
5ปีเลห์แมนฯล่มมะกันยันต้องอุ้มเอกชน
คลังสหรัฐออกรายงาน 5 ปี เลห์แมน บราเธอร์ส แก้ตัวใช้เงินภาษีอุ้มเอกชน เพื่อป้องกันระบบการเงินล่ม
คลังสหรัฐออกรายงาน 5 ปี เลห์แมน บราเธอร์ส แก้ตัวใช้เงินภาษีอุ้มเอกชน เพื่อป้องกันระบบการเงินล่ม
กระทรวงการคลังสหรัฐออกรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ย. เนื่องในวาระครบ 5 ปี เลห์แมน บราเธอร์ส วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ล้มละลายเมื่อปี 2551 และกลายเป็นสาเหตุของวิกฤตการเงินในสหรัฐและลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก ว่า การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐครั้งนั้นที่นำเงินนับแสนล้านเหรียญสหรัฐไปอุ้มสถาบันการเงิน ธนาคารต่างๆ และบริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบการเงินของสหรัฐถึงคราวล่มสลายไปด้วย
“หากปราศจากการรับมืออย่างเต็มกำลังของรัฐบาล ความเสียหายจะย่ำแย่หนักยิ่งกว่านี้ และมูลค่าที่จะต้องใช้ซ่อมแซมสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะสูงกว่านั้นมาก” รายงานของกระทรวงการคลังระบุ
เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้แถลงรายงานต่อผู้สื่อข่าวย้ำว่า แม้ว่าความช่วยเหลือจากภาครัฐจะทำให้เกิดปัญหาหนี้รุนแรงตามมา ทว่าถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
รายงานฉบับนี้ ยังให้รายละเอียดถึงเม็ดเงินของรัฐบาลที่ทุ่มช่วยเหลือภาคเอกชนในขณะนั้น ซึ่งความช่วยเหลือบางก้อนก็ได้ผลกำไรคืนกลับมาในภายหลังด้วย ซึ่งในช่วงนั้นรัฐบาลสหรัฐได้เทเงินลงไปช่วยเหลือธนาคารที่มีความเสี่ยงถึงกว่า 700 แห่งรวม 2.38 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.378 ล้านล้านบาท) โดยขณะนี้เหลือเพียง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.3 หมื่นล้านบาท) เท่านั้น ที่ยังไม่มีการใช้กลับคืนมา
ขณะที่ในส่วนของผลกำไรที่ได้กลับคืนมานั้น รายงานได้ยกตัวอย่างของการทุ่มเงินอุ้มบริษัท เอไอจี กลุ่มประกันภัยรายใหญ่ที่ได้รับเงินช่วยเหลือไป 1.82 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.642 ล้านล้านบาท) ซึ่งในภายหลังรัฐบาลได้เงินคืนมา 2.05 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.355 ล้านล้านบาท)
การช่วยเหลือบริษัทยานยนต์รายใหญ่ 2 บริษัท คือ เจนเนอรัล มอเตอร์ส และไครสเลอร์ จากภาวะล้มละลายนั้น รัฐบาลสหรัฐได้ทุ่มเงินลงไป 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.48 ล้านล้านบาท)
ทั้งนี้ การใช้เงินภาษีประชาชนมหาศาลเพื่ออุ้มภาคเอกชนที่มัวแต่แสวงหาผลกำไร และสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจนั้น ได้ทำให้ชาวอเมริกันไม่พอใจ อย่างมาก เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องตกงานและไม่ได้รับการเหลียวแล







