posttoday
จุดเริ่มต้นของจุดจบ  'เฟดเอ็กซ์'

จุดเริ่มต้นของจุดจบ 'เฟดเอ็กซ์'

13 ตุลาคม 2556

ด้วยอายุอานามที่มากขึ้น แฟนลูกสักหลาดส่วนใหญ่ก็คงจะพอเข้าใจได้ว่าทำไม โรเจอร์ เฟเดอเรอร์

โดย...จาด้า

ด้วยอายุอานามที่มากขึ้น แฟนลูกสักหลาดส่วนใหญ่ก็คงจะพอเข้าใจได้ว่าทำไม โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ถึงอยู่ในช่วงขาลง แต่ก็คงจะมีเพียงไม่กี่คนที่คิดว่านักหวดสวิสจะได้ชูโทรฟีเพียงหนเดียวในปีนี้

ความปราชัยแมตช์ล่าสุดต่อ กาเอล มงฟิลส์ ในศึกเซี่ยงไฮ้ มาสเตอร์ส รอบ 3 ที่จีน เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เสียงวิจารณ์เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ว่าเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 17 รายการ น่าจะอำลาวงการเสียทีก่อนจะตกต่ำไปกว่าที่เป็นอยู่

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่คือฤดูกาลแห่งฝันร้ายของนักเทนนิสวัย 32 ปี เพราะนอกจากจะได้แชมป์แค่รายการเดียวแล้ว ยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 ที่เขาไม่สามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้แม้แต่ครั้งเดียว

จุดเริ่มต้นของจุดจบ  'เฟดเอ็กซ์'

 

นั่นเองที่ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะแขวนแร็กเกต?

ก่อนลงชิงชัยที่แดนมังกรในสัปดาห์นี้ เฟเดอเรอร์ รั้งมือ 7 ของโลก ซึ่งถือว่าเป็นอันดับที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2003 และหากว่าฟอร์มการเล่นยังไม่กระเตื้องขึ้นแบบนี้ คุณพ่อลูกแฝดก็มีโอกาสที่จะหลุดจากท็อปเทนโลกได้เช่นกัน

lฟอร์มร่วงแบบน่าใจหาย

หากไม่นับศึกออสเตรเลียน โอเพ่น เมื่อเดือน ม.ค. ซึ่งพ่ายให้ แอนดี เมอร์เรย์ ในรอบรองชนะเลิศแล้ว เฟเดอเรอร์ตกรอบเร็วในอีก 3 แกรนด์สแลมที่เหลือด้วยการแพ้ต่อคู่แข่งที่มีอันดับโลกต่ำกว่าทั้งสิ้น

การพลาดท่าต่อ เซอร์เก สตาคอฟสกี มือ 116 โลกชาวยูเครน ในรอบ 2 วิมเบิลดัน กลายเป็นเฮดไลน์ไปทั่วทุกหัวระแหง เพราะอย่างที่ทราบกันว่า เฟเดอเรอร์คือราชาคอร์ตหญ้าผู้เคยคว้าถ้วยแชมป์ที่ออล อิงแลนด์ คลับ มาแล้วถึง 7 สมัย

จุดเริ่มต้นของจุดจบ  'เฟดเอ็กซ์'

 

รายการนี้เองที่ทำให้สถิติผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในศึกแกรนด์สแลม 36 ครั้งติดต่อกันของ “เฟดเอ็กซ์” ต้องหยุดลงไปด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ในศึกยูเอส โอเพ่น นักหวดจอมเก๋าชาวสวิส ก็ต้องจบเส้นทางการลุ้นแชมป์เอาไว้เพียงแค่รอบ 4 เมื่อพ่ายให้กับ ทอมมี โรเบรโด คู่ต่อกรชาวสแปนิช ที่ปกติเฟเดอเรอร์จะเป็นฝ่ายคว้าชัยแบบสบายมือมาโดยตลอด

เพียงแค่ปีเศษๆ ก่อนหน้านี้ “เฟดเอ็กซ์” เพิ่งจะกลับมาทวงบัลลังก์มือ 1 โลกหลังจากที่คว้าแชมป์วิมเบิลดันอีกครั้ง แต่มาฤดูกาลนี้กลับต้องเดินคอตกออกจากสนามในฐานะผู้แพ้ไปแล้วถึง 13 ครั้ง จากการลงเล่นทั้งหมด 49 นัด

ตัวเลขและสถิติต่างๆ ที่ออกมาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ยุคทองของเฟเดอเรอร์ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว เพราะวันนี้เขาพร้อมที่จะปราชัยให้ใครก็ได้ในวันที่เล่นผิดฟอร์ม

ล่าสุดเฟเดอเรอร์ก็ยังต้องลุ้นว่าจะได้ไปเล่นในศึกเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ ที่กรุงลอนดอน ในเดือนหน้าหรือไม่ ทั้งที่ปกติแล้วเขาจะคว้าตั๋วตั้งแต่ไก่โห่เสมอ

จุดเริ่มต้นของจุดจบ  'เฟดเอ็กซ์'

 

ทัวร์นาเมนต์ส่งท้ายฤดูกาลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเหมือนแกรนด์สแลมที่ 5 นั้นจะคัดเอาผู้เล่นที่มีผลงานดีที่สุด 8 คนแรกไปร่วมชิงชัย ซึ่งรายการนี้นักหวดมาดคุณชายเป็นแชมป์มาแล้วถึง 6 สมัย จากการผ่านควอลิฟาย 12 ปีติด

การตกรอบเร็วที่เซี่ยงไฮ้ ทำให้เฟเดอเรอร์ซึ่งรั้งอันดับ 7 ยังต้องลุ้นเหนื่อยในอีก 2 รายการที่เหลือที่บาเซิล ในประเทศบ้านเกิด และที่กรุงปารีส ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับมาสเตอร์ซีรีส์

ทว่า ยังมีโชคเข้าข้างเฟดอยู่บ้าง เมื่อเมอร์เรย์ซึ่งได้ตั๋วเวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ ไปแล้วขอถอนตัวเพื่อพักฟื้นร่างกายหลังผ่าตัดที่หลัง

“ผมหวังว่าผมคงไม่ต้องพึ่งการหายไปของเมอร์เรย์ แต่ถ้ามันจำเป็น ผมก็ต้องรับไป แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ผมก็แค่ต้องโฟกัสไปที่การพยายามเล่นให้ดีที่บาเซิลและปารีส ซึ่งท้ายที่สุดแล้วผมได้รับเชิญ ผมก็จะอยู่ที่นั่น (ลอนดอน)” ซูเปอร์สตาร์วัย 32 ปี กล่าว

lหมดยุคบิ๊ก 4

นานนับทศวรรษมาแล้วที่เฟเดอเรอร์ครองความยิ่งใหญ่ในวงการลูกสักหลาด และหลายปีให้หลังมานี้เขาก็คือพี่ใหญ่แห่งบิ๊กโฟร์อย่างไร้ข้อโต้แย้ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ทั้ง นาดาล, โจโควิช และ เมอร์เรย์ ยังอายุ 26-27 ปี ทำให้พวกเขากรำศึกหนักมาน้อยกว่านักหวดรุ่นพี่ และยังน่าจะอยู่ในช่วงพีกของการเล่นอาชีพได้อีกอย่างน้อย 2 ปี หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน

ตรงข้ามก้บเฟด ที่แม้ว่าจะเป็นผู้เล่นที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย ทว่านับตั้งแต่กลายเป็นคุณพ่อลูกแฝด เขาก็เริ่มลดโปรแกรมการแข่งขันลงเพื่อให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คะแนนสะสมของเขาลดลง

จุดเริ่มต้นของจุดจบ  'เฟดเอ็กซ์'

 

ฤดูกาลนี้ดาวดังจากแดนนาฬิกาผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้แค่ 2 รายการ และได้ชูโทรฟีแค่ที่เมืองฮัลเล บนคอร์ตหญ้าที่เยอรมนี หลังจากที่อกหักแพ้นาดาลในนัดชิงดำโรม มาสเตอร์ส

“ผมยังคงแพ้ให้กับผู้เล่นฝีมือดี ระดับการแข่งขันมันสูงมาก แต่สิ่งสำคัญก็คือ ถ้าคุณยังเล่นในทางที่ถูกต้อง เคลื่อนที่ได้ถูกทาง ทันทีทันใดนั้นคุณก็จะสามารถดึงความได้เปรียบกลับมาได้”

เฟเดอเรอร์เผชิญหน้ากับนาดาลมาแล้ว 3 ครั้งในปีนี้และแพ้รวด นอกจากนั้นก็พ่ายเมอร์เรย์ในการพบกันครั้งเดียว แต่ที่น่าประหลาดใจ คือ ซีซั่นนี้ยังไม่ได้เจอกับโจโควิชเลย

นอกจากช่องว่างระหว่างเฟดกับรุ่นน้องทั้ง 3 คนนี้จะถ่างออกไปเรื่อยๆ แล้ว ยังมีนักหวดฝีมือดีอีกหลายคนที่สามารถก้าวขึ้นมาท้าทายเขาได้แบบไม่ยี่หระ ทั้ง ฮวน มาร์ติน เดล โปโตร, โจวิลเฟรด ซองกา, โทมัส เบอร์ดิช, มิลอส ราโอนิช หรือแม้แต่คนที่เคยอยู่ใต้ร่มเงาเขามาตลอดอย่าง สตานิสลาส วาริงกา เพื่อนร่วมชาติด้วย

คงจะไม่ผิดนักหากจะพูดว่าวงการเทนนิสชาย พ.ศ.นี้ได้ลดลงเหลือแค่บิ๊กทรีที่ยังรักษาช่องว่างห่างจากคู่แข่งคนอื่นๆ โดยเฉพาะนาดาลที่ร้อนแรงชนิดฉุดไม่อยู่เมื่อซิวแชมป์ไปแล้วถึง 10 รายการ

กระนั้นก็ตาม โจโควิช มือ 2 ของโลกชาวเซิร์บ ยังเชื่อว่าเป็นความคิดที่ผิดถนัดหากคิดจะมองข้ามรุ่นพี่จากสารบบการลุ้นแชมป์ไม่ว่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ใดก็ตาม

“เขาคือเฟเดอเรอร์ เป็นคนที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเจอกับใคร ที่ไหนก็ตาม เขาจะถูกจับตาเสมอ เขาเป็นคนที่เอาชนะได้ยากเสมอ” โจโควิช กล่าว

lภารกิจยังไม่สิ้นสุด

ไม่ว่าจะถูกวิจารณ์มากแค่ไหน แต่เจ้าของแชมป์เอทีพี 77 รายการ ก็ยังยืนกรานที่จะขอสู้เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังมีดี

จุดเริ่มต้นของจุดจบ  'เฟดเอ็กซ์'

 

แชมป์อาชีพ 77 รายการ บวกกับเงินรางวัลสะสมเกือบ 80 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,480 ล้านบาท) คงจะเป็นดัชนีชี้ชัดความสำเร็จอันชัดเจน แต่เฟเดอเรอร์ก็ยังกระหายที่จะได้แชมป์เพิ่มเติม

นอกจากแกรนด์สแลมแล้ว สิ่งหนึ่งที่นักหวดวัยเก๋ายังต้องการจะเติมเต็มความฝันก็คือ เหรียญทองโอลิมปิก ซึ่งเป็นความสำเร็จเดียวที่เขายังขาดหายไป

ปีที่แล้วเฟเดอเรอร์ได้ชูโทรฟีไปทั้งหมด 6 ทัวร์นาเมนต์ แต่ฤดูกาลนี้ยังทำได้แค่รายการเดียว ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป้าหมายหลักในปีหน้า คือ การหอบถ้วยแชมป์กลับบ้านให้มากกว่าที่เป็นอยู่

“ปีหน้าจะต้องเป็นอีกปีที่ยอดเยี่ยม เพราะว่าผมไม่มีแต้มให้ต้องป้องกันมากนัก สิ่งที่สำคัญก็คือ ผมจะต้องไม่กังวลจนเกินไป ผมอาจจะเจอสายการแข่งขันที่หนักกว่าเดิม เพราะว่าไม่ได้เป็นท็อป 4 อีกต่อไป แต่นั่นก็โอเค” เฟดเอ็กซ์ กล่าว

ขณะที่ ร็อด เลเวอร์ อดีตตำนานนักหวดชาวออสซี ซึ่งเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่เคยคว้าแชมป์แกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการในปีเดียวได้ถึง 2 ครั้ง เมื่อปี 1962 และ 1969 ก็เชื่อว่าเฟเดอเรอร์จะยังคงสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้อีกนาน

พร้อมกันนั้น เลเวอร์ ยังให้กำลังใจยอดนักเทนนิสรุ่นน้องว่า เมื่อย่างเข้าวัย 30 ความแน่นอนและไร้เทียมทานก็เริ่มจะต้องลดลงไปเป็นธรรมดา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหมูให้ใครเถือได้ง่ายๆ

แม้แฟนกีฬาส่วนใหญ่จะอยากให้เขารีไทร์ในขณะที่ยังเป็นนักหวดแถวหน้าของโลก แต่ท้ายที่สุดแล้วการจะแขวนแร็กเกตหรือไม่ก็เป็นการตัดสินใจของเฟเดอเรอร์เอง เพราะคงจะไม่มีใครที่รู้ดีไปกว่าเจ้าตัวว่า เวลาไหนที่เหมาะสมสำหรับการอำลาวงการที่เขาครองความยิ่งใหญ่มานานร่วมทศวรรษ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก