posttoday
วิถีจิตวิถีธรรม ในสติปัฏฐาน... ตามแนวอานาปานสติ (ตอน ๕)

วิถีจิตวิถีธรรม ในสติปัฏฐาน... ตามแนวอานาปานสติ (ตอน ๕)

25 ตุลาคม 2556

ในธรรมชาติของความสงบนิ่ง... สามารถจะเห็นความจริงทั้งปวงได้ และสามารถเห็นความจริงแจ้งชัด

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ในธรรมชาติของความสงบนิ่ง... สามารถจะเห็นความจริงทั้งปวงได้ และสามารถเห็นความจริงแจ้งชัดว่ามีความเกิดดับในความเคลื่อนไหวสืบเนื่องไปมาได้ จนสามารถเห็นถึงความเกิดความดับเป็นปกติ จนรู้แจ้งจริงในความปกติแห่งความเกิดดับ ว่า... สรรพธรรมทั้งปวงเป็นเช่นนี้... นี่คือการอาศัยความนิ่งสงบให้เกิดประโยชน์ เมื่อนิ่งสงบแล้วก็สามารถค้นคว้าหาความจริงได้อย่างประณีต ซึ่งจะพบสิ่งที่ประณีตละเอียดในความจริงนั้น จนเกิดความรู้เท่าทันในสภาพความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาตินั้น การรู้เท่าทันหรือรู้แจ้งในสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาตินั้น คือ การทำงานในส่วนของวิปัสสนาญาณ อันทำให้เกิดญาณหยั่งรู้เข้าไปในสิ่งนั้นๆ อย่างประณีตละเอียด จนสามารถรู้แจ้งจริง... เป็นการหยั่งรู้ลงไปในความจริง จนเกิดความเห็นอันหมดจด

กระบวนการทั้ง ๒ ส่วน ได้แก่ สมถะและวิปัสสนา จึงมีความสืบเนื่องกันเป็นเช่นนี้ ผู้ประพฤติปฏิบัติทั้งหลายจึงควรทำจิตให้มีความสงบตั้งมั่น การที่จิตจะสงบตั้งมั่นได้ก็ต้องมีกรรมฐานของจิต คือ ลักษณะการทำงานของจิตเพื่อการพัฒนาจิตไปสู่ความตั้งมั่น กรรมฐานใดที่เหมาะควรกับจิตเรียกว่าถูกจริต ก็ต้องยกกรรมฐานนั้นขึ้นมาเป็นตัวตั้งแห่งการทำงานของจิต ซึ่งในกรรมฐานทั้งปวง ทุกวิธีการปฏิบัติ... ทุกวิชา สุดท้ายจะประชุมรวมลงที่ “อานาปานสติกรรมฐาน”

อานาปานสติกรรมฐาน จึงเป็นที่ตั้งแห่งการทำงานของจิต เป็นกระบวนการพัฒนาจิตสู่ความสงบรู้ จนเข้าสู่ความหยั่งรู้อย่างสงบ จึงจัดเป็นกรรมฐานกองเอก อานาปานสติ คือ การกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก การกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกจึงเป็นกรรมฐาน ที่เรียกว่า อานาปานสติกรรมฐาน... ถ้าเป็นการกำหนดรู้เพียงแค่เพื่อให้จิตนั้นสงบ ก็เป็นสมถะ แต่ถ้ารู้ค้นคว้าเข้าไปในสภาพธรรมนั้น โดยยกความสงบ (สมถะ) เป็นบาทวิถี ก็เป็นวิปัสสนา... ในอานาปานสติ จึงเป็นทั้งความสงบก็คือสมถะและเป็นทั้งวิปัสสนา ก็คือการทำให้เกิดปัญญา หรือบางครั้งทำไปพร้อมๆ กันเกิดทั้งสมถะและวิปัสสนา เป็นกระบวนการที่พัฒนาไปพร้อมๆ กันทั้งสองส่วน เรียกว่า สมถะ วิปัสสนา พัฒนาไปควบคู่กัน พร้อมกัน...

ในบางคุณภาพจิต การรวมจิตสู่ความแน่วแน่นั้นยังทำได้ยาก จึงต้องทำสมถะให้เกิดขึ้นก่อน จนสมถะนั้นมีความสัมฤทธิผลเกิดขึ้นกับจิตนั้นแล้ว หรือได้ผลกับการทำสมถะนั้นแล้ว จึงจะลำดับสืบเนื่องสู่การเจริญวิปัสสนา เรียกว่า เจริญสมถะสู่วิปัสสนาญาณ

หรือถ้าบุคคลที่มีกำลังความพร้อมอันจะทำให้เกิดวิปัสสนาได้เลย ก็สามารถใช้อานาปานสติคู่นั้นกำหนดลงไปที่วิปัสสนาได้เลย เพราะความพร้อมของสมถะนั้นถึงกำลังแล้ว เรียกว่า เจริญวิปัสสนาญาณส่วนเดียว

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย