posttoday
ฝันที่จะเขียน รักที่ทำ ‘เพียงลภัส พงศ์ฉัตรมณี’

ฝันที่จะเขียน รักที่ทำ ‘เพียงลภัส พงศ์ฉัตรมณี’

08 กรกฎาคม 2556

“เพียงลภัส พงศ์ฉัตรมณี” จากพนักงานบริษัทข้ามชาติ ทำงานในสายงานไอที การตลาด ผันตัวเองมาสู่นักเขียน

โดย...นกขุนทอง ภาพ

“เพียงลภัส พงศ์ฉัตรมณี” จากพนักงานบริษัทข้ามชาติ ทำงานในสายงานไอที การตลาด ผันตัวเองมาสู่นักเขียน ทิ้งเงินเดือนหลายหมื่นบาทมารับค่าต้นฉบับที่เทียบกันไม่ถึงครึ่ง แต่นั้นเป็นเรื่องของมูลค่า ซึ่งไม่สามารถเทียบได้กับอะดรีนาลินความสุขของเธอที่ได้รับทุกๆ ครั้งที่ลงมือเขียน ทุกๆ ครั้งที่ต้นฉบับถูกพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มหนังสือ “นวนิยาย”

วันนี้เราได้มีโอกาสฟังเธอเล่าถึงเส้นทางการมาเป็นนักเขียนด้วยแววตาเปี่ยมสุขและสีหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา และเธอเรียกแทนตัวเองว่า “สิริณ” นามปากกาของเธอ

สิริณเริ่มต้นด้วยความฝันของเธอที่อยากจะเป็นนักเขียน อยากจะเรียนอักษรศาสตร์ แต่ทางบ้านไม่เห็นด้วย และส่งเสริมให้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ เพราะเล็งเห็นอนาคตว่า จบมามีงานทำแน่นอนและมีรายรับที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขแน่ๆ สิริณไม่ขัดใจ และเธอก็ไม่เคยทิ้งความฝัน...

“เป็นคนชอบเขียนเรื่องสั้นและเอาไปโพสต์ในเว็บไซต์พันทิป ห้องถนนนักเขียน มาตั้งแต่สมัยเรียนปี 2 แล้วตอนปี 2544 เริ่มทำงานออฟฟิศ อยู่ดีๆ วันหนึ่งสำนักพิมพ์แจ่มใสก็ติดต่อมาว่าจะตีพิมพ์เรื่องสั้นให้ จำได้เลยครั้งแรกได้ค่าเรื่อง 1,500 บาท แต่ปลื้มแทบน้ำตาไหล ได้เงินเดือนมากกว่านั้นตั้งเยอะนะ แต่ไม่ดีใจเท่าค่าเรื่องครั้งแรกที่ได้รับเลย” สิริณ ย้อนความหลังที่เสมือนแสงส่องนำทางสู่เส้นทางนักเขียนเต็มตัวในวันนี้

สิริณหมั่นเติมฝันของตัวเองด้วยการเขียนสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย เขียนทิ้งค้างๆ ไว้เกือบร้อยเรื่อง และเมื่อปี 2551 สิริณตัดสินใจลาออกจากบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสแห่งหนึ่ง ระหว่างรอยต่อที่เธอกำลังมองหางานใหม่นั้น “สำนักพิมพ์อรุณ” ก็ติดต่อมา บอกว่านวนิยายที่เธอส่งไปผ่านการพิจารณาแล้ว แต่ต้องมีการปรับแก้ พร้อมถามว่า สนใจจะตีพิมพ์ไหม เพียงสิ้นเสียงปลายสาย

“ตกลง” คือคำตอบที่เสมือนเตรียมไว้มาเนิ่นนานได้ถูกปลดปล่อยไปพร้อมหัวใจลิงโลด ทว่าในที่สุดที่ทางสำนักพิมพ์บอกว่าแก้นิดหน่อย ผลคือ แก้ไป 10 กว่ารอบ ใช้เวลาแก้อยู่แรมปี แต่ว่าที่นักเขียนคนใหม่ก็ไม่ย่อท้อ และ “ภาพรักในฝัน” คือนวนิยายเรื่องแรกของเธอ ในปี 2553

“กว่าจะได้ตีพิมพ์ ก็เป็นการเรียนรู้ครั้งใหญ่ เพราะที่ผ่านมาเขียนตามอารมณ์ เน้นความพึงพอใจของคนเขียนเป็นหลัก แต่พอได้มาเรียนรู้หลักการการเขียนนิยายที่ดีจากอรุณ เรียกว่าเป็นการผลักเราลงมาจากความอวดดีหลงตัวเองเลยค่ะ ต้องขอบคุณกองบรรณาธิการของสำนักพิมพ์อรุณมากๆ ที่ยอมสละเวลามาเคี่ยวกรำจนสิริณมีวันนี้ พอผลงานเล่มแรกได้ตีพิมพ์ ก็มีแรงฮึด เลยขุดเรื่องเก่าที่เขียนไม่จบนับร้อยเรื่องขึ้นมายำรวมกันปัดฝุ่น ปรับพล็อต แล้วก็เขียนจนจบ ครั้นเล่มที่สองได้ตีพิมพ์ ก็กู่ไม่กลับแล้วค่ะ ลาขาดงานออฟฟิศไปเลย”

รอยตะวัน (2554) แผนก่อการรัก (2555) บุหงาซ่อนกลิ่น (สำนักพิมพ์บุ๊คคาเฟ่/2555) สนิมดอกรัก (2556) คือ ผลงานนวนิยายจากนักเขียนนามว่า “สิริณ”

ด้วยการมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเฉลี่ยปีละหนึ่งเรื่องจะยังน้อยไปในความคิดเห็นของเจ้าของผลงาน แต่การมีรายได้อย่างสม่ำเสมอจากงานเขียน ก็ทำให้เธอตัดสินใจที่จะเลือกเดินบนเส้นทางน้ำหมึก ขยาดต่อการออกไปทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับท่ามกลางการจราจรติดขัด และสัญญากับตัวเองไว้ว่า จะต้องเขียนให้ได้สักปีละสองสามเรื่อง

“พอเรารู้หลักการทำให้เราไปสู่จุดหมายได้เร็วขึ้น ส่วนมากชอบเขียนเกี่ยวกับธีมความรัก เขียนสิ่งที่เราเองอยากอ่าน และเรื่องความรักก็อยู่รอบๆ ตัวเรา บางคนไม่ได้มีความรักที่ดีและสมหวังตลอดไป บางคนต้องการอ่านแล้วเติมเต็มความฝันของเขา และเรื่องความรักมันเป็นเรื่องที่เข้าถึงทุกคนได้ง่าย เพียงแต่ว่าเราจะดำเนินเรื่อง ผูกปมไปยังไง เรื่องความรักดูเหมือนจะเขียนง่ายก็จริง แต่การเขียนให้คนอ่านรู้สึกนั้นก็ยาก อย่างเขียนเรื่องความรักพระเอกมาแก้แค้นนางเอก คนอ่านก็เดาได้ตอนจบก็กลับมารักกันอยู่ดี แต่เรื่องราวที่ดำเนินไปต่างหากที่จะนำให้ผู้อ่านอยากติดตาม เราต้องมีการสร้างปมขึ้นไปเรื่อยๆ”

นอกจากทางสำนักพิมพ์อรุณจะมีกฎ อาทิ เรื่องราวต้องสมเหตุสมผล ใช้ภาษาถูกต้อง มีความไพเพราะสวยงาม ฯลฯ สิริณก็เติมกฎของตัวเองเพิ่มเข้าไปอีกชั้น “ไม่เขียนเรื่องอีโรติกโจ่งครึ่ม ทั้งๆ ที่งานเขียนแนวนี้ขายดีมาก แต่นั้นไม่ใช่ทางของเรา มันผิดศีล ถึงเราไม่ได้ทำ แต่การเขียนก็เป็นการยั่วยุทางหนึ่ง คือ เราเขียนเรื่องรักให้ดูมีความโรแมนติกได้โดยไม่ต้องคลุกวงใน แต่มีคนเขียนเราก็ซื้ออ่านนะ (หัวเราะ) และอีกเรื่องที่ให้ความสำคัญ คือ การใช้ภาษา จะใช้ภาษาการเขียนแบบพรรณนาโวหาร จะไม่ใช้ภาษาวัยรุ่น นอกจากบริบทเอื้ออำนวย ตอนเรียบจบใหม่ๆ มาเคยพูดไทยคำอังกฤษคำ คิดว่าดูเก๋ดูดี แต่มาถึงจุดหนึ่งมันไม่ใช่ นั้นเพราะเราไม่เข้าใจรากเหง้าของเราเอง พอมาเขียนหนังสือจะใช้คำทับศัพท์ให้น้อยที่สุด”

ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ข้อคิดดีๆ ที่สิริณตั้งใจสอดแทรกไว้ให้ผู้อ่าน เพราะหวังใจไว้ว่า นวนิยายนอกจากอ่านจบแล้วได้รับความสนุกพาฝันแล้วยังสามารถได้ข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตจริง ดังเช่นที่เธอเคยได้รับมาจากการอ่านนวนิยายของนักเขียนท่านอื่นๆ อย่างผลงานล่าสุด “สนิมดอกรัก” สิริณก็ได้นำเสนอเรื่องราวของหญิงสาวที่มีความสัมพันธ์เกินเลยกับคนรักตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ ซึ่งความผิดพลาดในครั้งนั้น เป็นปมผิดบาปในใจเธอเสมอมา เพราะไม่สามารถกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ใดๆ ได้

เพียงลภัส พงศ์ฉัตรมณี

นามปากกา : สิริณ และ เวฬา (แม่มณี)

การศึกษา : วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล อินเตอร์

นักเขียนคนโปรด : เห็นชื่อนักเขียนแล้วต้องซื้อหนังสือทันที เช่น ทมยันตี (และทุกนามปากกา) กิ่งฉัตร สิริมา อภิจาริน จูดิธ แมคนอธ โซฟี คินเซลลา

นอกจากนี้ ชอบพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชการลที่ 6) พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) และสุนทรภู่ คนอ่านของสิริณจะเห็นเลยว่า สิริณสอดแทรกพระราชนิพนธ์เหล่านี้ไว้ในนิยายอย่างแนบเนียน กลัววรรณกรรมดีๆ เหล่านี้จะหายไป อยากให้เด็กได้ยังพอเห็นผ่านตา และถ้าใครไปค้นคว้าต้นฉบับมาอ่านทั้งเล่มนี้ จะยิ่งปลาบปลื้มสุดๆ ไปเลย

แฟนเพจสำหรับติดตามข่าวสารงานเขียน หรือจะติชม พูดคุยกับนักเขียน : www.facebook.com/SirinFCฃ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย