
อาทิมา สุรพงษ์ชัย ซีอีโอสาวสุดเท่
อีกไม่นานคนไทยจะได้รู้จักกับ ฟรีบี้ (Freebie) อีกหนึ่งบริการใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคที่การสื่อสารกลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมขาดไม่ได้
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
อีกไม่นานคนไทยจะได้รู้จักกับ ฟรีบี้ (Freebie) อีกหนึ่งบริการใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคที่การสื่อสารกลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมขาดไม่ได้ งานนี้ ขิม-อาทิมา สุรพงษ์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เอคโค่ 360 การันตีว่าเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย
ก่อนอื่นบอสสาวสุดเท่ขออธิบายถึงความพิเศษของเจ้าฟรีบี้ ในมุมของผู้บริโภคว่า ฟรีบี้ คือ บริการที่ช่วยให้คุณสามารถคุยโทรศัพท์ฟรีในเวลาจำกัด (ไม่เกิน 2 นาที) เพียงแต่คุณต้องฟังข้อความโฆษณาที่ทางระบบซอฟต์แวร์ตั้งค่าไว้ให้ตรงกับความสนใจของคุณ แต่ถ้ามองในมุมของคู่ค้าทางธุรกิจ ฟรีบี้คืออีกหนึ่งช่องทางที่จะนำข้อความของคุณไปยังลูกค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
“เราได้ไอเดียนี้มาจากผู้ร่วมก่อตั้งที่คิดว่าอยากจะใช้โทรศัพท์ฟรีโดยมีผู้ผลิตสินค้าออกค่าโทรให้ แลกกับการฟังโฆษณาสินค้า ซึ่งคอนเซปต์คล้ายๆ กันนี้มีเพียงอินเดียและตุรกีที่เคยทำ แต่ทำในรูปแบบเสียงรอสายแบบบ้านเรา ซึ่งบางครั้งลูกค้าอาจฟังโฆษณาไม่จบ หากปลายสายรับขึ้นมาก่อน ยิ่งกว่านั้นผู้ที่รับสารก็ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง เพราะคนที่เสียเงินใช้บริการ ไม่ได้เป็นคนฟังโฆษณาเหมือนบ้านเรา เราเสียเงินใช้บริการเสียงรอสาย แต่เพื่อนที่โทรหากลับเป็นฝ่ายได้ฟังเพลงที่เราเลือกแทน”
จุดเด่นของฟรีบี้ คือ ให้บริการลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพราะลูกค้าต้องฟังเสียงโฆษณาซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 15 วินาทีก่อนจึงจะมีการต่อสาย ที่สำคัญลูกค้าที่จะใช้บริการนี้ไม่ต้องมีสมาร์ทโฟนหรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ใช้บริการนี้ได้ เพียงใส่รหัสนำหน้าก่อนโทรออก ขณะที่คู่ค้าสามารถกำหนดข้อความที่จะส่งต่อไปยังผู้บริโภค เลือกช่วงเวลา และจำนวนครั้งได้เช่นกัน
“ตอนที่เพื่อนเอาไอเดียนี้มาปรึกษา ขิมในฐานะที่ทำงานด้านให้คำปรึกษา โดยธรรมชาติจะเป็นพวกชอบจับผิด เถียงไว้ก่อน แต่สำหรับไอเดียนี้ขิมกลับเห็นด้วย เลยไม่ลังเลที่จะจับมือกับเพื่อนอีก 5 คน ลาออกจากงานประจำมาปลุกปั้นกับธุรกิจนี้แบบฟูลไทม์ ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ปีกว่าแล้วที่ช่วยกันปลุกปั้นบริการนี้มา จนจะเปิดตัวครั้งแรกในกลางเดือนนี้”
ย้อนกลับไป ขิมบอกว่า เพื่อนๆ ที่เป็นหุ้นส่วนกันไม่เคยคิดจะมาทำธุรกิจนี้เลย เพราะในกลุ่มหุ้นส่วนส่วนใหญ่เรียนมาทางวิศวะ รวมทั้งตัวเธอเอง ที่มีหัวด้านเลข วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ มาตั้งแต่เด็ก เลยเลือกเรียนต่อปริญญาตรีและโทด้านวิศวกรรมศาสตร์ กว่าจะรู้ตัวว่าไม่ใช่ก็เมื่อมาฝึกงานตอนใกล้จะเรียนจบแล้ว โชคดีที่เพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้เธอลองมาทำงานเป็นที่ปรึกษา เพราะเป็นสายงานที่ไม่ต้องอาศัยความรู้สายเฉพาะ
“ขิมมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีตอนไปฝึกงานสายวิศวะ การฝึกงานครั้งนั้นทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เรียนกับชีวิตจริงไม่เหมือนกัน เราไม่เหมาะกับอาชีพนี้ เลยลองเบนเข็มมาตามที่เพื่อนแนะนำ มาทำงานเป็นที่ปรึกษาและวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจอยู่ 3 ปีที่ The Boston Consulting Group ซึ่งงานนี้เป็นอะไรที่สนุกมาก มีความท้าทายใหม่ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ทำแล้วชอบ เลยไปต่อยอดเรียนโทที่ศศินทร์ และกลับมาทำงานที่สายนี้อีกครั้ง จนกระทั่งลาออกมาทำที่เอคโค่ 360”
แน่นอนว่างานประจำที่สาวขิมทำต้องวิ่งเข้าใส่สารพัดปัญหาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะการแก้ปัญหาคือหน้าที่หลักของเธอ ดังนั้นขิมบอกว่าวิธีคลายเครียดของเธอ คือ การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการชกมวย ช่วยให้เธอระบายความเครียดได้มาก อีกส่วนที่สำคัญ คือ เธอต้องพยายามบอกตัวเองให้ปล่อยวาง ลดความเป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ลง
“หลักในการทำงานที่ขิมมักบอกเพื่อนร่วมงานและน้องๆ ในทีมเสมอ คือ อย่าเซอร์ไพรส์ เวลามีปัญหาอะไรให้บอก ไม่ต้องเก็บไว้มาบอกทีเดียว และเวลามีปัญหามาขอให้เสนอแนวทางแก้ไขมาด้วย ถูกผิดไม่ว่ากัน”
สำหรับเป้าหมายในอนาคต เธอขอเต็มที่กับธุรกิจแรกในชีวิต ตั้งเป้าภายใน 23 ปีนี้ ฟรีบี้ต้องเปิดตัวไปกับเครือข่ายผู้ให้บริการให้ครบทั้ง 3 เครือข่าย (ตอนนี้มีเพียง เอไอเอส) และภายใน 5 ปี อาจขยายบริหารไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
รู้จักขิมอีกนิด
การศึกษา
ปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จาก Imperial College of Science, Technology and Medicine กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ปริญญาโท สาขาการบริหารธุรกิจ (ยุทธศาสตร์และการเงิน) สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การทำงาน
เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาและวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจที่บริษัท แคลริส เป็นเวลา 3 ปี
ในปี พ.ศ. 2551 ดำรงตำแหน่งผู้จัดการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจและการพัฒนาธุรกิจที่บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัดเป็นเวลา 3 ปี
ในปี พ.ศ. 2554 ร่วมงานกับ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในฐานะผู้อำนวยการโครงการพิเศษ
งานอดิเรก : ชกมวย โยคะ ดำน้ำ ว่ายน้ำ
ของสะสม : แต่ก่อนสะสมตุ๊กตาโพลาร์ แบร์ เพราะสุนัขตัวโปรดหน้าเหมือนโพลาร์ แบร์ แต่พอสุนัขตายเลยหยุดสะสม หันมาเทความรักให้เจ้าชูวี่ น้องหมาตัวใหม่







