
สริน ชูวงศ์โกมล เลือกใช้เทคโนโลยีแบบเรียบง่าย
นักการตลาด ออยสริน ชูวงศ์โกมล เจ้าของร้านทำเล็บ Nail Parfait อีกทั้งยังรั้งตำแหน่งผู้จัดการด้านการตลาด บริษัท เนเจอร์แคร์
โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
นักการตลาด ออยสริน ชูวงศ์โกมล เจ้าของร้านทำเล็บ Nail Parfait อีกทั้งยังรั้งตำแหน่งผู้จัดการด้านการตลาด บริษัท เนเจอร์แคร์ ผลิตแป้งไร้ซ์แคร์ที่เป็นผลผลิตจากแป้งข้าวเจ้า ที่เป็นมิตรกับคุณหนูๆ เพราะปราศจากสารทัลคัม สายงานที่สรินเชี่ยวชาญคือ บริหารด้านการตลาดเป็นหลัก ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้เทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตการทำงานเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แม้ต้องบริหารทั้งสองธุรกิจที่รัก แต่สามารถแบ่งเวลาบริหารทั้งสองงานได้ อีกทั้งเธอยังไม่เสพติดเทคโนยีโดยเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง
“ไอทีทำให้ชีวิตเราง่าย ส่วนตัวโทรศัพท์มือถือติดต่อกับครอบครัว เพื่อน ลูกน้อง เดี๋ยวนี้ไม่ต้องคุยผ่านโทรศัพท์ แต่คุยผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ หรือวอตแอพ ช่วยประหยัดค่าโทรศัพท์ไปได้เยอะ แต่จะเลือกคุยหรือติดต่อโดยสามารถทิ้งข้อความไว้ได้ อีกฝ่ายหนึ่งว่างเมื่อไหร่ค่อยตามอ่านก็ได้ ทำให้ไม่พลาดการติดต่อสื่อสารสั่งงานกัน อีกทั้งยังสามารถนัดประชุมโดยส่งผ่านกรุ๊ปแชตในมือถือได้เลย โดยเราไม่ต้องโทรตาม ช่วยจัดการใช้ชีวิตทั้งทำงานและดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นระเบียบมากขึ้น เพราะออยทำงานสองงาน งานหนึ่งคืองานบริการ บางทีลูกน้องบริการลูกค้าอยู่ แต่เราต้องการสั่งก็ทิ้งข้อความไว้ในไลน์ เขาว่างเมื่อไหร่ค่อยอ่าน งานออฟฟิศก็ส่งอีเมลถึงกัน”
นอกจากใช้เทคโนโลยีกับการติดต่อส่วนตัวแล้ว เธอยังใช้เทคโนโลยีมาส่งเสริมการตลาด ด้วยการพัฒนาเว็บไซต์ reiscare.com เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผลิตภัณฑ์กับลูกค้า รวมทั้งการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะยุคนี้ยิ่งเจริญคนก็ต้องการเสพข้อมูลเพื่อการตัดสินใจมากขึ้น
“เราพัฒนาผลิตภัณฑ์จากห้องแล็บ เราทำการตลาดเริ่มจากศูนย์ เราผลิตแป้งเด็กจากแป้งข้าวเจ้า ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใหม่มากในท้องตลาด คนยังไม่รู้จัก เราก็ต้องให้ข้อมูลว่าแป้งเราไม่ได้ผลิตจากทัลคัม แต่ด้วยสินค้าใหม่มากในท้องตลาดทำอย่างไรที่เราจะบอกคุณสมบัติเป็นมิตรกับเด็กๆ และสิ่งแวดล้อม ก็คือสื่อออกไปทางออนไลน์ ซึ่งเหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ที่จะเลือกใช้อะไรต้องศึกษาข้อมูลให้ลึกซึ้ง ต้องหาอ่านในเว็บไซต์ว่าใช้แป้งอะไรแล้วดี
ตอนนี้เรากำลังพัฒนา reiscare.com เป็นประตูสู่ลูกค้าที่อยากรู้จักไรซ์แคร์ ทำไมคุณแม่จึงไว้วางใจ เราจะมีข้อมูลจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านเด็กอธิบายชัดเจน รวมทั้งโฆษณาช่องทางการตลาดว่าเขาจะสามารถไปซื้อได้ที่ไหน ตอนนี้เราพัฒนาเว็บไซต์ให้ความสมบูรณ์เกือบ 100% แล้ว” ซึ่งการพัฒนาเว็บไซต์ของตนเองเวิร์กพอๆ กับการทำการตลาดบนเฟซบุ๊ก ซึ่งวัดจากการทำการตลาดกับร้านทำเล็บของเธอบนเฟซบุ๊ก เรียกว่าลงโฆษณาและจัดโปรโมชั่นบนเฟซบุ๊กแป๊บเดียว ลูกค้าก็เข้ามาคลิกไลค์เป็นจำนวนมาก
“ยุคปัจจุบันคนติดเฟซบุ๊กเหมือนติดโทรศัพท์มือถือไปแล้ว คือขาดไม่ได้ เพราะโทรศัพท์มือถืออเนกประสงค์ใช้ทั้งถ่ายภาพ ถ่ายเสร็จลงอินสตาแกรม เฟซบุ๊กจึงเป็นส่วนหนึ่งของคนที่สามารถเข้าถึงง่าย ในฐานะเราทำธุรกิจก็อยากเข้าถึงคนได้มากที่สุด เฟซบุ๊กจึงตอบคำถามได้ดี สามารถซื้อพื้นที่โฆษณาออนไลน์บนเฟซบุ๊ก ในนั้นเราสามารถระบุรายละเอียด คนสามารถคลิกเข้าไปดูรูปลายเล็บใหม่ๆ ได้ ซึ่งครั้งแรกที่เราลงโฆษณาโปรโมชั่นร้านเล็บบนเฟซบุ๊กมีคนเข้าไปคลิกดูแป๊บเดียวกว่า 1,000 ราย ผ่านไป 45 เดือน คนเข้าไปดูร้านเราประมาณ 5,000 คน ซึ่งเป็นการทำการตลาดที่เวิร์กมากๆ เพราะกระจายไปเร็วมาก ใครมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถแวะเข้าไปดูร้านได้”
ปัจจุบันเธอทำร้านเล็บได้ 2 ปีแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติราว 60% อีก 40% เป็นคนไทย ทำธุรกิจเทรนด์แฟชั่นที่มาเร็วและไปเร็ว ลงเทรนด์เล็บใหม่ๆ บนเฟซบุ๊กจึงตอบโจทย์
“ในเฟซบุ๊กมีเรื่องเทรนด์สีเล็บใหม่มาแล้วนะ เวลามีโปรโมชั่น ลูกค้าที่ติดตามเราบนเฟซบุ๊กก็สามารถตามโปรโมชั่นได้ ข้อดีของเฟซบุ๊กคือรวดเร็ว เราสามารถให้ข้อมูลได้ไม่จำกัด เข้าไปดูในลิงค์ได้ ทำช่องทางการตลาดบนเฟซบุ๊กตั้งแต่ปีแรก ตอนนี้มีแฟนเพจ 1,400 คน เป็นรูปแบบการทำการตลาดแบบใหม่ เหมาะสำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ ผู้ประกอบกิจการที่มีต้นทุนน้อย สองคือรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ กระจายได้เร็วและเป็นจำนวนมาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟน อีกทั้งเราสามารถจำกัดสเปกคนรับข้อความชอบเราได้ในเฟซบุ๊ก โดยจะมีฟังก์ชั่นหนึ่งของเฟซบุ๊ก สามารถระบุได้ว่าเราจะทำเป็นเพจของร้าน เช่น ซื้อ 50 เหรียญจะมีโปรโมชั่น เราอยากได้ลูกค้าคือใคร อายุ เพศ ซึ่งข้อดีทำให้เราเข้ากลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน โดยเราก็เสียเงินคิดเป็นระยะเวลาของการโชว์ได้บนเฟซบุ๊กว่าระยะเวลาเท่าไหร่ เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้ค้นเจอเอง หรือทำเป็นเพจของร้านเลย จึงควบคุมง่าย เราสามารถปรับปรุงข้อมูลได้ คือเราคนเดียวเพราะเรามีพาสเวิร์ดคนเดียว มีช่องทางการโฆษณาแบบนี้ดี เทียบกับลงแมกกาซีนหน้าหนึ่ง ผลตอบรับออนไลน์จะอยู่นานกว่า เสิร์ชเมื่อไหร่ก็เจอ แมกกาซีนอ่านเสร็จก็ทิ้ง แต่เฟซบุ๊กใครสนใจก็เสิร์ช แค่เสิร์ชคำว่า เนล พาเฟ่ต์ อยากหาสถานที่ร้านเราก็ได้ เพราะเราลิงค์กับกูเกิล มีแผนที่คนไปมาก็สะดวก”
เมื่อมีแฟนเพจ ลูกค้าก็มาเยอะขึ้น เฟซบุ๊กช่วยด้านการตลาดได้เยอะ ยิ่งช่วงไหนมีโปรโมชั่น ร้านมีฐานข้อมูลลูกค้าไว้แล้ว ทางร้านก็สามารถส่งอีเมลถึงกันหมด
อย่างไรก็ดี อุปกรณ์ไอทีที่สรินนำมาช่วยทำงาน แม้ไม่ทันสมัยปรู๊ดปร๊าดเหมือน 4จี แต่ก็ตอบสนองความต้องการได้ครบถ้วน เช่น โน้ตบุ๊กของเอชพี ไอโฟน 4 นิวไอแพด และกล้องแคนนอนเอส 90
“เวลาเราเลือกใช้ เราเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ไอโฟน 4 เหมือนกับไลฟ์สไตล์ ชอบตั้งแต่ไอโฟน 1 ชอบไอโฟนเพราะเหมือนคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว เราใช้ได้หนักหน่วงมากกว่าโทรศัพท์ทั่วไป ตรวจแอดโฆษณาก็ตรวจได้ผ่านมือถือ ไอโฟนจึงตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่ ทำให้การทำงานเราง่ายขึ้นและรวดเร็ว และคุณภาพงานยังเหมือนเดิม เจ้านายตามตัวเร็วขึ้น ไอโฟน 4 เหมาะกับงานด้านแฟชั่นเพราะภาพคมชัด ถ่ายภาพลูกค้าลงแฟนเพจเฟซบุ๊กของร้านได้เลย มีแอพพลิเคชั่นให้เล่นเยอะมาก”
ออยสริน ชูวงศ์โกมล วัย 33 ปี
การศึกษา : ปริญญาตรี บริหารธุรกิจ (การตลาด) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาโท Master of International Business Monash University, Melbourne Australia
ประสบการณ์ทำงาน : Marketing Manager บริษัท เนเจอร์ แคร์ เจ้าของผลิตภัณฑ์แป้งไร้ซ์แคร์
เจ้าของร้านทำเล็บ Nail Parfait
Finance Manager สิงคโปร์แอร์ไลน์
ข้อดีของเทคโนโลยีการสื่อสาร : แทบจะไม่มีข้อเสียเลยสำหรับระบบติดต่อสื่อสาร อยู่ที่ผู้ใช้สามารถใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันให้เหมาะสม อย่ายึดติดอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากจนเกินไป “การใช้เทคโนโลยีอยู่ที่เราจัดการกับมัน ออยหากรู้สึกรำคาญหรือไม่ว่างเราปิดเสียงเลย เช่น เวลากลางคืน คนที่มีธุรกิจด่วนจริงๆ ให้โทรเข้าที่บ้านได้เลย เพราะบางครั้งเราก็อยากมีเวลาพักผ่อนส่วนตัวจริงๆ โดยไม่ต้องพูดคุยโทรศัพท์กับใคร ณ ช่วงเวลาหนึ่ง”
แอพพลิเคชั่นที่ใช้ : ออยใช้อีเมลเป็นหลัก และไม่ติดเกม ไม่เหมือนอดีตติดเกมตระกูลแดชมาก เช่น เกมทำกับข้าว เสิร์ฟอาหารส่งตามห้อง แต่ไม่นิยมเล่นเกมปลูกผัก มีอยู่ช่วงหนึ่งติดเกมมากๆ เล่นจนชนะเลิศจบเกม ไม่รู้จะเล่นอะไรต่อ “เล่นเกมให้ทั้งความเพลิดเพลินในช่วงที่เราทำงานออฟฟิศ แต่ตอนนี้ด้วยหน้าที่การงานโตขึ้น งานก็ยุ่ง ต้องสนใจและทุ่มเทให้กับงาน ทำงานยุ่งจนไม่มีเวลาว่าง โดยหันไปเล่นกีฬาด้วยการวิ่งที่สวมลุมพินีกับเพื่อนๆ เวลาวิ่งก็ฟังเพลงในไอโฟน แต่จะฟังก็ต่อเมื่อไม่มีเพื่อนวิ่ง ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีง่ายๆ ที่จำเป็นจริงๆ ในชีวิตประจำวัน”







