
ปานไพลิน วงศ์จินต์ สาวน้อยนักธุรกิจที่ฝันอยากเป็นล่าม
สาวหมวยหน้าใสวัย 19 ปี หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มาพร้อมรอยยิ้มกับแสงแดดเจิดจ้าของเที่ยงที่ร้อนสุดใจ
โดย...ชมดาว ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
สาวหมวยหน้าใสวัย 19 ปี หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มาพร้อมรอยยิ้มกับแสงแดดเจิดจ้าของเที่ยงที่ร้อนสุดใจ เธอชื่อกล้วยน้ำว้าปานไพลิน วงศ์จินต์ กำลังเรียนชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ เอกภาษาจีนเพื่อธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) หลังจากจบมัธยมปลายที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 เธอก็เข้าเรียนที่คณะหนึ่ง แต่ไม่ถูกใจ จึงย้ายคณะใหม่และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
น้องกล้วย บอกว่า ที่เข้าเรียนที่เอกนี้ คณะนี้ เพราะเธอมีความต้องการที่ชัดเจนอยู่ว่าอยากมาทำงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าขายอย่างแน่นอน เพราะที่บ้านก็ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว ถึงอย่างไรเสียก็ต้องมาช่วยที่บ้าน เนื่องจากเธอเป็นลูกสาวคนโตและห่างกับน้องชายถึง 16 ปี เพราะมีกันอยู่เพียงสองคนพี่น้อง ขณะที่น้องชายอายุแค่ 4 ขวบเท่านั้นเอง
“คุณแม่บอกว่า ถ้ามีโอกาสหนูต้องมาเรียนรู้งานของแม่บ้าง เวลาแม่ไม่อยู่ ไม่สบาย หนูจะได้ช่วยงานแม่ได้ จะได้เป็นกำลังหลักในการช่วยดูแลน้องแทนแม่ ภารกิจนี้แม่ย้ำไว้หนักหนา” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่าการถูกคาดหวังจากครอบครัวมากกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันมากไปสักหน่อย น้องกล้วย บอกว่า ก็ไม่เป็นไร เพราะเธอเห็นแม่ทำงานหนัก ทำงานมาตั้งแต่เธอเด็กๆ อะไรพอช่วยพอแบ่งเบาภาระของคุณแม่ เธอก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเธอรักและสนิทกับคุณแม่มาก จึงอยากให้ท่านสบายใจและมีความสุข
เธอว่า ถ้าไม่มาช่วยคุณแม่ เรียนเสร็จก็ไม่ได้มีอะไรทำเยอะ อาจจะไปเที่ยวดูหนังกับเพื่อน ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่ ใช้เวลาว่างอย่างเปล่าประโยชน์ มาช่วยคุณแม่ที่จริงแล้วประโยชน์ก็ตกอยู่กับตัวเราในอนาคต ยิ่งเรียนรู้เร็ว เราก็ยิ่งเก่งเร็ว
ชอบงานประดิดประดอย...
แต่อีกใจหนึ่งเธอก็อยากทำงานเป็นล่าม เพราะชอบภาษาจีน อยากใช้สิ่งที่เรียนมาและอนาคตหากมีจังหวะและโอกาสที่ดีก็อยากทำธุรกิจอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน
“เป็นเพราะว่าที่บ้านหนูทำการค้ามาตั้งแต่หนูเด็กๆ เราคุ้นเคยเห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานค้าขาย เราก็ชิน ชอบทำการค้าการขาย มีความชัดเจนมาตลอด ตอนนี้คุณแม่ไปติดต่องาน ถ้าหนูไม่มีเรียน ท่านก็เรียกไปช่วยไปคุยงาน รับงานปิดเทอมก็เอาไปฝึกงานให้รู้ให้เห็นการทำงานของท่านอย่างใกล้ชิด” เธอกล่าวอย่างภูมิใจ
ด้วยความที่เป็นเด็กชอบงานด้านธุรกิจ เธอจึงชอบค้าขายมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ตอนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เธอก็ขออนุญาตคุณแม่เปิดร้านกิฟต์ช็อปเล็กๆ อยู่ 23 ปี ขายของสวยๆ งามๆ เช่น หมวก กำไล ต่างหู โดยเธอไปซื้อมาจากแหล่งผลิตแล้วเอาลูกไม้ ผ้า โบ ไปตกแต่งเพิ่ม เพนต์ลาย วาดรูปลงไปบนสินค้าเรียบๆ ให้แลดูมีสไตล์สวยเก๋มากยิ่งขึ้น
“หนูเป็นคนชอบงานประดิดประดอย งานแฮนเมดมันมีคุณค่าทางใจ วาดนั่น เขียนนี่ เอาโบ เอาผ้า มาทำเพิ่ม มีความสุขเวลาได้ทำงานตรงนี้ พอเห็นงานเราออกมาแล้วคนอื่นชื่นชอบจะภูมิใจ มีความสุขที่สุดที่คนอื่นเห็นคุณค่าในงานของเรา”
นอกจากได้งานที่มีคุณค่าแล้ว ที่สำคัญก็คือ ได้ฝึกความรับผิดชอบ ได้ลองทำงาน ได้เห็นคุณค่าของเงินว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละร้อยนั้นไม่ง่าย ก็ดีสำหรับเธอเองที่ได้ลองทำงานเสียตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น
อนาคตอยากมีธุรกิจของตัวเอง...
น้องกล้วย เล่าว่า หลังจากเรียนจบหากไม่ได้ทำงานเป็นล่ามอย่างที่ฝันไว้ ก็คงจะช่วยธุรกิจของที่บ้านและจะหาโอกาสเปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง เช่น ร้านขายของแต่งบ้าน เสื้อผ้า ของกระจุกกระจิกต่างๆ เป็นของหวานในชีวิต หลังจากนั้นสักพักใหญ่ก็อาจจะไปเรียนต่อปริญญาโท
เธอเล่าว่า ประมาณเดือนหน้าคุณแม่จะเปิดโชว์รูมใหม่ (อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะรูปพ่นทราย) ย่านพระราม 5 และที่ชั้น 2 จะทำเป็นร้านกาแฟและเบเกอรี่ ซึ่งคุณแม่วางกำลังไว้ให้เธอช่วยดูแล ซึ่งเธอก็ยินดีรับหน้าที่อย่างแข็งขัน เพราะชอบอยู่แล้วเรื่องค้าๆ ขายๆ
“จริงๆ หนูก็ทำเค้ก ทำขนมไม่เป็นหรอกค่ะ แต่หนูชอบรับประทาน รู้ว่าของอร่อยควรเป็นอย่างไร ก็จะคอยควบคุมรสชาติและคุณภาพของชา กาแฟ ขนมต่างๆ ดูความเรียบร้อยภายในร้าน เพราะคุณแม่เขาทำงานหลายอย่าง ไม่มีเวลามาเกาะติด แล้วคุณแม่ก็อยากให้หนูมาช่วย เขาอยากให้หนูทำงานเก่งๆ เป็นงานเร็วๆ เพราะท่านอยากรีไทร์เร็วๆ เขาอยากจะหยุดพักบ้าง เพราะทำงานมาตั้งแต่สาวๆ แล้ว ถ้าลูกเก่งงานเมื่อไหร่ท่านจะขอพักบ้าง” เธอกล่าวทิ้งท้าย







