
คางูยะ เรื่องเล่าในแกสโตรบาร์
ทุกๆ ที่ล้วนมีเรื่องเล่า แต่ที่นี่มีเรื่องเล่าน่าสนใจกว่า
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วิชช์ญะ ยุติ
ทุกๆ ที่ล้วนมีเรื่องเล่า แต่ที่นี่มีเรื่องเล่าน่าสนใจกว่า
เรื่องก็มีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่ง ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 บนดินแดนอาทิตย์อุทัย ได้ก่อเกิดตำนานคนตัดไผ่ “ตะเกะโตริ โนะ โอะกินะ” พร้อมการปรากฏกายของเด็กหญิงนาม “คางูยะ ฮิมะ” ซึ่งคนตัดไผ่บังเอิญไปพบตั้งแต่ยังแบเบาะภายในปล้องไผ่เรืองแสง
คนตัดไผ่ตัดสินใจนำเด็กน้อยกลับมาเลี้ยงดูราวลูกในไส้ พอเติบใหญ่เด็กก็กลายเป็นที่โจษขานในรูปโฉมอันงดงาม ทั้งยังมีเส้นผมเงาวาววับเป็นเอกลักษณ์ ดุจดั่งทองคำยามต้องแสง นั่นเองทำให้เธอเป็นที่หมายปองของชายหนุ่ม ไม่เว้นจักรพรรดิ “มิคาโดะ” ผู้เกรียงไกร
แต่ความรักของ คางูยะ ก็หาได้สุขสมอารมณ์หมายไม่ เมื่อเธอปฏิเสธรับรักชายทุกราย เธอแค่บอกสั้นๆ ว่ามีภารกิจสำคัญที่จะต้องทำต่อ ณ จันทรประเทศ แล้วเธอก็จากไป โดยปล่อยทิ้งให้มนุษย์โลกคะนึงหาด้วยความอาดูร
จบเรื่องเล่าตำนานคนตัดไผ่กับเจ้าหญิงแห่งจันทรา ทว่า ที่แกสโตรบาร์สไตล์เจแปนิสน้องใหม่ในย่านทองหล่อ “คางูยะ” (Kaguya) ยังมีเรื่องเล่าสนุกๆ ต่อเนื่อง อ่อ! แถมให้ด้วยความอร่อยและเครื่องดื่มเก๋ๆ อีกเพียบ
ไม่เชื่อตามเรามาสิ!!
สีที่นำมาใช้ในร้านแบบอลังการ เหลืองจากไม้ ดวงไฟและโคมไฟดีไซน์แปลก แล้วไหนไม้ไผ่ที่นำมามัดและขัดประสานกันอีกเล่า ต่างสะท้อนถึงตำนานอันเก่าแก่ที่เหล่าหุ้นส่วนได้แรงบันดาลใจ แสงสีทองส่องประกายทุกอณู สว่างสดใสเหมือนนั่งอยู่ในห้องสีทองอร่าม
ร้านมี 2 ชั้น นั่งเก๋ๆ ที่หน้าบาร์ ก็ได้เห็นใครไปใครมาได้ถนัด ส่วนคนที่อยากมีมุมส่วนตัวก็เลือกโซนถัดไป หรือจะนั่งโต๊ะเก้าอี้และเฟอร์นิเจอร์สีแดงแรงฤทธิ์ก็ได้ ซึ่งช่วยขับอารมณ์ให้ที่นี่ดูสนุกมากกว่าจะเน้นสีทองอย่างเดียว ส่วนคนชอบชิล แนะนำนั่งโซนโอเพน แต่อาจจะรำคาญเสียงรถราริมปากซอยทองหล่อ 10 นิดหน่อย ถ้าไม่ซีเรียสก็เหมาะมากในการชิล
ประกาศตัวชัดว่าเป็นแกสโตรบาร์ ที่นี่จึงเด่นทั้งอาหารและเครื่องดื่ม น้ำหนักความสำคัญไม่เอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เรียกว่ายุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย
ฝ่ายที่เน้นกิน ก็มีอาหารญี่ปุ่นลูกผสมฝรั่งเศสนำเสนอ น่าลิ้มลองทั้งนั้น หน้าตาอาหารเสิร์ฟมาแต่ละอย่างเก๋ๆ พอร์ชันก็ไม่จิ๊บๆ จิ๋วๆ กินอิ่มแปล้หนึ่งมื้อได้เลย บางจานกินคนเดียวก็พุงกางอย่างไม่น่าเชื่อ เรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง อร่อยสมราคาอาหารลูกผสมที่ไม่ใช่เก๋แค่หน้าตา
ขณะที่ฝ่ายชอบจิบ แกสโตรบาร์แห่งนี้ไม่วายที่จะขนค็อกเทลมาให้จิบมากมาย ขอย้ำว่า ควรสั่งค็อกเทลมาจิบ อย่างอื่นน่ะมันธรรมดาไป (มั้ง) เขาเอาใจนักดื่มด้วยค็อกเทลสูตรพิเศษ สร้างสรรค์ขึ้นโดยทีมบาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ฝีมือขั้นเทพ ใส่ความเด็ดดวงลงไปในทุกๆ แก้ว ไม่ว่าจะลีลาเขย่า หรือการตกแต่งแก้ว แน่นอน รสชาติค็อกเทลแทบไม่ต้องสาธยายให้มากความ ผ่านฉลุย
ถ้าจะให้ชวนจิบ ก็ต้อง 3 แก้วนี้แหละ Okinawa Sour บาร์เทนเดอร์เขย่าไปก็เล่าถึงส่วนผสมไป ได้ความว่าแก้วนี้เหมาะกับอากาศร้อนๆ เมืองไทย ไม่พอ ยังใช้ไข่ขาวเป็นส่วนผสม ทำให้เกิดฟองนุ่ม The Gentleman’s Truth ก็ตามชื่อนั่นละ รสชาติแมนๆ สำหรับคนแมนๆ มีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ จากเหล้าสมุนไพร แก้วสุดท้าย Colacola สั้นๆ แต่คงไม่ทำให้การจิบในค่ำคืนนั้นสั้นลง
ระหว่างจิบค็อกเทล ควรอย่างยิ่งที่จะสั่งอาหารมาแกล้ม แม้จะไม่ชอบกินกับก็เถอะ อยากให้ลองกันดูว่าอาหารลูกผสมเจแปนิสปะทะเฟรนซ์ที่อร่อยๆ น่ะมันเด็ดจริง อะไรจริง และไม่ใช่แค่จานเดียว แต่นี่คือทุกจานที่เสิร์ฟ
“ก๋วยเตี๋ยวหลอดสอดไส้กุ้งและกุยช่าย” โดนๆๆๆ จานนี้ กินง่าย รสชาติเลิศ เพิ่มความเป็นฝรั่งเศสด้วยรสชีส อร่อยแบบไม่ต้องโม้ “ท้องปลาแซลมอนย่างเกลือกับน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลขาว” มีลูกเล่นน่าสนใจตรงมีเลมอนโฟม ท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอนเม็ดเป้ง คำเดียวไม่พอ ต้องทริปเปิล
เกรงว่า (คนกินจุ) จะไม่อิ่มกัน สั่งอีกสัก 2 จานเป็นไง (อิอิ) “สลัดเป็ดรมควันกับซอสราสพ์เบอร์รีและมะนาวญี่ปุ่น” เสิร์ฟมาจานบิ๊ก ถูกใจคนเลิฟสลัด สารพัดผัก อโวคาโดชิ้นโต ขาดไม่ได้พระเอกของจาน เป็ดรมควันชิ้นหนา แอบโรยข้าวพองมาด้วย ทำให้ได้ความกรุบ เคี้ยวสนุกปาก “เทมปุระกุ้งยัดไส้เห็ด 4 ชนิด” ขอบอกว่าเป็นเทมปุระที่ครบรส ไส้ที่ยัดลงตัวเป๊ะ ไม่ต้องจิ้มซอสก็ยังอร่อย
ไม่เชื่อต้องไปพิสูจน์!!
คางูยะ ปากซอยทองหล่อ 10 (ตึก The Third Place) เปิดตั้งแต่ 5 โมงครึ่ง ปิดตี 1 โทร. 02-714-9974 086-881-7299 Facebook.com/kaguyagastrobar







