posttoday
จงมีสติให้มาก

จงมีสติให้มาก

11 กรกฎาคม 2556

โดย...ปู โลกเบี้ยว

โดย...ปู โลกเบี้ยว

คนเราเนี่ยไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ จริงๆ ด้วย ขนาดตัวเราเองบางทีก็ยังไว้ใจไม่ได้เลย ปูคงต้องใช้เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจตัวเองไปอีกนานเลยล่ะ กับการที่ดันไปเชื่อใจคนอื่นโดยเฉพาะเรื่องรถ “ถอยห่าง ถอยห่าง” โครม! ชนไฟท้ายแตกกระจายเลย เฮ้อ! จะไปเอาความมันได้ไง มันดันไม่ใช่คนไทยซะอีก

เรื่องของเรื่อง คือ วันหนึ่งเพื่อนคนไทยนี่แหละ เขามักจะอยู่ต่างประเทศซะล่ะมากกว่า พอดีวันนั้นเขาบอกว่ามาเอาทุเรียนไปกินหน่อยซิ คุณแม่เขาส่งทุเรียนมาให้จาก จ.อุตรดิตถ์ เป็นทุเรียนหลงฤดู อ้าวเหรอ... งั้นก็ว่างอ่ะดิ ไปกินข้าวกันนะ ตกลงนัดกันเรียบร้อย เราก็อยากพาเขาไปกินร้านกระเทียมที่อยู่หลังซอยการบินไทย อาหารทุกอย่างส่วนใหญ่จะปรุงจากกระเทียมทั้งนั้น อร่อยเริ่ด อยากให้เพื่อนได้ลอง ตอนแรกนัดกันอย่างดีกะว่าจะไปรถคันเดียวกัน คือ ไปรถเพื่อนด้วยตัวเองไม่ค่อยอยากขับรถสักเท่าไร แล้วอีกอย่างในซอยวิภาวดี 22 เนี่ยมันเป็นซอยโคตะระ แคบและเล็ก แถมยังมีซอยแยกย่อยเพียบอีกเดี๋ยวจะหลงกันอ่ะ แหม อ่ะนะ ของอร่อยย่อมต้องหายากๆ หน่อย อิอิ พอถึงเวลานัดเพื่อนดันพาเพื่อนมาอีกรวมเป็นหกคน อ้าว! คันเดียวไม่รอดแน่ ต้องแบ่งเป็นรถ 2 คัน ปูเลยต้องขับไปด้วย ทั้งๆ ที่ไม่รู้เป็นไงใจไม่อยากขับรถไปเลย อยากไปกับเพื่อนๆ มากกว่า อาจจะเป็นลางสังหรณ์ก็ได้นะ อีกอย่างซอยนั้นมันก็แคบและหาที่จอดรถยากด้วย แต่ก็ขัดเพื่อนๆ ไม่ได้ ในเมื่อเรามีรถอ่ะ ก็ต้องพาเขาไปอ่ะนะ เพื่อนก็เปิด google maps ไปทางลัดเลยเร็วดี ได้เลยเพื่อนจัดให้

ขับลัดเลาะทางแคบๆ ตามซอยไปพอถึงหน้าร้าน โห! วันนี้คืนวันเสาร์คนเพียบ รถจอดจนไม่มีที่จอดอ่ะ ตรูว่าแล้วเชียว ไม่น่าเอารถมาเลย เด็กโบกรถมันก็บอกว่าให้ถอยหลังไปจอดข้างทาง ไอ้เราก็เห็นมีรถตามหลังมา เลยเสียบตูดรถคันหนึ่งหลีกทางให้เขาผ่านไปก่อน จากนั้นก็รีบถอยหลังตามที่ไอ้เจ้าเด็กโบกรถมันยืนถือไฟฉายโบกหยอยๆ อยู่ทันที เพราะขณะนั้นเห็นไวๆ ในกระจกมองหลังแล้วล่ะว่ากำลังมีรถกะบะแล่นเข้ามา ในใจคิดว่ารีบถอยหลบเขาก่อนดีกว่า โดยยื่นหน้าออกนอกหน้าต่างเพื่อดูด้านข้างเพราะต้องเทียบข้างขวาติดกำแพงและยังคงเห็นไอ้เด็กโบกรถมันควักไฟเรียกให้ถอยอยู่ ทั้งๆ ที่เสียงสัญญาณเตือนของเซ็นเซอร์หลังรถก็ดัง ปี๊บๆ ตลอดเวลาและเริ่มดังถี่ขึ้น นั้นหมายความว่ามันใกล้อะไรสักอย่าง แต่ด้วยความที่เราเชื่อใจไอ้เด็กโบกรถเพราะมันยืนดูด้วยตาอยู่ด้านหลังรถ มันอาจจะใกล้อะไรก็จริงแต่คงผ่านได้น่ะ อีกนิด ๆ น่าจะได้เพราะเด็กมันก็ยังยืนโบกไฟอยู่เลยนี่นา สักพักได้ยินเสียงเหมือนรถบดอะไรสักอย่างแล้ว โครม!!! เหยียบเบรกแทบไม่ทัน รีบลงไปดู โอ้แม่เจ้า! ไฟท้ายด้านซ้ายแตก ขณะเดียวกันรถกะบะที่เราเห็นไวๆ อยู่ข้างหลัง ไฟและบังโคลนด้านขวายุบแตกเช่นกัน ปรี๊ด!!! ขึ้นสมองว่ามรึงโบกภาษาอะไรว่ะ แล้วทำไมรถกระบะไม่ถอยตามๆ กันไป แต่เราผิดที่ดันถอยไปชนเขา เลยลงไปดู ด่าไอ้เด็กโบกรถก่อนเลย มันว่าอะไรรู้มั้ย “ก้อพอมบอว่าถอไป ถอไป มายด้าบอว่าถอมานี่” อ้าว! แล้วคุณมรึงทำไมยังโบกไฟอยู่เลย “ก้อพอมบอพีแร้ พีโคม่าด้ายี่เออ่ะ” $#@*%^)+#” น่านนนนมันพูดแบบไม่ชัดด้วย โอ๊ย! ตายแล้วจะไปเอาอะไรกับมัน มันดันเป็นเด็กต่างชาติซะอีกด้วย การที่มันโบกไปข้างหน้ากับโบกให้ถอยหลังอ่ะ มันคงแสดงเหมือนกันไง คือ ส่ายไฟฉาย ตรูเอ๊ยตรูไม่น่าไปเชื่อมันเลย คราวนี้ก็ถึงตารถกระบะแล้วล่ะ ปูก็หันไปต่อว่าเขาว่าทำไมไม่ถอยในเมื่อเห็นเราถอย เขาบอกว่าไงรู้มั้ย ผมถอยไม่ได้เพราะดันมีมอเตอร์ไซด์อยู่ด้านหลังผม ผมเลยรอให้รถมอเตอร์ไซค์มันแซงไปก่อน ปูก็ต่อว่าอีก “แล้วทำไมไม่บีบแตรเตือนล่ะ” คือผม ผมกลัวครับ “กลัวอะไร” ผมเห็นเลขทะเบียนพี่และยังเป็นรถบีเอ็มด้วย ผมกลัวว่าถ้าบีบแตรแล้วจะโดนยิงครับ แล้วอีกอย่างผมก็เห็นมีคนยืนโบกอยู่ ผมเลยปล่อยให้พี่ถอยมาครับ โอ้พระเจ้า! จอร์จ นายยอดมาก แล้วถ้าฉันเป็นรถขนปูนถอยมานายจะบีบแตรมั้ย อ๋อ! ผมก็คงตายไปแล้วอ่ะครับ โอ้! ดูเขาตอบดิ “แล้วนี่รถคุณเหรอ” เปล่าครับ เจ้านายผมนั่งข้างๆ ครับ ปูเลยหันไปด่าเจ้านายอีตานี่ต่อว่า ทำไมไม่ให้เขาบีบแตร คือพอดีผมกำลังเล่นบีบีกับลูกอยู่ หันมาเห็นจะเอื้อมไปบีบแตร มือก็ติดต้องพิมพ์บีบีเลยไม่ทันอ่ะครับ เฮ้อ!

สรุปผิดที่ปูนั้นแหละ ที่ดันไปเชื่อเด็กต่างชาติและไม่ระวังหลังเอง ต่อไปนี้จงมีสติให้มากและไม่ควรเชื่อใจใครทั้งนั้น จงเชื่อลางสังหรณ์ของตัวเองให้มากมากด้วย งั้นก็รอประกันก็แล้วกันนะ “ประกันอะไรครับ” ประกันวิริยะ มีไรเหรอ? เพราะเห็นพวกเขาทำหน้าแสยะยิ้มกัน คือ เมื่อกี้พวกผมก็เพิ่งรอประกันนี้มาเหมือนกันครับ อ้าว! นี่พวกคุณเพิ่งชนมาเหรอ ครับเขามาชนข้างหลัง น่านนนน ในสมองและในใจปูหายโกรธและไม่โทษใครอีกเลย ไอ้คุณมรึงคงขับรถดีมากกกกถึงได้เจออุบัติเหตุถึง 2 ครั้งในวันเดียวกัน อะไรมันจะซวยซับซวยซ้อนได้ขนาดนั้น หรือว่าพวกเขาคงมีอะไรที่ผิดปกติแน่ ขณะรอประกันเลยยืนตรวจดวงชะตาพวกเขา ชัด ชัดเลย เฮ้อ! ได้แต่ปลอบใจเขาว่า ถ้าพี่ไม่เจออุบัติเหตุทางรถยนต์ก็ต้องเจออุบัติเหตุทางการค้าหรือมีปัญหาครอบครัวล่ะ (ทั้งปี) พี่แกบอกว่างั้นผมขอเป็นอุบัติเหตุทางรถดีกว่าครับ เพราะเมื่อ 2 เดือนก่อนผมก็รถชนมาทีแล้ว โธ่! หลุดจากปูไปเนี่ย ยังจะไปชนใครเขาหรือโดนใครเขาชนเอาอีกละป่าวก็ไม่รู้ เพราะจากการตรวจชะตาแล้วเป็นคนที่ไม่ชอบเปิดสัญญาณไฟเลย จะเลี้ยวไหนก็ไม่เปิด ไม่ชอบบีบแตรรถ ไม่สักอย่าง

เฮ้อ!

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน