posttoday

สมชาย นิลศรี (หวัง) ดับไฟใต้ด้วยบทเพลง

05 กันยายน 2556

แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ตั้งแต่ที่มีเหตุร้ายรายวัน ต่างคนต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ต่างไม่กล้าไปมาหาสู่ เหตุร้ายช่างดูน่ากลัว

โดย...นกขุนทอง ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

“แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ตั้งแต่ที่มีเหตุร้ายรายวัน ต่างคนต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ต่างไม่กล้าไปมาหาสู่ เหตุร้ายช่างดูน่ากลัว ต่างคนก็เลยหวาดกลัวซึ่งกันและกัน อยากกินปลาแบที่ออกเล อยากนั่งเรือชมเลที่บ้านเรา อยากเป็นเหมือนเดิมอย่างเก่าที่ผ่านมา มีข้าวสารอาหารเราแบ่งปัน ไปมาหากันเหมือนอย่างเคย จับมือสามัคคีกันเอย...เหมือนอย่างที่เคยผ่านมา”

ส่วนหนึ่งจาก “อยากให้บ้านเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม” บทเพลงที่ “สมชาย นิลศรี” ใช้ขับร้องในรอบไฟนอล และสามารถพิชิตใจผู้ชมจนได้รับผลโหวตเป็นอันดับหนึ่ง คว้าแชมป์ “ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ซีซั่น 3” ไปครอง

สมชายก้าวมาสู่เวทีนี้พร้อมกีตาร์คู่ใจหนึ่งตัว กับบทเพลงที่แต่งไว้โดยมีเนื้อหาสะท้อนความรู้สึก ปัญหาของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากจำนวนผู้แข่งขันหลายร้อยคนเขาไม่คาดคิดหรอกว่าสิ่งที่เขาเลือกทำในวันนั้นจะสามารถชนะใจคนดูจนเป็นที่หนึ่งได้ แต่สิ่งที่ผลักดันให้เขาเข้ามาสู่การประกวด เพียงอยากใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นโอกาสให้ได้ส่งบทเพลงสื่อสารกับคนไทยถึงเรื่องราวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังที่เขาบอกไว้ว่า “อยากเปลี่ยนจากหูที่ได้ยินเสียงปืน มาเป็นเสียงเพลง”

ยังมีอีก 2 บทเพลงที่สมชายขับร้องในการประกวด คือ รอบออดิชันเพลง “นกพิราบสีขาว” และรอบเซมิไฟนอลเพลง “ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส” เป็นบทเพลงที่เคยแต่งไว้ มีแค่เพลงรอบไฟนอลที่แต่งขึ้นใหม่ก่อนการประกวด โดยใช้เวลาในการแต่ง 45 วัน

“ผมคิดว่าที่ผมชนะมาได้เพราะสิ่งที่ผมทำมาจากใจจริงๆ เพลงที่ผมแต่ง คือการแต่งเพลงเพื่อสันติภาพ ทุกๆ คำ ทุกประโยค มันมาจากใจ ออกมาจากความจริงที่หลายคนอยากจะพูด แต่ไม่มีโอกาสได้พูด เมื่อผมมีโอกาสได้แสดงมันออกมา เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะให้บ้านเราเกิดความสงบอย่างแท้จริงเหมือนกับผม ผมทำด้วยใจ ผมคิดว่าคนไทยเข้าใจในสิ่งที่ผมทำ” สมชาย กล่าว

ตั้งแต่ยังเรียนชั้นประถมแล้วที่สมชายสนใจเล่นกีตาร์ จนโตพอเก็บเงินซื้อกีตาร์มาเล่นเอง ฝึกเอง ครูพักลักจำจากรุ่นพี่ จากคุณครู ซื้อหนังสือมาฝึกเองบ้าง เรียกว่าเป็นพรแสวงบวกกับพรสวรรค์ที่ส่งให้ทั้งทักษะการร้องและการเล่นกีตาร์โดดเด่นได้ถึงเพียงนี้ มิหนำซ้ำยังลงมือขีดเขียนแต่งเพลงขึ้นเองเสียด้วย

แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เขาสั่งสมมาตลอดการใช้ชีวิตของเขา ทั้งการอ่านหนังสือ การดูละคร ภาพยนตร์ การสนทนาพูดคุยกับเพื่อน พ่อ แม่ พี่น้อง หรือผู้คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คำพูด คำคม ตลอดจนความรู้สึกต่างๆ ของพวกเขา ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลง

“เพลงนกพิราบขาวผมแต่งตั้งแต่ปี 2548 เพราะเมื่อปี 2547 มีการพับนกและโปรยนกเพื่อสันติภาพ เหตุการณ์กรือเซะแม้ผมจะไม่ได้อยู่ในนั้น แต่ก็มีโอกาสได้เฉี่ยวผ่านและได้เห็นเหตุการณ์รับรู้ถึงความสูญเสีย ตอนแต่งเพลงผมไม่ได้คิดเลยว่าจะแต่งเพลงออกมาพูดถึงเรื่องพวกนี้นะ ผมคิดแค่คำว่า นกพิราบสีขาว แต่ในที่สุดมันก็ออกมาเอง มันเหมือนเป็นเรื่องที่อยู่ในใจเรา แต่ทุกเพลงที่ผมแต่งถ้าไม่ใช่ความจริง ผมไม่รู้จริง ผมไม่แต่ง มันแต่งไม่ได้”

ในฐานะของคนในพื้นที่ จ.ปัตตานี สมชายอยากจะบอกว่า “ความรุนแรงที่ซุกซ่อนอยู่มีจริงครับ แต่ความสวยงามของบ้านผมก็ยังมีอยู่ ผมจึงอยากสื่อสารกับคนนอกพื้นที่ ผมสามารถใช้บทเพลงได้ก็อยากจะใช้โอกาสตรงนี้ ตั้งแต่อายุ 17 ปีแล้วที่ผมอยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเองสักหนึ่งอัลบั้ม คนในพื้นที่เองผมก็ไม่ได้หวังอะไรมากให้จริงใจให้กัน คนที่จะมาแก้ปัญหาเองก็อยากให้มีความจริงใจ พอผมเข้ามาประกวดและชนะ สิ่งที่ผมมีกำลังใจขึ้นมา ก็คือมีคนจากภาคอื่นๆ เดินเข้ามาบอกว่า เป็นกำลังใจให้พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่นะ”

ไม่เพียง 3 บทเพลงที่ออกสู่สาธารณชนเท่านี้ สมชายยังแต่งเพลงเกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้อีกจำนวนมาก ไม่ใช่มีเพียงเนื้อหาที่สะท้อนความรุนแรง ความหม่นเศร้า แต่ท้องฟ้าสวย น้ำทะเลใส อาหารอร่อย ของดีใน 3 จังหวัด สมชายก็เอ่ยถึง มีเพลงครบทุกรสความสนุกเศร้า แต่จะมีโอกาสให้ผู้ชมได้ฟังหรือไม่นั้น นับเป็นความหวังที่เขาพยายามสานต่อมาโดยตลอด ทว่าในวันนี้เมื่อเขาได้เป็นแชมป์ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ที่มีสัญญาผูกพันกับค่ายเพลงโซนี่ ไทยแลนด์ ก็ต้องรอกันต่อล่ะว่าทางค่ายเพลงจะทำเช่นไรกับศิลปินคนนี้กับบทเพลงที่เขามี

นี่แหละ...สมชาย

หนุ่มปักษ์ใต้ วัย 30 ปี เกิดและเติบโตที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

จบการศึกษาจากคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง เคยขายเสื้อผ้าที่ภูเก็ตบ้าง อัดเพลงขายบ้าง

ศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจ อาทิ เสก โลโซ พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ และสมศักดิ์ เหมรัญ (หนึ่งในผู้แข่งขันบนเวทีไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ซีซั่นแรก)

เคยแต่งเพลงและนำไปเสนอขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทต่างๆ 23 แห่ง แต่ถูกปฏิเสธ ซ้ำบางแห่งยังเบี้ยวค่าลิขสิทธิ์เพลง

ดีใจมากที่ได้รับเงินรางวัลรวม 10 ล้านบาท แต่นอกเหนือจากนั้นบนเวทีการแข่งขันทำให้เขาได้แสดงความสามารถ ความกล้าชนะใจตัวเอง ตลอดจนความสุขและความภาคภูมิใจในตัวเองที่ได้มีโอกาสแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองรักและมุ่งมั่นทำอย่างเต็มที่มาตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา ได้เป็นเหมือนกระบอกเสียงถ่ายทอดความจริงของพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เงินรางวัลที่ได้หลังจากนำไปใช้หนี้ จะซื้อเครื่องดนตรี มอบให้โรงเรียนท่าข้ามวิทยาคาร และซื้ออุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนวัดศรีสุดาจันทร์ จ.ปัตตานี และนำเงินมาใช้สานฝันทำอัลบั้มเพลงเป็นของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก

ต่อจากนี้จะเดินตามความฝัน แต่งและร้องเพลงเพื่อความสงบสุขของประเทศไทยต่อไป เพราะสิ่งที่เขาอยากบอกกับคนไทยทั้งประเทศ คือ “อยากให้คนไทยรักกันเหมือนเดิม”

เขาเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนไทยรักกันเหมือนเดิม คือ การให้อภัย การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเชื่อมโยงและประสานรอยร้าวให้คนไทยรักและสามัคคีกันเหมือนเดิม

ข่าวล่าสุด

พักเรื่องบินมาฟินเรื่องช็อป! ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดหนักแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ขนสิทธิพิเศษสู้สงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้