
ธรรมบรรยาย ณ นครมุมไบในเรื่องอนัตตา!เมื่อ ๒๔ มี.ค. ๕๖ (ตอน ๕)
อวสวัตตนโต ไม่อยู่ใต้อำนาจบัญชาของใครๆ จะบอกว่าห้ามเกิด ห้ามแก่ ห้ามเจ็บ ห้ามตาย ห้ามเปลี่ยนแปลง.. ไม่มีใครไปสั่งการได้
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
อวสวัตตนโต ไม่อยู่ใต้อำนาจบัญชาของใครๆ จะบอกว่าห้ามเกิด ห้ามแก่ ห้ามเจ็บ ห้ามตาย ห้ามเปลี่ยนแปลง.. ไม่มีใครไปสั่งการได้ มันเดินไปตามวิถีแห่งธรรมที่ต้องเป็นไปเช่นนั้น ไม่เปลี่ยนไปจากนั้น ไม่แปรเป็นอย่างอื่น สภาพธรรมดังกล่าวนี้จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กฎอิทัปปัจจัย ก็ย่อมได้
และเป็น อัตตัปปฏิกเขปโต แย้งต่ออัตตา คืออยู่ตรงข้ามกับอัตตา ไม่ได้เป็นอัตตา
นี่คือตัวอนัตตาที่ประกาศเป็นตัวกฎหลัก เป็นจุดรู้สูงสุดรวมรู้ลงที่คำว่า “อนัตตา” ในพระพุทธศาสนาถ้าไม่ถึงที่สุดของการเห็นแจ้งในอนัตตา ย่อมไม่ถึงที่สุดแห่งการรู้แจ้งในสัจธรรมในพระพุทธศาสนานี้... และเมื่อไม่รู้แจ้งในสัจธรรมในพระพุทธศาสนานี้ การสิ้นทุกข์ย่อมไม่เกิดขึ้น... ความสิ้นทุกข์จะเกิดขึ้นได้เมื่อการประพฤติปฏิบัติตามการเจริญวิปัสสนาญาณนั้นทะลวงทะลุ รู้แจ้งความจริงแทงตลอด จนพบความจริงแท้ที่เป็นอริยสัจ อันประกาศรวมลงที่คำว่า “อนัตตา”
อาตมาได้ยกเรื่องอนัตตาขึ้นกล่าว และกล่าวว่าเมื่อเข้าถึงอนัตตาแล้วนั้น จิตประภัสสร ขยายความตรงนี้คือ เกิดความสว่างไสวขึ้นด้วยอำนาจแห่งธรรมเป็นความสว่างไสวที่เกิดขึ้นเพราะมีวิชชาเกิดขึ้น วิชชาเกิดขึ้นเพราะมีปัญญาเกิดขึ้น ปัญญาเกิดขึ้นเพราะมีญาณเกิดขึ้น ญาณเกิดขึ้นเพราะจักขุคือการรู้เห็นเกิดขึ้นในธรรมอันชอบ เรียกว่า ธรรมจักษุย่อมเกิดขึ้น ดังที่ปรากฏในคำภาษาบาลีว่า...
จักขุง อุทะปาทิ, ญาณัง อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาทิ,...
จักขุได้เกิดขึ้น ญาณได้เกิดขึ้น ปัญญาได้เกิดขึ้น วิชชาได้เกิดขึ้น แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา คือตถาคตเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า คือเมื่อเข้าถึงกฎสูงสุดคืออนัตตา เกิดความสว่างไสว เรียกว่า เกิดอำนาจเข้าถึงพุทธะ รู้ ตื่น เบิกบานขึ้น นี่คือจุดธงของการเรียนรู้ในพระพุทธศาสนา เพื่อให้นักวิปัสสนาทั้งหลายได้รู้ได้เข้าใจว่าวิปัสสนาญาณนั้นคือการที่จะปฏิบัติเพื่อให้รู้แจ้งในธรรมนั้น ต้องรู้จุดที่หมายแห่งธงคือจุดที่เราจะไปนั้นไปที่ไหน ถ้าเราไม่รู้จุดที่จะเดินทางไป กระบวนการปฏิบัติย่อมไม่ได้ผล ผู้เรียนรู้ในพระพุทธศาสนาจึงต้องมีธงของชีวิตที่จะเดินทางไปให้ถึงที่หมาย ต้องปักธงไว้และต้องเดินไปให้ถึงธงนั้น ธงดังกล่าวคือความสิ้นทุกข์ คือพระนิพพาน
การจะถึงพระนิพพานคือความสิ้นทุกข์ จะต้องเข้าถึงคำว่ากฎอนัตตา หยั่งรู้และรู้แจ้งถึงความจริงว่า ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา นี่คือการรู้แจ้งความจริงขั้นสูงสุด เป็นภูมิธรรมขั้นสูงสุด เป็นภูมิธรรมของพระอรหันต์ หรือเป็นจิตขั้นสูงสุดที่เข้าถึงอรหัตผล ที่หลุดพ้นจากความเกี่ยวข้องกับโลก สู่อิสรภาพแห่งธรรม สู่สันติธรรม สู่ความสงบความสุขที่แท้จริง คือดินแดนแห่งพระนฤพาน
การที่จะพัฒนาจิตไปหาความสว่างดังกล่าวได้ จึงต้องอาศัยกระบวนการประพฤติปฏิบัติ โดยการศึกษาปฏิบัติให้ตรงตามพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนา ตามกระบวนการที่เรียกว่าการเจริญวิปัสสนาญาณ มี ๙ ขั้น เพื่อให้เกิดลำดับญาณทั้ง ๑๖ ญาณเกิดขึ้น การพัฒนาญาณให้เกิดขึ้นตามลำดับตามกระบวนการขั้นของการเจริญวิปัสสนาญาณทั้ง ๙ ขั้นนั้น นักปฏิบัติทั้งหลายจึงต้องเรียนรู้ให้เข้าใจโดยแบบแผนทางทฤษฎีหรือปริยัติ จนท่องบ่นจดจำได้แม่นยำ ดุจเหมือนคนชำนิชำนาญในการอ่านแผนที่ อ่านคู่มือที่จะเดินทาง.. เมื่อเดินทางจึงอาศัยการจดจำด้วยสติระลึกรู้ชอบ กำหนดรู้เข้าไปในส่วนที่เป็นความจดจำตามบัญญัตินั้น และด้วยสติที่มั่นคงแน่วแน่เพ่งรู้ไปในบัญญัตินั้น ก็จะพบความจริงเมื่อหยั่งรู้ลงไป... การพบความจริงด้วยการหยั่งรู้ลงไปตามสตินั้นเรียกว่า ญาณเกิดขึ้น เมื่อญาณเกิดขึ้นหยั่งรู้ลงไปในสภาพธรรมนั้นๆ จึงพบความจริงที่สุดแห่งธรรม ความจริงที่สุดแห่งธรรมที่ปรากฏมีอยู่ในโลกนี้คือกฎอนัตตา
ตรงนี้คือกระบวนการที่ต้องเรียนรู้เพื่อให้เข้าใจเข้าถึงความจริงดังกล่าว แม้จะแจกแจงแสดงในรูปของพระไตรลักษณญาณครบทั้ง ๓ คือ พระอนิจจัง พระทุกขัง พระอนัตตา แต่เมื่อจะเข้าถึงที่สุดดังกล่าวนั้น ก็คือการเข้าถึงความจริงคำว่า อนัตตา ดังที่กล่าวเป็นบาลีกล่าวไว้เป็นพุทธภาษิต หรือที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า...
สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
สัพเพ สังขารา ทุกขาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
ในความหมายธรรมจากพระพุทธภาษิตบทดังกล่าวนี้ เป็นการสรุปรวบยอดความรู้ในพระพุทธศาสนาว่า หากรู้แจ้งเข้าถึงความจริงตามพระไตรลักษณญาณคือพระอนิจจัง พระทุกขัง พระอนัตตา ก็ย่อมที่จะเข้าถึงที่สุดแห่งความสิ้นทุกข์... อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา ย่อมเข้าถึงที่สุดแห่งความสิ้นทุกข์คือพระนิพพาน นี่คือธงธรรมที่จะต้องปักไว้ ที่เราเรียนรู้หรือเดินทางไปนั้นเพื่อจะให้รู้แจ้งเข้าไปถึงจุดสูงสุดนั้น หรือเดินทางไปถึงที่หมายอันสูงสุดนั้น จากพระคาถาดังกล่าวนี้
อ่านต่อพรุ่งนี้







