
ชัยชนะจากคำว่า"แพ้"
ถ้าเปรียบ ราฟาเอล นาดาล เป็น “ลำยอง” โนวัก โจโควิช ก็คงเป็น “วันเฉลิม” ของวงการเทนนิสโลกฤดูกาล 2013
โดย...นูโน่
ถ้าเปรียบ ราฟาเอล นาดาล เป็น “ลำยอง” โนวัก โจโควิช ก็คงเป็น “วันเฉลิม” ของวงการเทนนิสโลกฤดูกาล 2013
ผลงานตลอดทั้งฤดูกาลอาจจะไม่เด่นเท่าตัวเอกอย่าง นาดาล ที่คว้าแชมป์ 10 รายการ แถมคืนมือ 1 โลกในปีแรกที่คัมแบ็กจากอาการบาดเจ็บยาว 7 เดือน แต่ โจโควิช ก็ฮอตไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในช่วงท้ายของซีซั่น หลังจากสยบ นาดาล 6-3, 6-4 ป้องกันแชมป์เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ปิดท้ายฤดูกาลอย่างสวยสดงดงาม
ไม่เพียงแค่ดับฝันการลุ้นแชมป์ปิดซีซั่นสมัยแรกของคู่ปรับแดนกระทิงดุ แต่ยังทำสถิติคว้าแชมป์ 4 รายการรวด และยังไม่แพ้ใครเลยนับตั้งแต่พ่าย นาดาล ในรอบชิงชนะเลิศยูเอส โอเพ่น เมื่อกว่า 2 เดือนก่อน
“สิ่งที่แน่นอนที่สุดที่ทำให้ผมเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในช่วง 2 เดือนครึ่งมานี้ คือ ความจริงที่ผมได้จัดการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ หลังความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ 23 ครั้ง” หนุ่มเซิร์บ วัย 26 ปี กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จ
ก่อนจะปลดล็อกคว้าแชมป์แรกในรอบ 5 เดือนที่ปักกิ่ง โนเล ผ่านเข้าชิงชนะเลิศแค่ 2 รายการในศึกวิมเบิลดัน (แพ้ แอนดี เมอร์เรย์) และ ยูเอส โอเพ่น แถมยังช็อกแฟนๆ ด้วยการพ่าย กริกอร์ ดิมิตรอฟ (บัลแกเรีย) ในรอบสอง ศึกมาดริด มาสเตอร์ส ซึ่งได้บายในรอบแรก
เป็นช่วงที่เจ้าตัวยอมรับว่าฟอร์มตกลง หลังจากออกสตาร์ตปีสวยหรูด้วยการคว้าแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น และต่อด้วยแชมป์ที่ดูไบ
“ผมคิดว่าผมปรับ 23 อย่างในเกมของตัวเองและเกมเสิร์ฟ ซึ่งช่วยผมให้คว้าชัยต่อเนื่องใน 2 เดือนล่าสุด และนี่คือแนวทางที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะจบฤดูกาลได้แล้ว ไม่รวมกับรอบชิงชนะเลิศเดวิส คัพ ที่ผมยังมีเวลาอีก 23 วัน ซึ่งแน่นอน ผมหวังจะคว้าแชมป์ให้ประเทศอีกครั้ง”
โจโควิช จะนำทีมเซอร์เบีย อดีตแชมป์ปี 2010 ดวลกับ “แชมป์เก่า” สาธารณรัฐเช็ก ในบ้านเกิด สุดสัปดาห์นี้ เป็นภารกิจสุดท้ายของปี ก่อนจะคิดถึงฤดูกาลหน้า ซึ่งเจ้าตัวยังคงยึดถือสโลแกน “ไม่มีใครแพ้ไม่เป็น” เพื่อเป็นแรงกระตุ้นตัวเองต่อไป
“นี่ถือเป็นแบบแผนที่ยอดเยี่ยมสำหรับฤดูกาล 2014 ผมมีแรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจอย่างมากในการฝึกซ้อมและเรียกตัวเองกลับมา แต่ก่อนอื่นคงต้องให้เวลากับการพักผ่อนและฟื้นร่างกายในช่วงปิดซีซั่น จากนั้นก็กลับมาฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมสำหรับออสเตรเลียน โอเพ่น”
ขณะที่ นาดาล ยอมรับว่าเกมเสิร์ฟคือตัวแปรสำคัญ เพราะบนพื้นสนามประเภทนี้ บอลแรกสำคัญมาก และ โจโควิช ทำได้ดีกว่ามาก แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่เรื่องน่าผิดหวังมากมาย ถึงแม้ชัยชนะจะเป็นการจบฤดูกาลที่น่าทึ่งแบบสมบูรณ์แบบ
“ผมคิดว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอาชีพของผม ไม่ว่าชนะหรือแพ้แมตช์นี้ ผมคงไม่ได้เป็นนักเทนนิสที่ดีขึ้น หรืออยู่ในประวัติศาสตร์เพียงเพราะแมตช์นี้ สิ่งเดียวที่ผมพูดได้คือ ขอแสดงความยินดีกับคู่แข่งและในขณะเดียวกันก็ยินดีกับทีมของผมทุกคน เพราะไม่มีพวกเขา คงเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะประสบความสำเร็จขนาดนี้”
ความสำเร็จที่เรียกว่าเป็น “ปีทอง” ของแท้
“สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้พิเศษมาก สำหรับผมเป็นปีที่ยอดเยี่ยม หลังต้องผ่านปีแห่งความยากลำบากมาด้วยกัน”
เพราะฉะนั้น คนที่เป็นผู้แพ้ในวันนี้ อย่าเพิ่งท้อและหมดกำลังใจ ขอแค่มุ่งมั่นและพยายามอย่างเต็มที่ สักวันอาจจะเป็นวันของเราเหมือนอย่างที่ โจโควิช ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ความพ่ายแพ้ไม่ใช่ความล้มเหลวแต่จะเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จ”







