posttoday
คำถามและคำตอบ

คำถามและคำตอบ

23 พฤศจิกายน 2556

ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็นเรื่องที่มีโอกาสเป็นไปได้ หากรู้จักตั้งคำถามอย่างเพียรพยายาม

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็นเรื่องที่มีโอกาสเป็นไปได้ หากรู้จักตั้งคำถามอย่างเพียรพยายาม ไม่หลบเลี่ยงลดละที่จะหาคำตอบ แม้ทั้งหมดจะผกผันไปตามครรลอง ก่อนประกอบตัวขึ้นเป็นชะตากรรมอย่างปฏิเสธไม่ได้...บทเรียนนี้เกิดขึ้นและมีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย

จากชีวิตวัยเด็กที่เติบโตขึ้นมาจากครอบครัวเคร่งศาสนา พ่อที่ค่อนข้างจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ แม่ที่มักจมอยู่กับอารมณ์ซึมเศร้าอย่างรุนแรง สำทับให้วัยเด็กของ อีริค ฟรอมม์ นักจิตวิเคราะห์คนสำคัญ มีชีวิตวัยเด็กที่ค่อนข้างห่างไกลความสุข

แต่แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ท้าทายความรู้สึกนึกคิด ด.ช.ฟรอมม์ ในวัย 12 ขวบ อย่างแรงกล้า คือ ได้มีโอกาสเห็นเพื่อนบ้านซึ่งเป็นจิตรกรสาวผู้มีอนาคตสดใส มีพฤติกรรมติดพ่ออย่างน่าประหลาดใจ เรื่องนี้สั่นคลอนจิตใจเขาอย่างยิ่ง เมื่อเขาได้รู้ว่า หลังจากพ่อของจิตรกรผู้นั้นเสียชีวิตไม่นาน เธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายตามผู้เป็นบิดาไปและเขียนระบุไว้ในพินัยกรรมว่า ต้องการให้ฝังร่างไว้ในหลุมเดียวกับบิดา

เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นพฤติกรรมที่รบกวนจิตใจในวัยเด็กของเขาให้ระคนความสงสัยและกระหายที่จะหาคำตอบมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ต่อมาเมื่อฟรอมม์อายุ 14 ปี ไฟสงครามโลกครั้งที่ 1 ถูกจุดขึ้น สิ่งที่เขาได้เห็นตามมา คือ ความหวาดกลัวสงครามที่เปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง บ้าคลั่ง อันเป็นผลพวงจากการโฆษณาชวนเชื่อที่โหมให้ระบาดไปทั่ว เขาได้เห็นญาติตัวเอง เพื่อน หรือกระทั่งครู เปลี่ยนพฤติกรรมไปตามแรงโหมที่สังคมกระพือให้แกว่งไปในทิศทางเดียวกัน

ฟรอมม์ตั้งใจเรียนสังคมวิทยาในมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก จนจบปริญญาเอกและเรียนต่อด้านจิตวิเคราะห์ และย้ายจากเยอรมนีมาตั้งรกรากอยู่ในสหรัฐ และกลายเป็นนักจิตวิเคราะห์คนสำคัญ

ตลอดชีวิตของฟรอมม์ เขาตั้งมั่นที่จะศึกษาจิตวิทยา บุคลิกภาพ การเมือง ที่กลายร่างเป็นกฎเกณฑ์คอยกำกับชีวิตของปัจเจกชน กลายร่างเป็นกฎเกณฑ์ของสังคมที่ซับซ้อน จนเข้าถึงแก่นแกนของคำถามที่ปลุกเร้าตัวเขาเรื่อยมา ที่สุดก็ได้คำตอบว่า บุคลิกภาพของมนุษย์ นั้น น่าจะได้รับผลกระทบจากพลังงานทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และพลังทางประวัติศาสตร์อย่างล้ำลึก สังคมที่เจ็บป่วยย่อมสร้างผู้คนที่เจ็บป่วยขึ้นมาด้วย ขณะเดียวกันเขาก็ได้คำตอบแล้วว่า พลังทางจิตวิทยา เป็นภาพสะท้อนความต้องการของมนุษย์ จากจุดเล็กๆ ที่ขยายไปสู่ความซับซ้อน อย่างมีเงื่อนไขที่น่าหลงใหลใคร่รู้

ทุกช่วงชีวิตของแต่ละคน ล้วนแต่มีคำถามก่อตัวขึ้นเป็นขวากหนามทดสอบสมรรถนะในการแผ้วถางอุปสรรคที่จะได้มาซึ่งคำตอบ และนั่นย่อมหมายถึงการต่อสู้กับตัวเองโดยไม่อาศัยทางลัด

การสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบ เป็นเป้าหมายสำคัญของนโยบายการศึกษาทั่วโลก และเป็นได้กระทั่งความหวังที่จะได้เห็นวิทยาการใหม่ๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นความล้มเหลว

ขณะที่โลกยุคใหม่นั้นยิ่งล้มเหลวในกระบวนการถามตอบ ซึ่งจบลงง่ายและรวดเร็วเกินไป ครูบาอาจารย์บางท่านระบุว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่ล้มเหลวในเรื่องนี้ คือ การถูกครอบงำโดยเทคโนโลยี คนในยุคก่อนอาจจะต้องอ่านหนังสือหนาเตอะเพื่อเข้าใจความหมายของคำไม่กี่คำ โดยระหว่างที่อ่านอยู่นั้น ก็ถือเป็นการฝึกทักษะด้านอื่นๆ เช่น เรื่องของสมาธิ ความเพียร และความรู้ระหว่างเส้นทางการค้นหา แต่คนรุ่นใหม่มีทางลัดจากเสิร์จเอนจิ้น ที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องใส่ใจเรื่องนี้ ด้วยวิธีลอกและวาง (Copy Paste)

ยังไม่มีใครตอบได้อย่างชัดเจนว่า โลกแห่งการถามตอบ ที่ถูกแทนที่ด้วยลอกวาง จะสร้างผลพวงด้านลบมากแค่ไหนเพียงไร เนื่องจากเป็นวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก้าวกระโดดในเวลาเพียงชั่วทศวรรษเดียว อย่างไรก็ตามคนรุ่นปัจจุบันก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงการท้าทายศักยภาพของตัวเอง ในการตั้งคำถาม ค้นหาคำตอบจากปัญหาที่พวกเขาเผชิญอยู่ ซึ่งถือเป็นภาระในการสร้างอนาคตภาคบังคับ ที่ไม่มีปุ่ม “Skip” ให้คลิกข้ามขั้นตอน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ