posttoday
@life

@life

27 สิงหาคม 2556

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา [email protected]

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา [email protected]

มากินเบอร์รีกันเถอะ

ภญ.ดร.จิรพันธ์ ม่วงเจริญ ที่ปรึกษาด้านผิวพรรณของ เจอเนสส์ โกลบอล (ประเทศไทย) และที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ของรีเซิร์ฟ แนะนำประโยชน์ของผลไม้ในตระกูลเบอร์รี เช่น สตรอเบอร์รี บลูเบอร์รี แครนเบอร์รี และเชอร์รี ไว้ได้อย่างน่าสนใจ

1.ปราบหวัด เพราะผลไม้ในตระกูลเบอร์รีนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคหวัด และยังช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง และแก้มแดงมีเลือดฝาด

2.บำรุงสายตา ให้สดใสบริงก์ๆ เพราะสารแอนโธไซยานินที่พบมากในเบอร์รีหลายๆ ชนิด เช่น สตรอเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี เชอร์รี มีส่วนช่วยในการป้องกันอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตาอย่างหนัก และช่วยให้สายตาทำงานได้ดีขึ้นในที่มืด โดยเฉพาะในแบล็กเคอร์แรนต์ที่ช่วยให้จอตารับภาพในเวลากลางคืนได้ชัดขึ้น และอาซาอิเบอร์รีช่วยปกป้องการเสื่อมของเลนส์ตาและจอประสาทตา

3.เพิ่มระบบภูมิต้านทาน เพราะเบอร์รีอุดมไปด้วยวิตามินมากมายที่ช่วยให้เซลล์ในร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองจากโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น ทั้งการรักษาบาดแผล การป้องกันโรคมะเร็ง ลดการเป็นโรคลักปิดลักเปิด ตลอดจนโรคเกาต์หรืออาการปวดตามข้อ อีกทั้งเบอร์รียังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะบลูเบอร์รีซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ให้ดียิ่งขึ้น ลดการอักเสบของหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคทางประสาทและสมอง ตลอดจนสารสีแดงในเบอร์รีช่วยต้านความเสื่อมของร่างกายและชะลอความชรา ฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ริ้วรอยดูลดเลือนลง ให้ผิวแลดูอ่อนกว่าวัย

4.เสริมความจำให้แม่นยำ โดยเฉพาะเบอร์รีช่วยให้เซลล์สมองสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ทำให้ความสามารถในการจำดีขึ้น

5.สำหรับสาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก แนะนำให้กินสตรอเบอร์รีและบลูเบอร์รีเพราะมีแคลอรีต่ำ ช่วยเพิ่มความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นตาม อีกทั้งเส้นใยอาหารในสตรอเบอร์รียังช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนาน ช่วยในระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายของร่างกายให้ทำงานได้ดีเป็นระบบมากขึ้น ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ ขณะที่บลูเบอร์รียังมีสารเพคตินที่ช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยล้างพิษในร่างกายให้รู้สึกสดชื่น ผิวพรรณผ่องใส

6.ต้านโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ โดยเฉพาะในแครนเบอร์รีที่สามารถป้องกันโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบได้มากกว่าเบอร์รีตัวอื่นๆ เพราะมันสามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่าอีโคไลน์ต้นต่อของโรครวมทั้งมีสารแทนนินที่มีส่วนช่วยหยุดการสะสมและการเกาะตัวของแบคทีเรียในบริเวณผนังทางเดินปัสสาวะอันเป็นบ่อเกิดของโรคได้

คนใกล้ชิดเป็นหวัดทำไงดี

การมีสุขภาพดีเป็นลาภอันประเสริฐ เชื่อว่าใครคงไม่ปรารถนาให้ตัวเองป่วย แม้จะป่วยด้วยโรคเล็กน้อยอย่าง “ไข้หวัด” ก็ตาม แต่จะทำอย่างไรหากต้องอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เป็นไข้หวัด โดยเฉพาะคนคนนั้นเป็นคนที่รัก เพราะอย่าลืมว่าการอยู่ใกล้ชิดกันสามารถติดต่อกันได้โดยการจับมือ การสัมผัสทางผิวหนัง การจูบ และการกินอาหารจานเดียวกันโดยไม่ใช้ช้อนกลาง แต่ถ้ากลัวว่าคนใกล้ชิดจะน้อยใจ นพ.อิทธิชัย วัชรีคุปต์ แพทย์สาขาอายุรกรรมทั่วไป โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท แนะนำว่า ควรบอกคนใกล้ชิดว่า ถ้าคุณไม่เป็นหวัดคุณจะสามารถดูแลเขาหรือเธอได้เต็มที่ และอาจใช้วิธีจับชายเสื้อ ควงแขนแทนการจับมือ หอมแก้มแทนการจูบปาก (แต่ควรล้างหน้าและมือหลังจากนั้น เพราะคุณอาจจับแก้มที่มีเชื้อหวัดแล้วไปสัมผัสจมูกหรือปาก)

ภูมิแพ้ ฝันร้ายของคนเมืองหลวง

นพ.กฤช ศิริมหาราช กล่าวว่า จากสถิติพบว่ามีคนเป็นโรคภูมิแพ้ทั่วโลกกว่า 400 ล้านคน โดยในเมืองไทยมีถึง 12 ล้านคน หรือกว่าครึ่งประเทศที่เป็นโรคภูมิแพ้และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งคนในเมืองจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากจากมลภาวะเป็นพิษและไลฟ์สไตล์ที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดโรค เช่น ทำงานหนัก ออกกำลังกายน้อย รับประทานอาหารที่ขาดสารอาหาร รวมไปถึงการตกแต่งบ้าน หรือที่ทำงาน เช่น ติดเครื่องปรับอากาศ ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การแต่งบ้านด้วยพรม เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนสัตว์ กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรีย ตัวการสำคัญของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นที่แฝงตัวในที่นอน โซฟา พรม ซึ่งอาศัยอาหารอย่างรังแค ผิวหนัง น้ำลาย และเหงื่อของคนและสัตว์เลี้ยงช่วยในการเจริญเติบโต

อาการของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ เริ่มตั้งแต่คัดจมูก มีน้ำมูกไหล จาม เป็นไข้ และอาการรุนแรงถึงขั้นหอบ และอาจช็อกได้ ซึ่งโรคภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาให้หายขาดได้ยาก ดังนั้นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด คือการป้องกัน เช่น ลดความเครียดในเรื่องต่างๆ หมั่นออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้โดยตรง ไม่สัมผัสฝุ่น พยายามจัดสิ่งแวดล้อมที่ทำงาน ที่บ้าน ให้เสี่ยงน้อยที่สุด ด้วยการจัดห้องให้โล่ง แสงแดดเข้าถึง อากาศถ่ายเทสะดวก เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนเป็นประจำ รวมไปถึงฟูกที่นอนควรนำไปตากแดดทุกสัปดาห์ ส่วนพรมและโซฟาควรมีเครื่องดูดฝุ่นที่แยกกันชัดเจนไม่ควรใช้ปะปนกัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ