posttoday
กำแพงความรู้สึก

กำแพงความรู้สึก

13 พฤศจิกายน 2556

หลายครั้งที่ “ความเงียบ” ถูกนำมาใช้ เพื่อยุติปัญหาที่กำลังจะบานปลาย เพราะถ้าต่างคนต่างพูดก็ดูจะหาที่สิ้นสุดยากเอาการอยู่ ทว่าบางครั้ง “ความเงียบ”

โดย...เสน่ห์จันทน์

หลายครั้งที่ “ความเงียบ” ถูกนำมาใช้ เพื่อยุติปัญหาที่กำลังจะบานปลาย เพราะถ้าต่างคนต่างพูดก็ดูจะหาที่สิ้นสุดยากเอาการอยู่ ทว่าบางครั้ง “ความเงียบ” ก็ดูจะเป็นชนวนแห่งปัญหาที่คุกรุ่นอยู่ข้างในใจ เมื่อเลือกที่จะเงียบ อีกฝ่ายไม่เข้าใจและเกิดคิดไปเองต่างๆ นานา ปัญหาไม่ได้ถูกแก้ เรื่องราวก็ดูจะเลวร้ายลงไปซะอีก

สถานการณ์

เวลามีปัญหาก็อยากให้เขาช่วยคิดช่วยแก้ปัญหา แต่เขาชอบทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไอ้เราก็ร้อนใจ ปรับทุกข์ให้ฟังก็เหมือนลอยลมผ่านเขาไปซะเฉยๆ

ทางออก

คุณมั่นใจนะว่าผู้ชายของคุณไม่สะทกสะท้าน รู้สึกรู้สมกับปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่จริงๆ ไม่ใช่พานโมโหเขาไปเสียดื้อๆ เพราะอารมณ์ยามที่เราโกรธ น้อยใจ หรือเจอปัญหาแล้วอยากระบาย ผู้หญิงก็มักจะเล่าๆๆ และเล่าในมุมของตัวเอง สิ่งที่พูดออกมาเนื้อหาใจความก็คือมุมมองความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ตามแต่ใจฉันเท่านั้น และส่วนมากมักจะลงท้ายว่าฉันถูก ฉันคิดว่าฉันทำถูก

ดังนั้น ผู้ชายส่วนมากก็จะรับฟัง รับฟังในที่นี้ก็มีหลายแบบ ถ้าสิ่งที่เขาฟังๆ มาดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ คุณผู้หญิงร้อนใจกลัวเกินกว่าเหตุ หรือคุณแค่อยากเล่า หรือคุณมีคำตอบและวิธีการในการแก้ปัญหาหมดแล้ว เขาก็เลือกที่จะเงียบฟัง อย่างน้อยๆ ก็เป็นผู้ฟังที่ดีให้คุณได้ระบายอารมณ์ จะมีอือออตามไปบ้าง แต่ถ้าปัญหาที่คุณเล่ามาเป็นเรื่องเป็นราว โดยนิสัยของผู้ชายเป็นเพศที่คิดก่อนพูด และมักทำมากกว่าพูด ระหว่างนั้นเขาอาจกำลังใช้สติปัญญาใคร่ครวญคิดหาทางแก้ปัญหาให้กับคุณ และเมื่อเขาคิดได้ ซึ่งอาจจะใช้เวลาคิดนานมาก แต่ยามเขาพูดกับคุณมันก็อาจสั้นได้ แต่มั่นใจเถอะว่าเมื่อเขาคิดแล้วเขาจะลงมือทำเพื่อช่วยแก้ปัญหาที่สุมอยู่ในอกของคุณได้

สถานการณ์

คู่เราจัดเป็นคู่ที่คุยกันน้อยเกินไปหรือเปล่า วันๆ หนึ่งเราแทบจะไม่ได้คุยอะไรกันเลย หรือจะคุยกันทีก็เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันสั้นๆ ไม่มีคุยเรื่องสัพเพเหระ หรือคุยกันกระหนุงกระหนิง และที่หลายคนบอกว่ามองตาก็รู้ใจ แต่คู่เราเชื่อได้ว่า ไม่น่าจะรู้ใจ เพราะหลายๆ ครั้งที่เราไม่เข้าใจและไม่พอใจกันจากการกระทำ แต่เราก็ไม่ได้พูดกันอยู่ดี ยังคงเงียบงันต่อไป แม้จะอยู่ด้วยกันก็ตาม

ทางออก

บางปัญหาเก็บไว้ก็รกอก ยิ่งสะสมก็ยิ่งหนักอก แบบนี้ต้องยกออกบ้าง ยกออกทั้งคู่นั้นล่ะ หาวันที่บรรยากาศดีๆ อารมณ์ของทั้งคู่ดูผ่อนคลาย ไม่เครียดจากปัญหาใดๆ หากเลือกใช้บ้านเป็นที่เปิดอกพูดคุยกัน ก็สร้างบรรยากาศให้บ้านดูน่าอยู่ จัดเก็บเช็ดถูให้ดูสะอาด เพราะบ้านที่สะอาดจะส่งผลต่ออารมณ์ให้ผ่อนคลายและเย็นลงได้ มองไปทางไหนก็ไม่รกหูรกตา จัดดอกไม้เติมสีสันให้มุมต่างๆ ในบ้าน เลือกจังหวะที่ทั้งคู่ไม่ได้ทำกิจกรรมส่วนตัว เช่น ดูหนังเรื่องโปรด เคลียร์งาน จะเป็นเวลาบนโต๊ะอาหาร หรือระหว่างก่อนนอนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ช่วงที่หาวนอนแล้วนะ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีอารมณ์อยากจะคุยใดๆ คืนนั้นก็ชวนกันเข้านอนเร็วหน่อย

อย่าเริ่มพูดถึงปัญหา ด้วยการสร้างปัญหา เช่น การตั้งคำถามถึงเหตุผลที่ไม่พุดคุยกัน แต่ควรชวนกันคุยถึงเรื่องทั่วๆ ไป แล้วค่อยวกเข้ามาว่า ช่วงนี้เราคุยกันน้อยไป ต่อไปเราจะคุยกันให้มาก มีอะไรก็เล่าสู่กันฟัง แบ่งปันความรู้สึกและปัญหากันบ้าง ทำให้รู้สึกว่าการพูดคุยกันมากขึ้นจะช่วยให้เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชีวิตคู่มีความสุขมากขึ้น

ที่สำคัญอย่าตั้งแง่หาคนผิดว่า ใครที่ไม่ยอมพูดกันก่อน และไม่ต้องหวังผลว่าจากคืนนี้ไปจะคุยกันมากขึ้น จากหนึ่งจะไปสิบเลยนั้นยาก แต่ควรจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป พูดคุยเปิดใจกันทีละเล็กละน้อยเรื่อยๆ จนเกิดความไว้วางใจกันมากๆ สักวันก็จะพูดจากันได้อย่างไม่ต้องคิดว่า เรื่องนี้ควรพูดไม่ควรพูด หรืออันนี้เรื่องของฉันเรื่องของเธอ

Ask the Expert...

Q. ดิฉันเป็นสาวใหญ่วัยปริ่มๆ 40 ปี มีผู้ชายวัย 30 ต้นๆ มาเกาะแกะ ห่างกันเกือบ 10 ปี แรกๆ ก็ไม่คิดอะไรขำๆ แต่พอนานๆ เข้าชักหวั่นไหว แต่ด้วยวัยที่ห่างกันและผู้ชายก็ยังดูไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ก็เลยอยากรักอยากเลิกไปพร้อมๆ กัน จะทำไงดีคะ สรุปให้เด็ดขาดลงไปเอาไงกับชีวิตดีคะ?

A. พญ.ญดา พงษ์กาญจนะ จิตแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท ความรักเป็นเรื่องที่กำหนดไม่ได้ว่าจะให้ออกมาแบบไหน ดังที่มีบทเพลงบอกว่ารักไม่มีพรมแดน รักไม่มีศาสนา รวมทั้งรักไม่มีเรื่องของอายุด้วยค่ะ ดังนั้นเรื่องอายุจึงไม่ควรมาเป็นประเด็นในการที่เราจะรักใครสักคนค่ะ เพียงแต่อายุที่ต่างกันอาจทำให้ความคิดเห็นต่างกันได้บ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันค่ะ ถ้าปรับกันได้ก็เดินหน้ากันต่อได้ ส่วนเรื่องที่ผู้ชายยังดูไม่เป็นชิ้นเป็นอันในสายตาคุณก็เป็นเรื่องที่คุณคงต้องคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราวค่ะ ว่าเขามองอนาคตของเขาอย่างไร (เพราะจริงๆ แล้วเขาอาจมีแผนการในชีวิตเขาอยู่ก็ได้นะคะ) มองอนาคตคุณกับเขาอย่างไร อาจทำให้คุณได้ข้อมูลมากขึ้นว่าจะตัดสินใจเดินหน้าต่อหรือถอยหลังดีกับผู้ชายคนนี้

He Said / She Said

เต้ยพนักงานบริษัท

“ชอบผู้หญิงที่เหมือนคุณครู คือ ใส่ใจ มีระเบียบ และพูดแบบมีเหตุผล ใช้เหตุผลตัดสินใจ ไม่ใช้อารมณ์ ดูสุขุม และใจเย็นครับ”

พินนี่พนักงานบริษัท

“ชอบหนุ่มอารมณ์ขัน พูดเล่นด้วยแล้วสบายใจ ไม่ชอบหนุ่มที่เครียดกับทุกเรื่อง เพราะที่ทำงานเราก็วุ่นพอแล้ว อยากอยู่ข้างๆ หนุ่มที่อารมณ์ดีมากกว่า สบายใจดีค่ะ”

Quote

“ผู้หญิงจีนนี่ดูทันสมัยกว่าบรรดาสาวอเมริกันเยอะเลยนะคะ โดยเฉพาะในเรื่องการแต่งตัวเนี่ย พวกเรานิยมที่จะเปิดเผยเนื้อหนังมังสาเพียงน้อยนิดเท่านั้นค่ะ”

จางจื่ออี้ นักแสดง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก