่า “ยักษ์ตื่น” เป็นอย่างไร?
ไทยทุ่มงบ 300 ล้านบาท ส่ง 31 ชนิดกีฬา
ไทยส่งนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์เพียง 31 ชนิดกีฬา จาก 33 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา ว่ายน้ำ บิลเลียด-สนุกเกอร์ เรือแคนู เรือกรรเชียง เรือยาวประเพณี จักรยาน ขี่ม้า ฟุตบอลฟุตซอล ตะกร้อ บาสเกตบอล เทเบิลเทนนิส เรือใบวินด์เซิร์ฟ แบดมินตัน ยิงปืน มวยปล้ำ ยิงธนู เทควันโด มวยสากล วอลเลย์บอล ยกน้ำหนัก วูซู มวยไทย ปันจักสีลัต เปตอง คาราเต้-โด ยูโด กอล์ฟ ฮอกกี้ เพาะกาย และหมากรุกสากล ยกเว้น โววีนัม และเคมโป้ โดย กกท.ได้เตรียมงบประมาณเตรียมนักกีฬาครั้งนี้ 300,000,000 บาท
ถอดใจไม่หวังเจ้าซีเกมส์ 27
หลังจากที่ “เจ้าภาพ” พม่า จัดชิงชัยกีฬาทั้งหมด 33 ชนิดกีฬา ชิงชัย 460 เหรียญทอง ซึ่งจากประวัติศาสตร์พม่าเคยจัดเกมนี้มาเพียง 2 ครั้ง โดยเป็นยุคแรกๆ คือ กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 2 ปี ค.ศ. 1961 และครั้งที่ 4 ปี ค.ศ. 1969 ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า การคัมแบ็กครั้งนี้พม่าหวังเป็นเจ้าซีเกมส์สถานเดียว!!!
พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกชนิดกีฬา รู้อยู่เต็มอกว่าโอกาสที่จะครองเจ้าเหรียญทองนั้นยากมาก เพราะพม่าและเวียดนามถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญ โดยเฉพาะเจ้าภาพ เล่นเอากีฬาพื้นบ้านอย่างเคมโป้และโววีนัม ที่ไทยไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันจัดชิงถึงชนิดละ 18 เหรียญทอง รวม 36 เหรียญทอง ส่วนชินลง ชิง 8 เหรียญทอง คาดว่า “เจ้าภาพ” น่าจะได้อย่างน้อย 6 เหรียญทอง ทำให้ทัพนักกีฬาไทยไม่มีลุ้นแน่ๆ
“ต้องยอมรับว่าการจะคว้าเจ้าเหรียญทองนั้นยาก เพราะเราไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน 2 ชนิด จึงหายไปกว่า 30 เหรียญ แต่ถึงอย่างไรเราต้องคว้าให้ได้ร่วมๆ 100 เหรียญทอง เพื่อหวังติดอันดับ 2-3 แต่คงไม่หล่นไปถึงอันดับ 4 แน่นอน ส่วนความกังวลต่างๆ ในด้านการจัดการแข่งขันนั้น ก็มีแค่เรื่องกีฬาที่ใช้สายตาตัดสินเท่านั้น ที่เหลือก็ไม่มีอะไร ความปลอดภัยที่เมืองเนย์ปิดอว์ก็คงไม่มีปัญหา ขณะที่เมืองย่างกุ้ง ทางพม่าก็ให้กำลังทหารเตรียมความพร้อมและเช็กข่าวกรองเรียบร้อยแล้ว”
‘บิ๊กจา’ บินถกมนตรีซีเกมส์จำกัดกีฬาพื้นบ้าน
นอกจากนี้ “เสธ.จา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ มีโปรแกรมจะเดินทางไปประชุมมนตรีซีเกมส์ร่วมกับประเทศต่างๆ วันที่ 10 ธ.ค. โดยตั้งใจว่าจะเสนอให้มีการจำกัดจำนวนเหรียญในกีฬาพื้นบ้านในซีเกมส์ครั้งหน้า หลังจากที่ครั้งนี้มีการเพิ่มจำนวนเหรียญชิงชัยมากขึ้นกว่าเดิม โดยให้ใช้เกณฑ์กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์จากภาพรวมของทุกเหรียญในทุกชนิดกีฬา อีกทั้งยังเตรียมเสนอให้การแข่งขันกีฬาซีเกมส์เข้าอยู่ภายใต้การดูแลของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างโอลิมปิก โดยมีประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์เห็นพ้องด้วย แต่ก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เนื่องจากหลายประเทศ เช่น เวียดนาม พม่า หรือมาเลเซีย ยังคัดค้าน
ผู้ว่าการ กกท.ส่งนักจิตวิทยาติวเข้มนักกีฬา
“บิ๊กหนุ่ม” กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ส่งนักจิตวิทยาเข้าไปดูแลนักกีฬาไทย เนื่องจากที่ผ่านมาจังหวะสำคัญที่นักกีฬาไทยต้องเจอระหว่างแข่งขันมักมีปัญหาด้านจิตใจ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง เชื่อว่าหากได้นักจิตวิทยาเข้ามาช่วยจะทำให้ผลงานดีขึ้น
รองมนตรีประเมินเหรียญทองลดลง
มนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ยอมรับต้องประเมินเหรียญทองลดลง เพราะหลายปัจจัย
“ช่วงต้นปีได้มีการประเมินเหรียญทองกับทุกสมาคมกีฬา มีการคาดการณ์ว่าทัพไทยจะได้ทั้งสิ้น 132 เหรียญทอง อย่างไรก็ตามจากการประเมินครั้งล่าสุด ทัพไทยตั้งเป้าไว้ที่ 120 เหรียญทองเท่านั้น เพราะมีหลายปัจจัย เช่น กีฬาพื้นบ้าน หลายชาติใช้นักกีฬาโอนสัญชาติ” มนตรี รองผู้ว่าการ กกท. ที่ลงสมัครตำแหน่งชิงเก้าอี้ผู้ว่าการ กกท. กล่าว
‘บิ๊กอ๊อด’ วางเป้าหมายไทยจบอันดับ 2
“บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการ บริหารโอลิมปิคฯ ที่บ้านอัมพวัน ได้แจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานพระราโชวาทแก่ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ในวันที่ 25 พ.ย. ณ วังศุโขทัย เวลา 11.00 น. จากนั้นวันที่ 3 ธ.ค. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเปิดทำเนียบรัฐบาล เวลา 14.00 น. เพื่อให้นักกีฬาไทยเข้าอำลาก่อนไปแข่งขัน
“ต้องทำใจกับผลงานของทัพนักกีฬาไทยคราวนี้ เพราะพม่าต้องการเป็นเจ้าเหรียญทอง ส่วนเป้าหมายของผม คือ การครองเจ้าเหรียญทองในชนิดกีฬาสากล และเชื่อว่าไทยจะจบการแข่งขันที่อันดับ 2” พล.อ.ยุทธศักดิ์ รมช.กลาโหม กล่าว
แฟนกีฬาชาวไทยรับได้อยู่แล้ว ไม่ว่าทัพนักกีฬาไทยจะได้กี่เหรียญทอง ได้อันดับที่เท่าไหร่ แต่ขอให้เล่นเต็มที่
เหนือสิ่งอื่นใด ขอให้รู้จักคำว่า “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย”
เพราะกีฬาสร้างมิตรภาพ ไม่ใช่...สร้างศัตรู!!!


