
ต่อให้เราจะดีจะร้าย จะชั่วจะเลว
ผมเป็นคนอ่อนไหวเรื่องของ “ครอบครัว” อยู่ไม่น้อย ยิ่งเข้าไปดูภาพยนตร์เรื่อง At Any Price
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
ผมเป็นคนอ่อนไหวเรื่องของ “ครอบครัว” อยู่ไม่น้อย ยิ่งเข้าไปดูภาพยนตร์เรื่อง At Any Price ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ยิ่งทำให้ผมได้ตระหนักถึงคำกล่าวที่ว่า “ต่อให้เราจะดี จะชั่ว จะเลว จะร้าย คนในครอบครัวก็คือคนที่ไม่มีวันกระทืบซ้ำเราให้เจ็บช้ำน้ำใจหนักเข้าไปอีก”
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำเสนอเรื่องราวของครอบครัวเกษตรกร เฮนรี่ วิปเปิ้ล (เดนนิส เควด) ที่ต้องการให้ ดีน (แซค เอฟรอน) ช่วยพัฒนาและสืบทอดกิจการของครอบครัว แต่ความจริงของชีวิต คือ ดีนมีความฝันของตัวเอง เขาต้องการที่จะเป็นนักขับรถแข่งอาชีพ ความไม่ลงรอยกันในทางเลือกของชีวิต บวกกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาสืบสวนธุรกิจของครอบครัว สองพ่อลูกต้องถูกผลักดันไปถึงจุดแตกหัก และเผชิญหน้ากับทางเลือกที่อาจหมายถึงความอยู่รอดของครอบครัว
ผมยอมรับว่าความขัดแย้งระหว่างพ่อกับลูก สามีกับภรรยา ถือได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว แต่เมื่อคนในครอบครัวต้องเผชิญปัญหาอันหนักหนาสาหัสของชีวิต “ความขัดแย้ง” จะถูกพลังของ “ความรัก” ผลักดันให้คนในครอบครัวต้องรวมตัวกัน เพื่อฝ่าฟันกับอุปสรรคปัญหาจนผ่านพ้นไปให้ได้ด้วยดี
หากครอบครัวต้องลงสนามแข่งที่มีชื่อว่า “ชีวิต”
ครอบครัวก็คือ ทีมเดียวกัน
ที่สมัครสามัคคีกัน เชื่อใจกัน และไม่ทอดทิ้งกัน
เมื่อชมภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ บอกได้คำเดียวว่า “อึน” อย่างที่สุด อึนในที่นี่คือ อึนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละคร สิ่งที่ตัวละครคิด ตัวละครทำ จนทำให้ในหัวเต็มไปด้วยความสงสัย ว่าตัวละครแต่ละตัวสามารถมีชีวิตอยู่กับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำไว้ได้อย่างไร และทำไมผู้กำกับถึงเลือกที่จะให้ตัวละครมีชีวิตลอยตัวเหนือสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างคนที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร (แต่ผมเชื่อว่าตัวละครรู้สึกรู้สา เพียงแต่ผู้กำกับตั้งใจให้คนดูรู้สึกว่าตัวละครไม่รู้สึกรู้สา...ก็เท่านั้น)
การที่ตัวละครมีชีวิตอยู่อย่างเหมือนจะมีความสุข แต่ผมเชื่อว่า ลึกๆ ข้างในพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความทุกข์ที่ต้องกดทับไว้ ซึ่งนั่นอาจเป็นคำตอบกลายๆ ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจมีภาคต่อ ให้คนดูรอดูชะตากรรมของครอบครัวนี้ ว่าเขาจะพบเจออะไร และจะลอยตัวเหนือสิ่งที่เกิดขึ้นได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว
แต่ไม่ว่าจะมีภาคต่อหรือไม่ คำกล่าวที่ว่า “ต่อให้เราจะดี จะชั่ว จะเลว จะร้าย คนในครอบครัวก็คือคนที่ไม่มีวันกระทืบซ้ำเราให้เจ็บช้ำน้ำใจหนักเข้าไปอีก” ก็จะยังคงอยู่ต่อไป เพราะมันคือ “สัจจะความจริง” ที่ไม่ว่ายุคสมัยไหน แห่งหนตำบลหรือชนชาติใด ล้วนเป็นไปเหมือนกัน...เช่นนั้นแล
รามิน บาห์รานี ผู้กำกับ ใช้เวลาอยู่กับชาวนาในดินแดนมิดเวสต์ของอเมริการ่วม 6 เดือน โดยได้ยินคำว่า “ไม่ขยายก็ตาย” และ “ไม่รุ่งก็ร่วง” ของชาวนาสมัยใหม่ ที่บริหารธุรกิจหลายล้านเหรียญด้วยเทคโนโลยีทันสมัย พร้อมไปกับการทำตัวเป็นเซลส์แมนขายเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม ผู้ที่คอยใช้สมาร์ทโฟนเช็กราคาตลาดโลกอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งความกดดันอันมากมายมหาศาลของชาวนาสมัยใหม่เหล่านั้น
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับ รามิน บาห์รานี เพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาที่มีทุนมากกว่า และมีทีมนักแสดงอาชีพมาร่วมแสดงให้ หลังจากที่เขาสร้างภาพยนตร์มาแล้วสามเรื่อง กับนักแสดงจำนวนจำกัด และโลกที่เฉพาะเจาะจงและคับแคบ ที่สำคัญที่สุด เขาได้มีโอกาสได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเด็นที่จริงจัง ด้วยตัวละครซับซ้อน ที่จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ชม นอกเหนือจากที่อยู่ในงานเทศกาลภาพยนตร์และนิวยอร์ก ซิตี้
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเลือกให้เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์เวนิซ ปี 2012 งานเทศกาลภาพยนตร์เทลลูไรด์ ปี 2012 และงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ปี 2012
At Any Price สัมพันธ์รักไม่เคยร้าง
ประเทศ สหรัฐ
ประเภท ดราม่า
ความยาว 1 ชั่วโมง 30 นาที
กำกับ รามิน บาห์รานี
แสดงนำ เดนนิส เควด / แซค เอฟรอน / คิม ดิกเกนส์







