
181 ปี ปีกเวลาแห่งความสง่างามของ ลองจินส์
ก้าวย่างสำคัญของ ลองจินส์ (Longines) แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาที่มีประวัติศาสตร์
โดย...พุสดี
ก้าวย่างสำคัญของ ลองจินส์ (Longines) แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาที่มีประวัติศาสตร์และเกียรติภูมิของสวิตเซอร์แลนด์มาช้านาน จากการถ่ายทอดประสบการณ์และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เรือนเวลา ที่มีพัฒนาการให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง เพราะนี่คือปีสุดพิเศษที่ลองจินส์จะก้าวย่างสู่ปีที่ 181 กับภารกิจสร้างสรรค์นาฬิกาบนพื้นฐานหลักของความสง่างามเหนือกาลเวลา และสมรรถนะยอดเยี่ยมของกลไก
ปี ค.ศ. 1832 ออกุสต์ อกาสซีซ ก่อตั้งกิจการ “อกาสซีซและเพื่อน” รับประกอบนาฬิกาตามใบสั่ง ในช่วงนั้นผู้ผลิตนาฬิกาส่วนใหญ่ประกอบชิ้นงานอยู่ที่บ้าน เมื่อประกอบเสร็จแล้วจึงส่งมอบงาน ณ เมืองแซงติมิเยร์
ปี ค.ศ. 1850 เออร์เนสต์ ฟรองซิญง หลานชายอกาสซีซ รับช่วงบริหารต่อจากอกาสซีซ โดยเขาตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนการผลิตนาฬิกา และคิดว่าหากสามารถผลิตชิ้นส่วนกลไกและทำการประกอบในโรงงานเดียวกัน จะสามารถประกอบนาฬิกาได้อย่างครบวงจร จึงได้ตัดสินใจซื้อที่ดินเพิ่มขึ้น แปลงติดต่อกันอีก 2 ผืน ตรงบริเวณที่คนท้องถิ่นรู้จักกันในนาม เลส์ ลองจินส์ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำซูส ที่ไหลผ่านหุบเขาแซงติมิเยร์
ปี ค.ศ. 1867 เออร์เนสต์ตั้งโรงงานเลส์ ลองจินส์ และเริ่มต้นการผลิตนาฬิกาแล้ว โดยได้วิศวกรหนุ่ม ฌัคส์ ดาวิด มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในทีมผลิต โดยฌัคส์ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องจักรทุกประเภทเพื่ออำนวยความสะดวกให้บรรดาช่างประดิษฐ์นาฬิกาใช้ทำงาน และปรับปรุงคุณภาพชิ้นงาน
ปี ค.ศ. 1880 ลองจินส์เริ่มมองหาสัญลักษณ์ความเป็นตัวตนที่ชัดเจน ด้วยการจดทะเบียนสัญลักษณ์ขึ้น เป็นดีไซน์นาฬิกาทรายติดปีก จดทะเบียนกับสำนักงานดูแลทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสวิตเซอร์แลนด์
ปี ค.ศ. 1885 นาฬิกาลองจินส์คว้ารางวัลชนะเลิศจากรายการกรังด์ปรีซ์ ที่จัดขึ้นโดยนิทรรศการยูนิเวอร์แซล ในเมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ด้วยมาตรฐานการผลิตอย่างพิถีพิถัน นาฬิกาลองจินส์จึงได้รับการขนานนามเป็น “นักล่ารางวัลแถวหน้า” จากเวทีอันทรงเกียรติหลากหลายเวทีระดับสากล และโดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 20 ลองจินส์ได้รับรางวัลระดับกรังด์ปรีซ์ไม่ต่ำกว่า 10 รางวัล
ปี ค.ศ. 1896 ด้วยความชำนาญที่สั่งสมมาเรื่อยๆ ลองจินส์ค่อยๆ สร้างสัมพันธภาพพิเศษกับโลกกีฬา และเข้ามามีส่วนร่วมในพัฒนาการของกีฬาทั่วโลกมาโดยตลอด โดยได้เป็นผู้จับเวลาการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกถึง 14 ครั้ง นอกจากนี้ยังได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมหลากชนิดเพื่อจับเวลาและแสดงค่าวินาทีแห่งชัยชนะ
ปี ค.ศ. 1912 ลองจินส์ได้เปิดตัวระบบจับเวลาอัตโนมัติแบบ “แยกสาย” (Broken Wire) ในการแข่งขันยิมนาสติกของสวิตเซอร์แลนด์
ปี ค.ศ. 1952 โฟโตจิเนส (Photogines) ของลองจินส์ ถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกที่สามารถแสดงภาพเส้นชัยและจับเวลาไปพร้อมๆ กัน
ปี ค.ศ. 1960 คอนติฟอร์ต (Contifort) ซึ่งทำหน้าที่ทั้งแสดงภาพเคลื่อนไหวและจับเวลาควบคู่กัน รวมถึงนวัตกรรมอื่นของแบรนด์ได้สร้างความเชื่อถือให้ลองจินส์ในวงการกีฬา โดยลองจินส์ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขันขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ในยุโรปและอเมริกาเหนือ อย่างเช่น ตูร์ เดอ ฟรองซ์ การแข่งรถฟอร์มูลาวัน และกลายเป็นประสบการณ์ชักนำให้ร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับเฟอร์รารีแห่งอิตาลี
ปี ค.ศ. 1919 ลองจินส์ได้รับเลือกอย่างเป็นทางการจากสหพันธ์การบินนานาชาติ ให้เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์จับเวลาที่จำเป็นต่างๆ เพื่อใช้ในการสร้างและบันทึกสถิติโลก อย่างเช่น การจับเวลาครั้งประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่ ชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก บินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือแบบไม่หยุดพักเมื่อปี ค.ศ. 1927 เป็นต้น
ปัจจุบันลองจินส์ยังไม่หยุดยั้งในการพัฒนาการผนวกนวัตกรรมนาฬิกาและความสง่างาม ให้ปรากฏคู่กันในเครื่องบอกเวลา โดยมี ไซมอน เบเกอร์ นักแสดงหนุ่มชาวออสเตรเลีย เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ร่วมกับนักกีฬาชื่อดังระดับตำนานอีก 2 คน คือ อังเดร อกัสซี และ สเตฟฟี กราฟ







