posttoday
จินตนาการแห่งความหวาดระแวง

จินตนาการแห่งความหวาดระแวง

30 ตุลาคม 2556

ออกจะติดลบเชิงความหมายอยู่สักหน่อย แต่ทุกคนก็ไม่อาจเลี่ยงจากอาการนอยด์ หรือหวาดระแวงได้

โดย...วิชช์ญะ ยุติ / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ออกจะติดลบเชิงความหมายอยู่สักหน่อย แต่ทุกคนก็ไม่อาจเลี่ยงจากอาการนอยด์ หรือหวาดระแวงได้

ในเมื่อเลี่ยงได้ยาก ก็ขอเชื้อเชิญทุกคนเข้าสู่โลกแห่งความหวาดระแวง (ให้รู้แล้วรู้รอด) ซะเลย

“อรรถวิท บุญวรรญ” และ “เปี่ยมจันทร์ บุญไตร” ร่วมกันสร้างโลกแห่งความหวาดระแวงขึ้นมาบนพื้นที่ส่วนตัว โดยทั้งคู่จำลองให้อยู่ในบรรยายกาศ HumanNoid

คำว่า HumanNoid ในมุมมองของ 2 ศิลปิน พูดถึงมนุษย์ผู้กำลังตกอยู่ในห้วงอาการหวาดระแวง อันมีผลมาจากหลายๆ เหตุการณ์ ซึ่งจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม แต่ทั้งคู่ได้นำเสนอออกมาในทีท่าหยิกแกมหยอก เพื่อถ่ายทอดความพิลึกพิลั่นทางจิตของมนุษย์ที่ถูกเก็บงำไว้

จินตนาการแห่งความหวาดระแวง

 

แม้จะอยู่ภายใต้ธีมหลักเดียวกัน ทว่า 2 ศิลปินก็เลือกจะสะท้อนจินตนาการแห่งความหวาดระแวงในรูปแบบที่แตกต่าง

ถ้าเปรียบเทียบเป็นน้ำเสียง ประติมากรรมของเปี่ยมจันทร์คือเสียงสบถ ที่ถ้าไม่ตั้งใจฟัง ก็จะฟังไม่รู้เรื่อง มีความคลุมเครือพอสมควรว่าพูดอะไรกันแน่ ต่างจากจิตรกรรมของอรรถถวิท จะเป็นเสียงกระซิบเบาๆ ซึ่งก็ต้องเงี่ยหูฟังเช่นกั

อรรถวิทมาพร้อมงานจิตรกรรม 4 ชุด วาดด้วย 2 เทคนิค สีน้ำมันกับภาพดรออิง ใช้ใบหน้าและท่าทาง เป็นสัญญะแทนความรู้สึก บางชุดเป็นงานชุดเก่าตั้งแต่ปี 2544 เป็นงานเรียลลิสติก ต่อยอดมาจากการถ่ายภาพสแน็ปช็อตที่เขาชื่นชอบ

“ภาพสแน็ปช็อตมันคือการถ่ายทันทีทันใด ทำให้เห็นถึงความไม่ตั้งใจ ไม่มีการเซ็ตติ้งกัน พอปรับมาเป็นภาพวาด ก็จะเห็นถึงความไม่สมบูรณ์ของวัตถุที่อยู่ในเฟรม”

จินตนาการแห่งความหวาดระแวง

 

นั่นก็คงเหมือนมนุษย์ในงานอีก 3 ชุด ที่อรรถวิทจำลองไว้ในนิทรรศการ ซ่อนเร้นความหวาดระแวงจากสิ่งที่พบเจอ ผ่านแววตา รูปร่าง ท่าทาง กระทั่งความคิด ที่บิดเบี้ยว ซึ่งศิลปินคลี่คลายมาจากเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ยั่วล้อด้วยความยอกย้อน ใส่ความเหนือจริงเข้าไป ได้อารมณ์กึ่งเล่นกึ่งจริง ตลกขบขัน น่ารัก แถมยังท้าทายด้วยลายเส้นและสีสันสดๆ

“สมัยเรียนผมชอบถ่ายรูป ไม่ชอบสเก็ตซ์ภาพเลย แต่งานชุดนี้มันมีการสเก็ตซ์ มันเหมือนผมได้ย้อนกลับไปสมัยที่เริ่มทำงานศิลปะ มีการใช้สีสดๆ แนวคิดโดยรวม ผมอยากจะพูดถึงความเป็นอยู่ในภาวะปัจจุบันของมนุษย์ ที่มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปในยุคนี้ ซึ่งบางทีมันมีมิติที่ทับซ้อนกันอยู่ แต่ไม่สามารถคาดเดา หรือจินตนาการออกว่าคนนั้นๆ กำลังคิดอะไร

อย่างเช่นภาพผู้หญิงถือจานเค้ก ผมก็แค่สะกิดเบาๆ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความหวาดระแวงของคนเรา รู้ทั้งรู้ว่าเค้กกินแล้วอ้วน แต่ยังจะกิน พอกินแล้วก็มาบ่น หรือวิตกทีหลัง กลัวน้ำหนักจะขึ้น”

ขณะที่เปี่ยมจันทร์นั้นกลับนำเสนอผ่านงานประติมากรรม 2 ชิ้น ที่ตัวเธอได้แรงบันดาลใจมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ

จินตนาการแห่งความหวาดระแวง

 

ประติมากรรมทั้ง 2 ชิ้น จัดวางในแนวคิดเรียกร้องสันติภาพ เพื่อต่อต้านสงคราม ชิ้นเล็กใช้สัญญะผ่านใบหน้าผู้นำระดับโลก ทำจากเรซินและไฟเบอร์กลาส จงใจให้เกิดแรงปะทะกับความรู้สึกผู้ชมอย่างตรงไปตรงมา เธอหวังจะให้งานทำหน้าที่ดั่งลำโพง ตะโกนบอกให้สังคมโลกได้รู้ว่า หยุดห้ำหั่นกันและควรยุติกับวงจรการรบราฆ่าฟันเสียทีเถอะ

“อยากให้ดูออกสนุกๆ ค่ะ ก็เลยจัดวางและสร้างบรรยากาศจำลองงานของตัวเองให้เป็นเหมือนสนามรบ เศษซากไม้คือผลพวงของฝีมือมนุษย์”

อีกชิ้นมีขนาดใหญ่มาก สื่อสารกับผู้ชมด้วยการใช้ปืนเป็นสัญญะ ย้อนแย้งความรู้สึกโดยทำปืนเป็นรูปมือ เพื่อสะท้อนค่าคำว่ามือปืน ที่กุมชะตาชี้เป็นชี้ตายของผู้คน เพียงเพราะอำนาจปืนที่ยิงออกมาจากน้ำมือของมนุษย์

“ที่ต้องทำปืนขนาดใหญ่ เพราะอยากสะท้อนถึงอำนาจ เป็นอำนาจที่มนุษย์สร้างขึ้นและนำมาเข่นฆ่ากันเอง ปืนก็จะแทนคนสีผิวต่างๆ ที่มีอำนาจในมือตอนนี้ไงคะ”

นิทรรศการ HumanNoid จัดแสดง ณ ศุภโชค ดิ อาร์ต เซ็นเตอร์ ถนนสุขมวิท 31 (แยก 2 ) จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม โทร.02-662-0299

จินตนาการแห่งความหวาดระแวง

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน