posttoday
"ไช"มั้ยจ๊ะ...นายจ๋า (2)

"ไช"มั้ยจ๊ะ...นายจ๋า (2)

29 เมษายน 2553

ในอินเดียพ่อค้าเร่ขายชาถูกเรียกว่า “ไช วอลลาห์” พวกเขาถูกพบเห็นได้ทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะในย่านการค้าอันวุ่นวาย หรือในตรอกซอกซอยของหมู่บ้านอันเงียบสงบ

ในอินเดียพ่อค้าเร่ขายชาถูกเรียกว่า “ไช วอลลาห์” พวกเขาถูกพบเห็นได้ทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะในย่านการค้าอันวุ่นวาย หรือในตรอกซอกซอยของหมู่บ้านอันเงียบสงบ

เรื่อง...รอยนวล

ไช-ไอ-ไอ-ไอ...ไช-ไอ-ไอ-ไอ...

เสียงในความทรงจำนั้นมักชักชวนให้เรานึกอยากลิ้มรสชาอินเดียเสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นไชสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือจะเป็นไชที่เสิร์ฟในร้านอาหาร หรือคอฟฟี่เฮาส์ชื่อดัง แต่ดูเหมือนว่าไชที่ไหนก็ให้รสชาติเทียบเท่ากับต้นตำรับได้ยาก อาจจะเป็นเพราะรสชาตินั้นมีประสบการณ์ดีๆ บวกเข้ามาด้วย

ในอินเดียพ่อค้าเร่ขายชาถูกเรียกว่า “ไช วอลลาห์” พวกเขาถูกพบเห็นได้ทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะในย่านการค้าอันวุ่นวาย หรือในตรอกซอกซอยของหมู่บ้านอันเงียบสงบ ในสถานีขนส่งหรือบนรถไฟ ครั้งแรกที่ รอยนวล ได้ลองชิมไชก็บนรถไฟนั่นล่ะ

กลิ่นกรุ่นและรสชาติของชาเครื่องเทศสมุนไพรผสมนมตำรับอินเดียนั้นช่างแปลกใหม่เกินจินตนาการถึง เครื่องดื่มชนิดนี้ปลุกประสาทรับรสและกลิ่นของเราให้ตื่นตะลึง จนยากที่จะดื่มลงไป แต่เพราะมีสายตาของคนทั้งโบกี้รถไฟจ้องมองดู (คนต่างชาติหน้าแบนๆ ตัวเล็กๆ ดื่มไช) อยู่ จึงกล้ำกลืนน้ำร้อนๆ นั้นลงคอ แล้วหันไปยิ้มแบบปลาบปลื้มให้คนขายที่ยืนรอดูความพึงพอใจของลูกค้า รวมทั้งคนร่วมลุ้นทั้งโบกี้รถไฟ แล้วก็มีหลายๆ รอยยิ้มส่งกลับมา หลังจากนั้นรอยนวลก็ใช้เวลาละเลียดดื่มไชถ้วยเล็กๆ นั้นอย่างช้าๆ เพื่อค้นหาและทำความคุ้นเคย

ต้องยอมรับว่าใช้เวลาอยู่นานพอสมควร คนต่างแดนอย่างเราจึงคุ้นชินกับไชแบบที่ชาวบ้านร้านช่องในอินเดียเขาดื่มกัน หลายๆ วันเข้าก็ได้พบว่าไชของแต่ละเจ้าที่ได้ทดลองดื่มนั้นมีความแตกต่างกัน บางครั้งเราได้กลิ่นและรสเผ็ดร้อนของขิง บางครั้งได้กลิ่นฉุนรสของเครื่องเทศที่เรียกว่า การัมมาซาลา บางครั้งสัมผัสได้ถึงหญ้าฝรั่น กระวาน ฯลฯ

นอกเหนือไปจากรสชาติแล้ว สิ่งที่น่าตื่นเต้นอีกอย่างหนึ่ง คือ ลีลาการเสิร์ฟชาให้ลูกค้าของ ไช วอลลาห์ ที่บางคนนั้นเด็ดดวงราวกับเล่นกายกรรม บางคนมีลีลาคล้ายๆ กับการชงชาชักแถวภาคใต้ของบ้านเรา

ไม่ว่าจะเป็นไชสูตรไหน เสิร์ฟโดยใคร หรือเสิร์ฟอย่างไร แต่นี่คือสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับคนอินเดีย ไช คือ สิ่งที่ทำให้วัฏจักรชีวิตของชาวอินเดียในแต่ละวันหมุนไป ถ้าวันไหนไม่มีไช คนอินเดียก็คงจะทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

ว่ากันว่า ทุกๆ วันคนอินเดียดื่มชาเฉลี่ยคนละ 3-4 ถ้วย ทุกวันประมาณบ่ายสี่โมงเรียกว่าเป็นช่วง “ที ไทม์” ที่ทุกคนจะพักงานมาดื่มชาแกล้มกับของว่างอย่างเช่น ซาโมซา (แป้งใส่ไส้ผักก่อนนำไปทอดหน้าตาคล้ายกะหรี่ปั๊บ) ปาโกรา (ดูเหมือนทอดมัน แต่เป็นผักชุบเครื่องเทศและทอด) เป็นต้น

เมื่อ มาซาลา ไช ถูกแนะนำตัวให้โลกรู้จัก หลายอย่างเกี่ยวกับชาชนิดนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปจากต้นตำรับ

ปัจจุบันไชก็มีการพัฒนารสชาติให้ดียิ่งกว่าต้นกำเนิด ด้วยการเลือกใบชาดีๆ มาชง ใบชาที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นชาดำ แต่ก็มีอย่างแคว้นแคชเมียร์ที่ใช้ชาเขียว คนยุคใหม่ที่ต้องการดื่มชาแต่ไม่ต้องการกาเฟอีน ก็มีหญ้าสีแดงชนิดหนึ่งที่เรียกว่า รอยบอส นำมาชงแทนใบชา
ปกติคนอินเดียเติมน้ำอ้อยใส่ในไช แต่เมื่อเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ก็มีการใช้น้ำตาล น้ำผึ้ง ไซรัป ฯลฯ มาเพิ่มความหวาน

คนอินเดียจะใช้นมสด (Whole Milk) แต่หนุ่มสาวที่รักสุขภาพสมัยนี้ก็อาจจะเลือกนมขาดมันเนย (Skim Milk) หรือแม้แต่นมถั่วเหลือแทน วันนี้ไชก็ถูกนำไปเติมไอเดียกลายเป็นไชเย็นหรือไชปั่น ส่วนเครื่องเทศหรือสมุนไพรที่ใส่ไปในไชนั้น ก็มีการนำสมุนไพรที่เติบโตใต้ดินหลายๆ ชนิดมาใส่ลงไป เรียกได้ว่าสูตรใครสูตรมัน

สิ่งสำคัญคือ วันนี้แทบจะไม่มีคนเรียกชื่อเต็มๆ ยาวๆ ของชาชนิดนี้ว่า มาซาลา ไช คงเหลือแค่ชื่อสั้นๆ ว่า ไช ฝรั่งบางคนก็เรียกว่า ไช ที ความจริงแล้วน่าจะเรียก ไช คำเดียวก็พอ เพราะคำนี้ก็หมายถึง ชา อยู่แล้ว คนไทยเราก็ไม่ต้องไปเรียก ชาไช เหมือนกัน

วันนี้แม้ว่าเราอาจไม่มีโอกาสได้กลับไปได้ยินเสียง ไช-ไอ-ไอ-ไอ...ไช-ไอ-ไอ-ไอ...หรือได้ไปสัมผัสกับชาเครื่องเทศใส่นมแท้ๆ แบบอินเดียอีก แต่เมื่อใดที่ได้กลิ่นและรสของไช ประสบการณ์ดีๆ ในอดีตก็หวนคืนกลับมา และทำให้ชาอินเดียถ้วยนั้นเอร็ดอร่อยขึ้นเป็นเท่าตัว

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ