
@COOL
โดย...เคอร์มิท [email protected]
โดย...เคอร์มิท [email protected]
Tikker นาฬิกา (แห่งความ) ตาย!
จะเป็นยังไงเมื่อเรารู้ว่า “เวลา” ในชีวิตจะเหลืออีกเท่าไหร่ กี่ปี กี่เดือน กี่วัน กี่ชั่วโมง กี่นาที แล้วก็อีกกี่วินาที เจ้าทิกเกอร์ วอตช์ เรือนนี้ตรวจสอบให้ได้! และจะนับเวลาย้อนหลังคอยเตือนสติคุณอยู่ตลอดเวลา...
ทิกเกอร์ หรือ เดธ วอตช์ สร้างสรรค์โดย เฟรดริก โคลติ้ง ที่บอกว่าเขาเรียกนาฬิกาเรือนนี้ว่า นาฬิกาความสุข (Happiness Watch) ซึ่งหลักการในการนับย้อนหลังสู่วินาทีสุดท้ายของชีวิตนั้น คำนวณจากประวัติทางการแพทย์ รวมทั้งการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ โดยก่อนที่จะคำนวณ นาฬิกาจะให้ใส่ข้อมูลในเควสชันแนร์ เกี่ยวกับอายุ การเข้ารับการรักษาพยาบาล สิ่งที่แพ้ ความป่วยไข้ สูบบุหรี่จัดมั้ย ดื่มแอลกอฮอล์บ่อยแค่ไหน ออกกำลังกายหรือเปล่า รวมไปถึงประวัติความป่วยไข้ของคนในครอบครัว
ก็ไม่รู้ว่านาฬิกาที่นับถอยหลังแบบนี้จะถูกใจคนซื้อมั้ย หากเฟรดริกเห็นแบบต่างมุมว่า จะช่วยให้พวกเขามีความสุขอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาของชีวิตที่เหลืออยู่
หน้าจอของทิกเกอร์ จะแสดงเวลาแบบนับถอยหลังของชีวิตเรา เป็นวัน เดือน ปี เอาไว้ที่บรรทัดแรก ส่วนบรรทัดที่ 2 จะบอกเวลาเคาต์ดาวน์เป็นชั่วโมง นาที และวินาที ขณะที่การเป็นนาฬิกาที่บอกเวลาปัจจุบันจะอยู่ ณ บรรทัดล่างสุด
เฟรดริก โคลติ้ง ออกตัวโมเดลมาทดสอบกระแสตลาด ก่อนจะวางจำหน่ายจริงเดือน เม.ย. ปีหน้า สนนราคาราว 59 เหรียญสหรัฐ (รายละเอียดเพิ่มเติม mytikker.com)
First SunPowered Family Car
สเตลล่า รถแฟมิลี่ 4 ที่นั่งระบบพลังงานแสงอาทิตย์คันแรกของโลก สร้างสรรค์โดย ดัตช์ โซลาร์ ทีมไอนด์โฮเฟ่น คว้ารางวัลในการแข่งขันรถยนต์ 4 ที่นั่งระยะทาง 3,000 กิโลเมตร ในงานเวิลด์ โซลาร์ แชลเลนจ์ (ดับเบิลยูเอสซี) ที่เป็นการแข่งขันเฉพาะรถที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น
ในการแข่งขันนี้ นอกจากที่จะดูการสามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้แล้ว ยังตัดสินกันที่การออกแบบรถเพื่อการใช้สอยด้วย ซึ่งสเตลล่าถือเป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในครอบครัวคันแรกของโลกที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีพื้นที่การใช้สอยในตัวรถกว้างขวาง สะดวกสบาย นอกจากนี้ ยังเป็นรถเพียงคันเดียวในการแข่งขันที่ได้รับป้ายทะเบียนสำหรับการวิ่งในท้องถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
รถครอบครัวคันนี้เป็นผลงานการออกแบบของนักศึกษาในเมืองไอนด์โฮเฟ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ใช้เวลาราวปีครึ่งในการออกแบบ โดยมีแผงโซลาร์เซลล์ติดตั้งไว้บนหลังคาและที่ท้ายรถ สเตลล่า สามารถวิ่งได้เร็วสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Google Play Books
(Android/iOs)
เย้! หนังสือวางแผงแล้วในเพลย์สโตร์ สาวกแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนจอใหญ่ๆ ระบบแอนดรอยด์ไม่ต้องง้อแอพคินเดิล โซนี่ อีรีดเดอร์ หรือบาร์น แอนด์ โนเบิล นุค อีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้มี กูเกิล เพลย์ บุ๊ก มาให้โหลด และซื้อหนังสือผ่านเพลย์ สโตร์ กันแล้ว
จะลองใช้โดยการซื้อหนังสือก่อน หรือจะลงแอพก่อนก็เหมือนกัน ช่วงแรกๆ ที่เพิ่งเริ่มเปิดตลาดในประเทศเอเชีย ในร้านยังเน้นหนังสือภาษาอังกฤษอยู่เป็นหลัก แต่ก็เริ่มมีหนังสือภาษาไทยให้อ่านกันบ้างแล้ว ในร้านมีทั้งแบบที่ให้โหลดฟรี หรือโหลดตัวอย่างมาอ่านก่อน ติดใจค่อยซื้อก็ได้
นอกจากบนเครื่องสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์แล้ว กูเกิล เพลย์ บุ๊ก ยังสามารถติดตั้งลงในระบบไอโอเอส (ไอแพด/ไอโฟน) ได้ด้วย เช่นเดียวกับในแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ เรียกว่า ให้อ่านได้ทุกที่ทุกเวลา แอพจะซิงค์โดยอัตโนมัติกับบัญชีของคุณ และทำให้สามารถอ่านแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ได้ทุกที่เลย
พักร่างจากเทคโนโลยีบ้าง...ไรบ้าง (เหอะ)
มีผลวิจัยออกมาว่า คนสมัยนี้ติ๊ดติดเทคโนโลยี โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต จะเป็นจะตายเสียให้ได้เมื่อไร้สัญญาณ ขาดการติดต่อจากโลกออนไลน์ สักวินาทีเดียวแทบขาดใจ จนลืมสนว่าร่างกายจะไม่ไหวแล้ว เชื่อมั้ย แค่ติดเล่นแท็บเล็ตก็สามารถทำให้กลายเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมได้ โดยไม่ต้องนั่งทำงานหน้าจอแบบพนักงานออฟฟิศ
เพราะฉะนั้น ลองห่างๆ จากของไฮเทคกันบ้างก็ดีนะ... มีเคล็ดลับมาฝาก
1.เก็บไว้อ่านทีหลัง เมื่อรู้สึกไม่ไหว ตาลายสุดๆ ก็อย่าฝืน บุ๊กมาร์ก หรือแชร์ลิงค์ไว้หน้าเฟซบุ๊ก เพื่อไล่อ่านในภายหลัง ทำให้เราไม่ต้องนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอให้เมื่อยคอในวันที่ล้าๆ
2.มีเป้าหมาย เลือกอ่านหรือค้นหาข้อมูลที่ต้องการแบบมีเป้าหมาย ไม่ใช่ว่าจะต้องอ่านไปเสียทุกเว็บที่ค้นเจอ ลองเลือกใช้ปลั๊กอิน อย่าง Mindful Browsing ที่จะช่วยคุณกรองเว็บกากๆ ที่พลาดไปอ่าน จัดการบล็อกเอาไว้ วันหลังจะไม่โผล่มาให้เสียเวลาอีก (ตอนนี้ใช้ได้กับบราวเซอร์ซาฟารีเท่านั้น)
3.หนีไปนั่งสมาธิ หมายถึงต้องเบรกจริงๆ แล้ว ละทิ้งทุกสิ่งวุ่นวายไว้ข้างหลัง สัก 1020 นาที นอกจากจะช่วยตัดทุกสิ่งแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูสายตาและคลายเครียด
4.บล็อกทุกสิ่ง ถ้าต้องการตัดขาดแบบฮาร์ดคอร์ บล็อกทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าคลิก อย่าเปิด ปิดโทรศัพท์ แท็บเล็ต โฟกัสแค่สิ่งที่ต้องทำให้เสร็จ
5.หัดควบคุมตัวเอง ถ้าบล็อกชั่วคราวแล้วไม่ได้ผล ก็บล็อกหรือหยุดทำทุกสิ่งแบบถาวรไปเลย เช่น ลบแอพแคนดีครัชที่ติดหนึบ จัดการบล็อกในเฟซบุ๊กไปด้วย รับรองเลิกได้แน่
6.เล่นโยคะ ได้ผลพอๆ กับนั่งสมาธิเลย แถมดีต่อสุขภาพ แล้วก็ช่วยให้เราห่างจากเทคโนโลยีไปได้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงล่ะ
7.นอนฟังเพลง วิธีง่ายๆ แต่ได้ผล ถ้าอยู่คนเดียวจะร้องตามไปด้วยก็ยิ่งดี







