
ปฐมบทหลังผู้ดี...มันส์ครบรส
ได้ฤกษ์เปิดสนามไปเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ส.ค. สำหรับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
โดย...มิวโกโตะ
ได้ฤกษ์เปิดสนามไปเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ส.ค. สำหรับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเพียงแค่วันแรกแฟนบอลก็ได้รับอรรถรสชนิดจุใจทันที เมื่อมีทั้งจุดโทษ เกมเดือดพล่าน ใบเหลืองใบแดง หรือสกอร์พลิกล็อกให้ได้รับชม
เทคโนโลยีตื่นตาตื่นใจ
เริ่มต้นคู่แรกก็ตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เมื่อฝ่ายจัดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกได้ใช้เทคโนโลยีโกลไลน์เป็นครั้งแรก และเพียงแค่วันแรกก็ส่อแววคุ้มค่าเสียแล้ว หลังมีการสกัดจากเส้นหลายสนาม ซึ่งผู้ตัดสินและทีมถ่ายทอดสดก็ใช้ของเล่นชิ้นใหม่กันอย่างหนำใจ อีกหนึ่งอย่างที่ต้องชมคือเทคนิคระหว่างถ่ายทอด ยกตัวอย่างเช่นลูกจุดโทษ จะมีกราฟฟิกสถิติขึ้นโชว์ว่าผู้เล่นคนนั้นถนัดยิงมุมใดเข้า และพลาดมุมใดกี่ลูก ถือว่าเติมอรรถรสให้แฟนบอลได้ไม่น้อย
แมตช์สุดเร้าใจ
ในส่วนของเกมการแข่งขันยังคงเสน่ห์ไว้ครบรส ตั้งแต่คู่ประเดิมช่วงหัวค่ำ ณ แอนฟิลด์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็เกือบทำเดอะค็อปใจหายใจคว่ำ หลัง ดาเนียล แอ็กเกอร์ พลาดทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษนาทีสุดท้าย ทว่าโชคดีที่ ซิมง มิโญเล่ต์ สวมบทฮีโร่เซฟไว้ได้ จึงเอาตัวรอดคว้า 3 แต้มจากการเฉือน สโตก 10
ไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นเกือบ 5 ทุ่ม ตามเวลาไทย เมื่อ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทำแฟนบอลผิดหวังตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล ด้วยการพลิกล็อกพ่ายให้กับ แอสตัน วิลลา คาถิ่น เอมิเรตส์ 1-3 พร้อมใบแดงของ โลร็อง กอสเซียลนี โดย อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมเดอะกันเนอร์ส ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ทุกอย่างดูไม่เป็นใจสำหรับทีมเลยในวันนี้
“เราเริ่มต้นได้ดี แต่หลังจากนั้นทุกอย่างมันก็ผิดพลาดไปหมดสำหรับเรา ทั้งการบาดเจ็บของนักเตะ (คีแรน กิบบ์ส และ บาการี ซานญา) การตัดสินของกรรมการ การที่เราต้องเหลือผู้เล่น 10 คน และการพลาดโอกาสทำประตู มันเป็นวันที่เลวร้าย ไม่ใช่แค่เรื่องฟอร์มของเราเท่านั้นนะ แต่ทุกๆ อย่างมันไม่เป็นใจให้เราเลย” เวนเกอร์ สารภาพ
นอกจากนี้ นายใหญ่วัย 63 ปี ยังปกป้องตัวเอง กรณีถูกแฟนบอลรวมถึงเหล่าตำนานของสโมสรรุมจวกเรื่องไม่เสริมทัพ จนทำให้พ่ายสิงห์ผยองยับ ด้วยการตอบโต้อย่างดุเดือดว่าไม่เคยหยุดหานักเตะใหม่ เพียงแต่ยังไม่เจอคนที่ใช่ก็เท่านั้น พร้อมตัดพ้อว่าการช็อปแข้งใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเม็ดเงินเป็นของสโมสร แต่หากเจอคนที่เหมาะสมทีมก็พร้อมจ่ายเช่นกัน โดยล่าสุดตกเป็นข่าวตามล่า ลาร์ส เบนเดอร์ ห้องเครื่องของเลเวอร์คูเซน
ข้ามไปดูแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้กุนซือป้ายแดงอย่าง เดวิด มอยส์ กันบ้าง ถือว่าประเดิมสนามกับการคุมทัพในลีกเป็นเกมแรกอย่างโล่งใจ หลังบุกไปกำราบ สวอนซี ซิตี แชมป์ลีกคัพซีซั่นก่อนได้ถึงเวลส์ 4-1 โดยปีศาจแดงได้ประตูจาก โรบิน ฟานเพอร์ซี ดาวซัลโวซีซั่นที่แล้ว และ แดนนี เวลเบ็ค ศูนย์หน้าจอมเทคนิค คนละ 2 ประตู ส่วนแฟนหงส์ขาวก็ไม่ต้องเสียใจ เนื่องจากรูปเกมและมาตรฐานการเล่นยังดูดีมีทรง รวมถึง วิลฟรีด โบนี กองหน้าคนใหม่ที่ยิงตีไข่แตกก็ฉายแววได้สวยหรู
ทั้งนี้ นอกเหนือจากผลการแข่งขันแล้ว สื่อแทบทุกสำนักยังคงจับจ้องกรณีของ เวย์น รูนีย์ ดาวยิงเจ้าปัญหาที่ยังคาราคาซังกันเรื่องขอย้ายทีม โดยเกมเมื่อวันเสาร์ถูกส่งลงเป็นตัวสำรอง
ผลงานในสนามก็ทรงพลังเช่นเคยตามหน่วยก้าน แต่จุดน่าสังเกตอยู่ตรงที่หัวหอกร่างตันไม่ยอมเข้าไปร่วมฉลองประตูกับเพื่อนร่วมทีม โดยลูกที่ 3 ไม่ยอมวิ่งไปดีใจกับเพื่อนที่กลางสนาม ส่วนลูกสุดท้ายก็ทำท่าบาดเจ็บ นั่นถือเป็นเรื่องผิดธรรมชาติพอสมควร
อย่างไรก็ตาม นายใหญ่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้ออกมาแสดงทรรศนะถึงเรื่องนี้ โดยยืนยันชัดเจนว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ ทั้งสองจังหวะนั้นอาจเกิดด้วยความบังเอิญ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สื่อเลิกตั้งแง่กับพฤติกรรมของนักเตะ และอยากให้โฟกัสผลงานในสนามมากกว่า
“เมื่อคุณข้ามเส้นสีขาวลงสนามไป มันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะไม่ทุ่มเท ในมุมมองของผม คิดว่าเขาทุ่มเทอย่างหนักเพื่อทีมที่สุดแล้ว อย่าลืมว่า 2 ลูกสุดท้ายรูนีย์ คือผู้สร้างสรรค์ให้เราได้ประตู” มอยส์ กล่าว
นี่แค่เปิดฉากยังดุเดือดขนาดนี้ สัปดาห์หน้าความเร้าใจคงทวีคูณเพิ่มอีกหลายเท่าตัว เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดบ้านต้อนรับ เชลซี ในเกมมันเดย์ไนต์ แฟนบอลเตรียมตัวนอนดึกกันได้เลย







