
การรู้แจ้งในความโง่ ธัมมะที่ควรศึกษา!! (ตอน ๓)
อาตมาคงจะสรุปเรื่องลักษณะธรรมแห่งความโง่ไว้เพียงแค่นี้ คงพอจะเป็นแนวคิดให้สาธุชนทั้งหลายได้เข้าใจในความหมาย...
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
อาตมาคงจะสรุปเรื่องลักษณะธรรมแห่งความโง่ไว้เพียงแค่นี้ คงพอจะเป็นแนวคิดให้สาธุชนทั้งหลายได้เข้าใจในความหมาย... ส่วนควรหรือไม่ควรต่อการนำมากล่าวว่ากันนั้น คงจะขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ใช้เป็นสำคัญ ว่าประสงค์อะไรในการกล่าวคำนั้น มีเจตนาการว่ากล่าวไปในด้านสร้างสรรค์ หรือทำลาย... จึงจะสรุปได้ว่า เหมาะควร ถูกต้อง หรือไม่ ต่อการใช้คำดังกล่าวนั้น...
เพื่อร่วมกันขจัดความโง่ (อวิชชา) ของสาธุชนทั้งหลาย จึงขอนำธรรมบรรยายที่แสดงในพรรษาปี ๒๕๕๖ ณ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ในหัวข้อเรื่อง “โสฬสปัญหา ...ธรรมบูชา คุณพระสังฆราช” เนื่องในวโรกาสจะทรงเจริญพระชันษาครบ ๑๐๐ ปี ในวันที่ ๓ ต.ค. ๒๕๕๖ นี้ มาให้สาธุชนได้ศึกษา เพื่อจะได้เกิดปัญญา รู้ เข้าใจ ในความเป็นธรรมดาของโลก อันจะนำไปสู่การรู้จักปล่อยวางต่อการดำเนินชีวิตในโลกนี้ ที่เต็มไปด้วย อสาระ (ความไม่มีสาระ) แต่ความไม่มีสาระที่เรารู้เห็นชอบ รู้แจ้งจริงนี่แหละ กลายเป็นความมีสาระให้พัฒนาชีวิตจากปุถุชนไปสู่อริยบุคคลได้ จึงขอเชิญสาธุชนติดตามศึกษาธรรมปฏิบัติ ตามที่ได้บรรยายสรุปไว้ดีแล้ว ณ บัดนี้
“... ขอเจริญพรศรัทธาสาธุชนผู้สดับตรับฟังพระธรรมเทศนา... ตั้งมั่นอยู่ในพระพุทธศาสนาด้วยความศรัทธาเลื่อมใส อีกไม่กี่วันเบื้องหน้า วันสำคัญวันหนึ่งที่ชาวพุทธในประเทศไทย หรือพุทธศาสนิกชนชาวไทย ควรให้ความสำคัญระลึกถึง ได้แก่ วันที่ ๓ ต.ค. ๒๕๕๖ ที่ใกล้จะถึงนี้ อันเป็นวันคล้ายวันซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสังฆราชพระองค์ปัจจุบันจะมีพระชันษาครบ ๑ ศตวรรษ คือ ครบ ๑๐๐ ปี
พระองค์ทรงเป็นประมุขของคณะสงฆ์ไทยหรือคณะสงฆ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งนับได้ว่าทรงมีพระชันษามากกว่าพระสังฆราชทุกๆ พระองค์ แต่ในฐานะแห่งการเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น นับว่าเป็นรองอยู่เฉพาะ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระสังฆราชพระองค์ที่ ๘ เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น
(อ่านต่อฉบับหน้า)







