
พินิจเมืองไทย ผ่านพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระปกเกล้าฯ
เด็กรุ่นใหม่มักตั้งคำถามว่าเราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปเพื่ออะไร เรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไข
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ ไม่มีเครดิต
เด็กรุ่นใหม่มักตั้งคำถามว่าเราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปเพื่ออะไร เรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไข เรื่องราวในอดีตทำให้เราได้เรียนรู้ว่าโลกก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปซ้ำซากหากเราไม่นำเอาบทเรียนในอดีตมาปรับปรุงสิ่งใหม่ๆ ในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องราวเหตุบ้านการเมืองที่เป็นอยู่
เราจึงเดินทางไปที่ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือที่คนทั่วไปเรียกกันสั้นๆ ว่า พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า นั้นตั้งอยู่ที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เราเลือกเดินทางด้วยเส้นทางเรือแสนแสบจะได้ไม่กังวลเรื่องรถติด อาจจะเหม็นน้ำนิดแต่ก็ถือว่าคลองแสนแสบนั้นดีกว่าแต่ก่อนมากมาย
เมื่อเรามาถึงพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า สิ่งแรกที่เห็นก็คืออาคารเก่าที่มีสถาปัตยกรรมตะวันตกสไตล์นีโอคลาสสิกสีขาว สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นสำนักงานใหญ่กรมโยธาฯ ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็น พิพิธภัณฑ์รัฐสภา ประมาณ พ.ศ. 2523 จนกระทั่งสถาบันพระปกเกล้า ขอกรมโยธาฯ มาดำเนินงานให้เป็นพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า ในปี พ.ศ. 2544 และได้บูรณะปรับปรุงให้มีความสวยงามทันสมัยมาโดยตลอด
จึงเห็นได้ว่าภายในแม้จะเป็นพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีการจัดเส้นทางเดินไว้เป็นอย่างดี มีส่วนจัดแสดงหลักทั้งหมด 3 ชั้น
เริ่มจากห้องจัดแสดงชั้นที่ 1 ในส่วนอาคารรำไพพรรณี จัดแสดงเรื่องราวพระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตรของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ซึ่งเป็นพระอัครมเหสีเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านเป็นสตรีชาวไทยที่ทรงพระสิริโฉม อีกทั้งยังมีพระจริยวัตรนุ่มนวล ในส่วนนี้จะจัดแสดงออกเป็นพระราชประวัติขณะทรงพระเยาว์ จนถึงพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชกรณียกิจในช่วง 35 ปีสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ โดยจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์
ในชั้นนี้ก็จะมีนิทรรศการถาวรรัฐสภาไทย จัดแสดงความเป็นมาของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่ยุคเริ่มต้น กระทั่งเข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 นำเสนอผ่านประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบการเมืองไทย จุดเริ่มต้นของรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทยจนถึงฉบับปัจจุบัน รวมถึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรัฐสภา เช่น โครงสร้างของรัฐสภา และตำแหน่งสำคัญต่างๆ ในรัฐสภา ไว้อย่างครบถ้วน ดูแล้ว สส.บางพรรคน่าจะได้เข้ามาดูเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนของระบบรัฐสภาไทย จะได้ไม่ทำอะไรข้ามลำดับขั้นตอน หรือทำอย่างไม่รู้หน้าที่
นอกจากนี้ยังมีเมืองจำลอง “ดุสิตธานี” พ.ศ. 2461 เป็นเรื่องราวในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองจำลองขึ้นในพระราชวังดุสิต ทรงพระราชทานนามว่า “ดุสิตธานี” เพื่อทรงทดลองให้เมืองนี้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย สำหรับใช้เป็นเมืองฝึกหัดการปกครองระบอบประชาธิปไตย สร้างหนังสือพิมพ์ “ดุสิตสมิต” และ “ดุสิตสมัย” เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์และรายเดือน ทดลองพิมพ์เผยแพร่ข่าวสารและแสดงข้อคิดเห็นในดุสิตธานี เพื่อฝึกให้เข้าใจในการปกครองและการดำเนินชีวิตในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพระองค์ท่านมีจิตเมตตาอยากให้ประชาชนชาวไทยมีความรู้มีการศึกษาที่ดีก่อนจะคืนอำนาจสู่ประชาชน
จบจากชั้น 1 เดินขึ้นสู่ห้องจัดแสดงชั้นที่ 2 จัดแสดงพระราชประวัติก่อนการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เสด็จเข้ารับการศึกษา ณ ประเทศในทวีปยุโรป ทรงพระผนวช ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ นอกจากนี้ยังจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชจริยวัตร พระราชนิยมด้านต่างๆ เช่น ดนตรี กีฬา และภาพยนตร์ รวมทั้งพระราชประวัติหลังสละราชสมบัติจนกระทั่งเสด็จสวรรคตและการถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ประเทศอังกฤษเมื่อพุทธศักราช 2484
อีกทั้งยังมีห้องศาลาเฉลิมกรุงจำลอง ฉายวีดิทัศน์ และภาพยนตร์ โดยจำลองบรรยากาศการชมภาพยนตร์ในศาลาเฉลิมกรุง โรงภาพยนตร์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสสมโภชพระนครอายุครบ 150 ปี พ.ศ. 2475 นอกจากนี้ห้องศาลาเฉลิมกรุงจำลองยังให้บริการจัดฉายภาพยนตร์ ทั้งภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์ในรัชกาลที่ 7 และภาพยนตร์เก่าร่วมรัชสมัย หาชมได้ยาก จัดฉายวันละ 2 รอบ เวลา 10.30 น. และ 14.30 น. เราจึงแนะนำให้เดินทางไปตั้งแต่ช่วงเช้าครับ จะได้มีเวลาเดินชมได้ทั่ว
สุดท้ายที่ห้องจัดแสดงชั้นที่ 3 จัดแสดงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฉลองพระองค์ พระมาลา และฉลองพระบาทในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชกรณียกิจสำคัญด้านต่างๆ อาทิ การแก้ไขภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์อักษรไทยที่สมบูรณ์ การประกวดแต่งหนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็ก การพระราชทานปริญญาบัตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาเป็นครั้งแรก พระราชดำริที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญในคราวฉลองพระนคร 150 ปี นอกจากนี้ยังจัดแสดงแบบจำลองสะพานพุทธยอดฟ้าและปฐมบรมราชานุสรณ์ รวมถึงสิ่งของที่ระลึกต่างๆ ที่จัดทำขึ้นในพิธี
รวมทั้งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย จัดแสดงประวัติความเป็นมาและความสำคัญของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยในตระกูลต่างๆ พร้อมการประดับตกแต่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์บนชุดไทยในหลายยุคสมัย
สำหรับคนที่คิดว่ามาแล้วจะน่าเบื่อ ที่นี่มีตู้เกมทดสอบความรู้ที่ได้ดูมาเพิ่มความจำในเรื่องสำคัญๆ ที่เราเชื่อว่าคุณไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในประวัติศาสตร์ชาติไทยเรามีเรื่องราวและสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอีกหลายเรื่องที่หลบซ่อนอยู่ในซอกเล็กๆ ทางประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งนี้.







