
นพดล ตั้งวัชรินทร์ ชอบและใช่! งานโค้ช&เทรนนิง
จากเด็กขี้อายที่คิดว่าตนเองมีปมด้อย ได้ค้นพบศักยภาพในตัวเอง จนสามารถประสบความสำเร็จในแบบที่เขาเลือกเองได้ด้วยความเชื่อมั่น ทำให้ นพดล ตั้งวัชรินทร์ Executive Coach & Trainer
โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
จากเด็กขี้อายที่คิดว่าตนเองมีปมด้อย ได้ค้นพบศักยภาพในตัวเอง จนสามารถประสบความสำเร็จในแบบที่เขาเลือกเองได้ด้วยความเชื่อมั่น ทำให้ นพดล ตั้งวัชรินทร์ Executive Coach & Trainer เจ้าของบริษัท Max Potentials ด้านการศึกษานั้นเขาจบวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทางด้านไฟฟ้าแรงสูง ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเส้นทางที่ตัวเองชอบจริงๆ หรือเปล่า “สมัยผมเด็ก ถ้าเรียนเก่งก็ต้องเรียนสายวิทย์ ถ้าเรียนดีมากๆ ก็เลือกหมอ รองลงมาก็วิศวะ ผมก็เช่นกัน แต่พอเรียนไปแล้วก็ตั้งคำถามว่าเราชอบจริงหรือ พอจบก็ไม่ได้ทำงานในสิ่งที่เรียนมาเลย ลึกๆ ในใจคิดว่าชอบเรื่องการบริหารเรื่องการเงินมากกว่า”
ชอบงานบริหารมากกว่างานวิศวะ
นพดล ไปทำงานทางด้านธุรกิจประกันภัยอยู่ปีกว่าก็เริ่มแน่ใจมากขึ้น ที่สุดเขาเลยตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐ ทางด้านบริหารธุรกิจ ช่วงนี้เองที่คิดว่าตัวเองต้องใช้ชีวิตเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้คุ้มค่า ให้สมกับโอกาสที่เราได้รับมากกว่าพ่อแม่ และน้องๆ จึงเน้นในการเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวอเมริกัน ใช้ชีวิตและทำกิจกรรม อยู่กับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติ และยังมุ่งเน้น ที่จะฝึกทักษะในการพูดการสื่อสาร โดยเป็นนักเรียนไทยคนแรกๆ ที่สมัครเข้าชมรม Toast Master ซึ่งเป็นชมรมจัดกิจกรรมฝึกการพูดต่อหน้าสาธารณชน ที่มีแต่ฝรั่งทั้งนั้นที่มาเข้าร่วม นอกจากนี้ได้ทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อหาประสบการณ์ มีความอยากเรียนรู้ ลองทำหลายๆ อย่าง เป็นทั้งคนขายแซนด์วิช ทำอาหารเม็กซิกัน เด็กเสิร์ฟในงานเลี้ยง และยังได้ทุนเรียนฟรีสำหรับนักเรียนต่างชาติอีกด้วย
หลังจากอยู่สหรัฐ 2 ปี กว่าๆ จนจบปริญญาโท ปี 2536 กลับมาเมืองไทย ได้เริ่มงานเป็นนักวิเคราะห์หุ้นที่ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอ็มซีซี ก่อนย้ายไปทำงานด้านวาณิชธนกิจกับธนาคารกสิกรไทยเป็นเวลา 5 ปี จากนั้น ได้มีโอกาสเพิ่มพูนประสบการณ์กับต่างชาติมากขึ้นที่ธนาคารเอบีเอ็นแอมโร Debt Capital Market ดูแลตลาดหุ้นกู้อยู่ 4 ปี ก็ได้รับการทาบทามให้ไปเป็น ผู้บริหารกับธนาคาร HSBC
กว่า 10 ปีที่อยู่ในแวดวงการเงิน เขาทิ้งเงินเดือนเรือนแสน มารับเงินเดือนไม่ถึง 2 หมื่นบาทในการมาเป็นอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อหาคำตอบที่ใช่จริงๆ ให้กับชีวิตของตนเอง เขาถามตัวเองว่า กำลังทำอะไรอยู่ มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่หรือไม่ สิ่งที่เรากำลังทำมันสร้างคุณค่าหรือมันไม่ และอีก 10 ปีข้างหน้าอยากเห็นตัวเองเป็นอย่างไร ชีวิตที่มีคุณค่าและมีความสุขอย่างแท้จริงเป็นอย่างไร ด้วยคำตอบที่ได้จากคำถามเหล่านี้ ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ผู้บริหารธนาคารที่มั่นคงมีทั้งตำแหน่งหน้าที่การงานและเงินทอง เพื่อไปทำในสิ่งที่ตนเองว่าเชื่อมั่น มีใจรักที่จะทำ และสามารถรักษาสมดุลของทุกด้านในชีวิตได้และได้เลือกที่จะเริ่มต้นชีวิตอีกครั้ง
คำตอบสุดท้ายกับงานโค้ชและเทรนนิง
ในฐานะอาจารย์สอนหนังสือ ซึ่งเป็นงานที่มีคุณค่าเหมาะกับตนเอง และสร้างความสุขอิ่มเอิบใจให้เป็นอย่างมากและพบว่าการสอนหนังสือทำให้เขามีความสุข การสื่อสารที่มีพลังทำให้เขาพึงพอใจ และเดินหน้าสู่การเป็นวิทยากรเพื่อใช้ศักยภาพและความรู้ของตน ในการพัฒนาบุคลากรขององค์กรต่างๆ ด้วย และหลังจากนั้นงานวิทยากรด้านฝึกอบรมก็เข้ามาไม่ขาดสาย 2 ปีแห่งการเรียนรู้และฝึกฝน เขาได้พัฒนาสู่การเป็นวิทยากรมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญพิเศษในเรื่อง การพัฒนาความเป็นผู้นำ (Leadership Development)
ปี 2553 เขาได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับเทคนิคของ Life Coaching จากการแนะนำของ Mentor ที่ตนนับถือ และตัดสินใจบินไปเข้าคอร์สศึกษาอย่างจริงจังกับสถาบันชั้นนำของออสเตรเลีย The Coaching Institute (TCI) เรียนรู้ศาสตร์ในด้าน Life Coaching และ NLP (NeuroLinguistic Programming) จนได้ทักษะที่จะนำพาชีวิตให้แข็งแรงขึ้นโดยเริ่มจากความเข้าใจตนเอง และเปลี่ยนแปลงตนเองได้โดยไม่ต้องรอหรือพึ่งสิ่งอื่นใด นำพาตัวเองไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง และนำศาสตร์นั้นกลับมาพัฒนาผู้บริหารองค์กรต่างๆ จนเกิดความเปลี่ยนแปลงมาแล้วมากมาย
ในที่สุดชื่อของเขาในฐานะ Success Coach & Trainer ผู้เชี่ยวชาญด้าน Leadership Development ที่มุ่งเน้นการสร้างและปลดปล่อยศักยภาพความเป็นผู้นำจากภายใน มีประสบการณ์ในการโค้ชเพื่อสร้างความสำเร็จ และความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายองค์กรชั้นนำในประเทศ เป็นที่รู้จักดีในหมู่ผู้บริหารองค์กรทั้งหลาย อาทิ เครือซิเมนต์ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย KPMG และ Thai Yamaha เป็นต้น นอกจากจะเป็นโค้ชและวิทยากรภายใต้แบรนด์ MAX Potentials ของตนเองแล้วยังเป็นวิทยากรและโค้ชรับเชิญให้กับ Jimi the Coach และ Orchid Slingshot ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาบุคลากร ชั้นนำของประเทศอีกด้วย
ชีวิตต้องมีเป้าหมายจึงสำเร็จ
นพดล กล่าวว่า เบื้องหลังความสำเร็จของโค้ชมาจากหลักความเชื่อว่าความสำเร็จ Success ที่แท้จริงของคนเราจะต้องประกอบไปด้วย 2 องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ คือ การบรรลุผลที่เราต้องการ (Achivement) และมีความรู้สึกอิ่มเอิบ มีความสุขกับผลที่ได้ (Fulfillment) คนเราควรค้นหาความหมายและคุณค่าของตนเอง เรียนรู้หลักการแห่งความสำเร็จ กลไกในการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างแรงบันดาลใจสู่เป้าหมาย การเรียนรู้และปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและพร้อมรับมือกับอุปสรรค เขาเชื่อว่าศักยภาพในตัวมนุษย์ทุกคนที่สามารถพัฒนาไปสู่อีกระดับได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก เพียงเราพร้อมเผชิญกับอุปสรรคก็จะฟันฝ่าไปสู่ความสำเร็จได้
เขาบอกว่าทุกคนมีความเป็นผู้นำในตัวเองอยู่แล้วแต่อาจจะยังไม่ค้นพบ ผู้นำที่ดีมี 4 ด้านคือ 1.มีความกล้ากล้าตัดสินใจไปสู่สิ่งที่ดีกว่า 2.คิดอย่างเป็นระบบจับประเด็นสำคัญได้อะไรควรทำก่อนหลัง 3.เอาใจเขามาใส่ใจเรารู้จักแคร์คนอื่น 4. มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง มีสไตล์เป็นของตัวเองไม่ต้องเลียนแบบใคร
นพดล ตั้งวัชรินทร์ อายุ 43 ปี
จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นอินลินอยส์ สหรัฐอเมริกา
ทำงานด้านการเงินให้กับหลายธนาคารมาเป็นเวลากว่า 10 ปี
ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เป็นเจ้าของบริษัท Max Potentials ทำธุรกิจด้าน Coach & Trainer







