
"ยูโร"อ่อนค่ารับประชุมอีซีบีคาดหั่นดอกเบี้ย-งัดใช้คิวอี
ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงทันทีเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงทันทีเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ อาจประกาศลดอัตราดอกเบี้ย หรืองัดมาตรการทางการเงิน (คิวอี) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เนื่องจากกลุ่มยูโรโซนกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อที่ไม่สามารถขยายตัวได้ตามเป้า โดยอัตราเงินเฟ้อยูโรโซนในเดือน ต.ค.ขยายตัวต่ำสุดรอบ 4 ปี ที่ 0.7% ทำให้เกิดความวิตกกันว่าเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซนอาจจะเข้าภาวะเงินฝืดได้
ค่าเงินยูโรเมื่อวานนี้อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 1.34 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ส่วนเมื่อเทียบกับเงินเยนของญี่ปุ่น อยู่ที่ 132.82 เยนต่อยูโร ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 133.25 เยนต่อยูโร
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรอ่อนค่ามากถึง 1.38 เหรียญสหรัฐต่อยูโร หลังตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนออกมาต่ำสุดในรอบ 4 ปี
“ตลาดกำลังจับตาดูว่าอีซีบีอาจตัดลดอัตราดอกเบี้ยเร็วสุดในวันที่ 7 พ.ย.นี้ หลังเงินเฟ้อต่ำกว่าที่คาดไว้มาก” ธนาคารเนชันแนล ออสเตรเลีย แบงค์ ระบุ
ขณะที่ดีลเลอร์ค้าค่าเงินของธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวให้ความเห็นว่า อาจได้เห็นการค้าค่าเงินยูโรกับเงินเหรียญสหรัฐในสัปดาห์นี้ผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะก่อนที่จะมีการประชุมของอีซีบีในวันที่ 7 พ.ย.นี้
“หาก มาริโอ ดรากี ผู้ว่าการอีซีบี แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยส่งสัญญาณออกมาว่าจะดำเนินนโยบายผ่อนคลายการเงินมากขึ้น อาจได้เห็นการเทขายเงินยูโรมากขึ้น” นักค้าเงินจากธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในโตเกียว กล่าวกับเอเอฟพี พร้อมเสริมว่าค่าเงินยูโรอาจได้รับผลกระทบจากการเปิดเผยตัวเลขจีดีพีของสหรัฐในไตรมาส 3 ในวันนั้นอีกด้วย
วันเดียวกัน คณะกรรมาธิการ (อีซี) เปิดเผยรายงานคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจภูมิภาคยุโรป โดยระบุว่า ในปีนี้เฉพาะกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินร่วมกัน 17 ประเทศ หรือยูโรโซน จะหดตัวลง 0.4% ตามตัวเลขที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และในปี 2014 น่าจะขยายตัวที่ 1.1% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 1.2% ส่วนปี 2015 ยูโรโซนน่าจะขยายตัวขึ้น 1.7%
ขณะที่อัตราการว่างงานยูโรโซน คาดว่าปีหน้าจะเพิ่มที่ 12.2% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 12.1% เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างอ่อนแอกำลังทำให้อัตราการว่างงานโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น และคนว่างงานทั้งหมดอาจเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าระดับ 20 ล้านคน







