
คุณค่าแท้อยู่ข้างใน
ครั้งหนึ่งพระแก้วมรกตถูกซ่อนอยู่ในเจดีย์ ไม่มีใครรู้ว่ามีสิ่งที่ดีที่สุดซ่อนอยู่ในเจดีย์ที่ดูรกร้างเต็มไปด้วยสุมทุมพุ่มไม้
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ครั้งหนึ่งพระแก้วมรกตถูกซ่อนอยู่ในเจดีย์ ไม่มีใครรู้ว่ามีสิ่งที่ดีที่สุดซ่อนอยู่ในเจดีย์ที่ดูรกร้างเต็มไปด้วยสุมทุมพุ่มไม้ เถาวัลย์พันธุ์ไม้เลื้อยปกคลุมเจดีย์ ผ่านมาหลายร้อยปี ไม่มีใครรู้เลยสักนิดหนึ่งว่าของดีที่วิเศษที่สุดของโลกถูกซุกซ่อนอยู่ในนั้น
อยู่มาวันหนึ่ง เกิดอสุนีบาตฟาดมา (อสุนีบาตคือฟ้าผ่า) ฟ้าผ่าลงมาบนยอดเจดีย์แห่งนั้น จนคอระฆังขององค์เจดีย์และตัวของเจดีย์นั้นหักพังลงมา
พอหลังสายฝนพรำ หลังสายฟ้าฟาด ท่านเจ้าอาวาสก็สังเกตเห็นพระพุทธรูปองค์หนึ่ง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นธรรมดาโผล่ออกมากลางเจดีย์ ท่านจึงให้ศิษยานุศิษย์อุ้มเอาพระพุทธรูปองค์นั้นไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ
แต่ท่านก็ลืมไปเลยว่ามีพระพุทธรูปองค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ ท่านจึงไม่ได้ให้ความสนใจเพราะเป็นเพียงพระพุทธรูปปูนปั้นธรรมดา
อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่ลูกศิษย์ไปเปิดโบสถ์ เดินไปเดินมา เดินมาเดินไป สังเกตเห็นปูนที่พระนาสิกของพระพุทธรูปปูนปั้นกะเทาะออกมา มีแสงเรื่อเรืองสีเขียวมรกตแวววาว แพรวพราวโผล่มา
ลูกศิษย์คนนั้นก็จึงเอามือกะเทาะที่พระนาสิกของพระพุทธรูป พอกะเทาะเบาๆ
เท่านั้นเอง ปูนหลุดออกมา เขาก็ตกอกตกใจมากที่ในเนื้อปูนนั้นคือเนื้อแก้วมรกต เขาตะลีตะลานไปเรียนถวายหลวงพ่อเจ้าอาวาส
หลวงพ่อเจ้าอาวาสห่มจีวรเดินขึ้นมาในพระอุโบสถ เห็นเนื้อปูนตรงพระนาสิกถูกกะเทาะออกมา แล้วปรากฏเนื้อแก้วมรกตสีเขียวครามงดงามเรืองแสงอยู่ในนั้น ท่านจึงสั่งลูกศิษย์บอกว่า “ถ้างั้นกะเทาะปูนออกมาให้หมดซิ”
เมื่อกะเทาะปูนออกมา จึงได้ค้นพบว่าแท้ที่จริงข้างในปูนก็คือ แก้วมรกต
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมีคนรู้ว่ามีพระพุทธปฏิมาที่แสนมีค่า ถูกแฝงถูกฝังซ่อนอยู่ในเจดีย์นั้น ถ้าฟ้าไม่ผ่า ถ้าปูนไม่กะเทาะ ไหนเลยโลกจะรู้ว่าโลกนี้มีพระพุทธรูปที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่ง ซึ่งต่อมาจึงได้ชื่อว่าพระแก้วมรกต
แก่นของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ ของดีมีอยู่ แต่ถ้าเราไม่รู้จักกะเทาะเปลือก เราจะไม่รู้ว่าของดีนั้นซ่อนอยู่ข้างใน ของดีอยู่ข้างในอย่าประเมินใครตื้นๆ แต่ภายนอก สิ่งนี้ขอให้นำไปปรับนำไปประยุกต์เอง







