
5ทีมเด่นศึกยัดห่วงเอ็นบีเอ
อเมริกันเกมซึ่งเป็นที่คลั่งไคล้ไม่เพียงในสหรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นที่โปรดปรานของคอกีฬาทั่วโลก นั่นคือ ศึกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ
โดย...เด็กสวนฯ
อเมริกันเกมซึ่งเป็นที่คลั่งไคล้ไม่เพียงในสหรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นที่โปรดปรานของคอกีฬาทั่วโลก นั่นคือ ศึกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ กำลังจะเปิดฤดูกาล 20132014 ในช่วงเช้าวันที่ 30 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย โดยในวันแรกของซีซั่นใหม่นี้จะมีแข่งขันกัน 3 คู่ ซึ่งคู่เอกก็คือ “แชมป์เก่า” ไมอามี ฮีต กับ ชิคาโก บูลส์ ส่วนอีก 2 คู่ก็มันส์ไม่แพ้กัน อินเดียนา เพเซอร์ส กับ ออร์แลนโด แมจิก และ แอลเอ เลเกอร์ส กับ แอลเอ คลิปเปอร์ส
แต่ก่อนอื่นนั้น เรามาดูทีมที่น่าสนใจและจับตามองกันก่อนก็แล้วกัน ว่าใครพอ มีลุ้นที่จะคว้าแชมป์เอ็นบีเอ พร้อมกับชู “แลร์รี โอไบรอัน โทรฟี” ซึ่งหลังจากส่องกล้องดูแล้ว พอจะคัดมาให้ได้ 5 ทีมเน้นๆ
1.ไมอามี ฮีต
คงต้องขอกล่าวถึงเป็นทีมแรก เพราะมีดีกรีเป็นแชมป์ 2 สมัยล่าสุด เดิมทีนั้นฮีตมี “บิ๊กทรี” คือ “คิงเจมส์” เลบรอน เจมส์, ดเวย์น เวด และ คริส บอช ทำหน้าที่ 3 ประสานได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว และผู้เล่นชุดเดิมก็ยัง คงอยู่ครบครัน หลังจากจับ เจ้ามนุษย์นก “เบิร์ดแมน” คริส แอนเดอร์เซน (หากใครเคยเห็น น่าจะเป็นเจ้าหัวไก่ซะมากกว่า) เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ เอริค สโปเอลสตรา เฮดโค้ชหนุ่มรูปหล่อของฮีต ยังให้โอกาส เกร็ก โอเดน อดีตผู้เล่นที่ถูกดราฟต์ตัวเป็นคนแรกเมื่อปี 2007 คืนสู่สังเวียนยัดห่วงเอ็นบีเออีกครั้ง หลังขึ้นเขียงผ่าตัดเข่าเป็นว่าเล่น จนสงสัยว่าหมอจะจำเข่าของเขาได้มากกว่าหน้าเขาเสียอีก
แม้โอเดนคงไม่สามารถยืนเป็นเซ็นเตอร์ตัวหลักได้ แต่การได้ลงไปช่วยผลัดเปลี่ยนแบ่งเบาภาระของ “อวตาร” บอช สักประมาณเกมละ 10-18 นาที ก็น่าจะเท่ากับช่วยเติมเต็มวงในของฮีตให้ยิ่งแกร่งขึ้นไปอีก
2.ชิคาโก บูลส์
การกลับมาของ “ดีโรส” เดอร์ริค โรส หลังจากชวดลงเล่นตลอดฤดูกาลที่แล้ว เนื่องจากต้องพักฟื้นหลังเข้ารับการผ่าตัดเข่า ทำให้ “กระทิงเปลี่ยว” บูลส์ ดูคึกคักขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย แถมโรสยังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในช่วงปรีซีซั่น โดยช่วยทำแต้มเป็นกอบเป็นกำ พร้อมกับพาทีมไร้ปราชัย ชนะเกมอุ่นเครื่องเรียบทั้ง 8 เกม
ที่สำคัญคือ โรสลงเล่นโดยไร้ปัญหา ไม่มีอาการแหยงจากการบาดเจ็บเข่าเลยแม้แต่น้อย ซึ่งดูตัวเขาเองก็มั่นใจสุดๆ กับการไล่ล่าแชมป์เอ็นบีเอในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง
“ผมแข็งแกร่งขึ้นมาก น้ำหนัก ที่เพิ่มขึ้นก็เป็นกล้ามเนื้อล้วนๆ และคิดว่าตัวผมเองมีความว่องไวมากกว่าเดิมอีกด้วย” โรส กล่าว เหมือนกับเป็นการส่งสัญญาณเตือนทุกทีมว่า ตอนนี้ทีมกระทิงพร้อมแล้วที่จะไล่ขวิดทุกทีมให้ไส้แตกได้ทุกเวลา
3.แอลเอ คลิปเปอร์ส
หลังจากคลิปเปอร์สไม่ประสบความสำเร็จในการเล่นรอบเพลย์ออฟฤดูกาลที่แล้ว บอร์ดบริหารของทีมก็สั่งปลด วินนี เดล นีโกร แล้วไปดึงเอา ด็อกซ์ ริเวอร์ส มาทำหน้าที่เฮดโค้ชแทน
การได้ยอดกุนซือสมองเพชรอย่างริเวอร์สจากบอสตัน เซลติกส์ มานั้น หลายคนเชื่อว่าน่าจะช่วยให้คลิปเปอร์สสามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นยิ่งขึ้น เนื่องจากริเวอร์สมีดีกรี “โค้ชแห่งปี” สมัยคุม ออร์แลนโด แมจิก เมื่อปี 2000 ก่อนจะไปช่วยพาเซลติกส์ผงาดซิวแชมป์เอ็นบีเอ ปี 2008
เดิมทีนั้นคลิปเปอร์สมี คริส พอล เป็นจอมทัพ และเปรียบเสมือนทุกอย่างของทีม เช่นเดียวกับที่ฮีตมี “คิงเจมส์” เรียกว่าคิดไม่ออกบอกพอล หรือส่งบอลไปให้พอลไว้ก่อน เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง แต่บางครั้งการประสานงานในทีมยังไม่ค่อยไหลลื่นเท่าที่ควร ทำให้การมาของริเวอร์ส ซึ่งเป็นคนมีจิตวิทยาสูง จะช่วยกระตุ้นเรื่องทีมเวิร์กได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะล่าสุดที่ริเวอร์สไปให้สัมภาษณ์ว่า เดอ อังเดร จอร์แดน ผู้เล่นเซ็นเตอร์ จะเป็นหนึ่งใน “บิ๊กทรี” ของคลิปเปอร์ส ร่วมกับ พอล และ เบลค กริฟฟิน ก็ยิ่งทำให้จอร์แดนทุ่มเทสุดชีวิตเป็นแน่ เพราะโดนยกยอซะขนาดนั้น
4.บรูกลิน เน็ตส์
การที่ไปคว้าตัว 2 ดาวดังจอมเก๋าจากบอสตัน เซลติกส์ คือ “เค.จี.” เควิน การ์เน็ตต์ และ พอล เพียร์ซ มาเสริม ทีม ทำให้เน็ตส์ดูน่ากลัวขึ้นอีกไม่น้อย เพราะจะได้มาผนึก กำลังกับตัวหลักอย่าง เดรอน วิลเลียมส์, บรูก โลเปซ และ โจ จอห์นสัน รวมทั้งกำลังเสริมอย่าง อังเดร คิริเลนโก และ ชอว์น ลิฟวิงตัน
มิคาอิล โพรโกรอฟ มหาเศรษฐีรัสเซียเจ้าของทีม เคยประกาศเอาไว้ว่า จะสร้างทีมให้เป็นแชมป์เอ็นบีเอภายในปี 2015 ซึ่ง ณ ตอนนี้ ดูแล้วว่ามีความเป็นไปได้มากทีเดียว และแผนการใหญ่นี้อาจสัมฤทธิผลก่อนกำหนดก็ เป็นได้
อย่างไรก็ตาม เน็ตส์มีจุดอ่อนก็ตรงที่ เจสัน คิดด์ เป็นเฮดโค้ชหน้าใหม่ที่ยังคงต้องรอวันพิสูจน์ตัวเองอยู่ เพราะกำลังถูกจับตามองว่า เขาจะสามารถนำประสบการณ์และความเก๋า สมัยเป็นผู้เล่นมาใช้ในการบริหารทีมได้ดีเพียงใด
แต่ทว่าในเกมสุดท้ายของช่วงปรีซีซั่นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาไทย เน็ตส์ก็โชว์ฟอร์มหล่อพอสมควร โดยสามารถบุกไปถล่ม “แชมป์เก่า” ฮีต แบบไม่ไว้หน้าถึง 108-87
5.นิวยอร์ก นิกส์
เป็นอีกทีมที่พยายามหาจิ๊กซอว์มาเติมให้ครบ เพราะการที่มี “เมโลแมน” คาร์เมโล แอนโธนี เป็นทุกอย่างของทีมเหมือนกับเจมส์ของฮีต หรือพอลของคลิปเปอร์สนั้น มันโหลดเกินไปสำหรับฟอร์เวิร์ดตัวเก่งอย่างแอนโธนี
นิกส์ยังคงหวังให้ อมาเร สเตาดาไมร์ และ อังเดรีย บาร์ญานี ช่วยกันประสานงานกับแอนโธนี ให้เนียนกว่านี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าคนแรกนั้นเคยแข็งแกร่งสุดๆ ในช่วง ฤดูกาล 2010-2011 ส่วนคนหลังเคย ฟิตเปรี๊ยะตั้งแต่ซีซั่น 2009-2010 โน่นแน่ะ
อย่างไรก็ตาม นิกส์หวังว่า สเตาดาไมร์ เซ็นเตอร์ตัวเก๋า ที่โดนลดบทบาทลงไปเป็นตัวสำรอง น่าจะช่วยบาร์ญานีผู้เล่นเซ็นเตอร์ตัวจริงจากอิตาลีได้เป็นอย่างดี และหากทั้งสองไม่มีอาการบาดเจ็บมารบกวน ก็น่าจะทำให้นิกส์สามารถเข้าไปเบียดกับทีมอย่าง ฮีต, บูลส์ เพื่อลุ้นแชมป์ สายตะวันออกกับเขาบ้าง







