posttoday
เมื่อวันที่เราต้องถอยหลังคนละหลายๆ ก้าว

เมื่อวันที่เราต้องถอยหลังคนละหลายๆ ก้าว

10 ตุลาคม 2556

ในโลกออนไลน์ มีทั้งคนชอบแชะ แชร์ โชว์ ในขณะเดียวกันก็มีคนที่ชอบส่อง ชอบดู แต่ไม่เคลื่อนไหวอะไร

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

ในโลกออนไลน์ มีทั้งคนชอบแชะ แชร์ โชว์ ในขณะเดียวกันก็มีคนที่ชอบส่อง ชอบดู แต่ไม่เคลื่อนไหวอะไร เมื่อวันที่คนสองกลุ่มนี้ต้องมาปะทะกันจนเกิดเรื่องราว มันจะเกิดอะไรขึ้น ฝ่ายหนึ่งแชะ แชร์ โชว์ ทุกสิ่งบนโลกใบนี้มากเกินไป อีกฝ่ายก็เบื่อและรำคาญมากเกินไป จนกลายเป็นสงครามเล็กๆ บนโลกออนไลน์ ที่ทำให้ในโลกแห่งความเป็นจริง มองหน้ากันไม่ติดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

สถานการณ์

ด้วยความที่สนิทกันจนเกินไป ทำให้ “โต้ง” กับ “เบิร์ท” ทะเลาะกันแบบหนักหน่วง โดยมีสาเหตุมาจากโต้งโพสต์รูป โพสต์นั่น โพสต์นี่ ลงในเฟซบุ๊กมากจนเกินไป มากจนเบิร์ทแซวเพื่อนไปว่าโพสต์น้อยกว่านี้ก็ได้ เป็นเรื่องเลย โต้งเลยโทรมาวีนเบิร์ทว่าทำไมพูดอย่างนี้ มีอะไรไม่พอใจก็พูดกันตรงๆ แต่เบิร์ทก็บอกไม่ได้มีอะไร ก็แค่แซวเล่น แต่โต้งก็ยังไม่พอใจ ทำให้เบิร์ทสวนกลับไปเพราะรำคาญ ยิ่งทำให้เพื่อนสนิทกลายเป็นไม่สนิท

จากเรื่องเล็กลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งคู่เริ่มใช้เฟซบุ๊กกลายเป็นที่ที่เอาไว้เหน็บแนม และขุดคุ้ยเอาเรื่องไม่ดีของกันและกันมาแฉ กลายเป็นว่า ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในลิสต์ของเพื่อนของทั้งคู่ ต่างก็รู้ว่าทั้งคู่เลิกเป็นเพื่อนกันแบบอย่าได้มาให้เห็นหน้ากันอีก ต่อให้ทั้งคู่พูดจากันดีๆ แค่เพียงน้ำผึ้งหยดเดียวเท่านั้น

ทางออก

ในภาวะอารมณ์ที่ร้อนกับร้อนมาเจอกัน มันย่อมทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอ อะไรที่ใช้อารมณ์เป็นตัวตั้ง มักมีแต่คูณกับคูณ จะใช้เครื่องหมายลบมาทำให้เรื่องราวสงบลง ค่อนข้างจะยาก แต่ใช่ว่าสถานการณ์ทะเลาะเบาะแว้งกัน จะหาทางออกไม่ได้ ทางออกน่ะมี เพียงแต่เมื่อไรที่พูดจาไม่เข้าหูกัน จนกลายเป็นทะเลาะกัน ต่างคนต่างต้องถอยหลังคนละหลายๆ ก้าว ต้องไม่เอาน้ำมันมาราดรดลงไปในกองไฟ แม้มันจะทำได้ยาก แต่ถ้าคนหนึ่งถอย ไม่เหน็บแนม ไม่ขุดคุ้ยเรื่องราวเก่าๆ มาโจมตีกัน อารมณ์ที่จะทำลายความสัมพันธ์ มันจะค่อยๆ ดับมอดลง

“คนที่ต้องถนอมจุดเปราะบางของกันและกันให้มากที่สุดก็คือเพื่อนกัน” เพราะฉะนั้นนอกจากจะต้องถอยหลังกันคนละหลายๆ ก้าวแล้ว ยังต้องพยายามถนอมความรู้สึกของกันให้มากที่สุด ยิ่งสนิท ยิ่งต้องถนอม ยิ่งสนิท ยิ่งต้องคิดก่อนพูด คิดก่อนพิมพ์ คิดก่อนทำอะไรลงไป เพราะยิ่งสนิท ยิ่งก้าวล้ำกันได้ง่าย (บางทีก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นเพราะสนิทกันนี่แหละ ถึงเผลอไปโดยไม่รู้ตัว) เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถอยหลังคนละหลายๆ ก้าว อย่าเอาตัวเองวิ่งไปบนกองไฟแห่งอารมณ์ มิเช่นนั้นอาจเป็นเช่นนี้

Ask the Expert

Q : ดิฉันอายุ 31 ปีแล้ว ไม่มีแฟนและเพื่อนสนิท เพราะเพื่อนแต่งงานกันไปหมด เวลาเจอกันเลยแทบไม่มี ส่วนเพื่อนที่ทำงานก็มีแต่ไม่จริงใจ ครอบครัวก็มีปัญหามากมาย ถึงขนาดท้อแท้กับการมีชีวิตอยู่ แต่ก็นึกถึงพ่อแม่ และอยากจะทำให้ครอบครัวมีความสุขขึ้นอีกครั้ง พอจะมีแนวทางคลายทุกข์ได้บ้างไหม

A : ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาชีวิตจาก buddhisthotline.com แนะนำว่า ควรฝึกหัดเจริญสติภาวนา มองโลกไปตามความเป็นจริงถึงสิ่งที่เป็น เพราะเพื่อนที่ดีอาจมีแต่เราไม่เจอ คนที่ดีก็มีแต่ไม่มีโอกาสพบ อย่าไปคิดว่าคนอื่นจะต้องดีกับเรา มาดูตัวเราดีกว่าว่าจะพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างไร จะเข้าใจความเป็นจริงของโลกของชีวิตจะทำให้เรามั่นใจ ไม่เหงา ไม่ท้อแท้ และสามารถอยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุข เพราะสิ่งที่เราคิดคือเราอยากให้เป็นและไม่อยากให้เป็น ดังนั้นถ้าเปลี่ยนวิธีคิดได้ชีวิตก็มีสุขแล้ว

He Said / She Said

จ่อยพนักงานบริษัท

“ผมชอบผู้หญิงลุยๆ ไม่ห่วงสวย ชอบเดินทาง และชอบกิจกรรมเอาต์ดอร์ ผมจะได้มีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย อยู่ใกล้กันคุยกัน ปรึกษากัน ผมว่าน่ารักดีครับ”

บุ้งกี๋พนักงานบริษัท

“ชอบหนุ่มๆ ช่างพูด ยิ่งพูดเราก็จะยิ่งรู้ใจ ยิ่งจับใจความได้ว่าเขาเป็นคนยังไงเวลาพูด แต่นิ่งๆ นี่ไม่เอาเลยนะ เพราะเป็นคนเดาใจคนไม่ค่อยเก่ง คงอึดอัดน่าดู”

Quote

“ผมเชื่อในพลังที่อยู่ภายในตัวเรา ซึ่งสามารถทำให้เรากลายเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะก็ได้ สำหรับผู้ที่ชนะนั่นก็เป็นเพราะว่าเขารู้จักฟังเสียงที่มาจากใจจริงๆ นั่นเอง”

ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน นักแสดงฮอลลีวูด

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน