
สะตออีสารขุนหาญศรีสะเกษ
เมืองขุนหาญมีพลเมืองส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม มีความหลากหลายของผลผลิต และมีผลผลิตออกตลอดทั้งปี มีพื้นที่เหมาะกับด้านการผลิตทางการเกษตร เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิเพื่อการส่งออก
เมืองขุนหาญมีพลเมืองส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม มีความหลากหลายของผลผลิต และมีผลผลิตออกตลอดทั้งปี มีพื้นที่เหมาะกับด้านการผลิตทางการเกษตร เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิเพื่อการส่งออก
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ ที่นำเงินเข้าสู่ อ.ขุนหาญ โดยเฉพาะพื้นที่ตอนใต้ของอำเภอเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงเหมาะแก่การปลูกผลไม้และไม้ยืนต้น จากแผนพัฒนาการเกษตรของอำเภอที่มุ่งเน้นแผนการผลิตของเกษตรกรให้ผลิตสอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ปัจจุบันเกษตรกรหันมาปลูกพืชใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผลไม้และยางพารา ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของอำเภอ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนั้นยังมีการปลูกพืชทางเลือกใหม่ชนิดอื่นๆ ได้แก่ มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ สะตอ ลองกอง และสละ ซึ่งถือเป็นพืชที่มีอนาคตทางการตลาดและสร้างรายได้มาสู่อำเภอสูงถึงปีละ 100 ล้านบาท
ประมวล ศรีทอง นายอำเภอขุนหาญ บอกว่า โดยทั่วไปคนจะเข้าใจว่าสะตอจะปลูกได้แต่ทางภาคใต้ แต่ที่อีสานที่ จ.ศรีสะเกษ เป็นพื้นที่เหมาะมีดินชุ่มชื้น เหมาะแก่การปลูกผลไม้ที่ปลูกได้ทุกชนิดเหมือนกับทางภาคใต้ อย่างเช่นสะตอที่ขุนหาญนี้ เมื่อลองมาชิมสะตอที่นี่และเทียบกับของภาคใต้ สะตอที่ขุนหาญนี้จะมีจุดเด่น คือ เมล็ดใหญ่มีรสชาติมันมากและกลิ่นไม่ฉุนแรงเหมือนกับทางภาคใต้ รับประทานเข้าไปแล้วสามารถพูดคุยกับคนข้างเคียงได้ตามปกติ อยากเชิญชวนทุกท่านได้ลองมาชิมลิ่มรสชาติของสะตอเมืองขุนหาญ ท่านจะรู้ได้ถึงรสชาติอันยอดเยี่ยมของสะตอขุนหาญ
ขณะที่ สิริดนย์ น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลขุนหาญ บอกว่า สะตออย่างที่ทราบกันว่าทางภาคใต้เขาจะปลูกและนิยมรับประทานกัน แต่ในปัจจุบันนี้ทางภาคอีสานโดยเฉพาะที่ อ.ขุนหาญ แห่งนี้สามารถที่จะปลูกสะตอได้ผลผลิตดีและมีคุณภาพ สะตอที่ขุนหาญจะมีลักษณะ คือ เมล็ดจะมีรสชาติมันและกลิ่นจะไม่ฉุนแรง โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่นำไปประกอบอาหารขายให้กับลูกค้า ซึ่งเมื่อลูกค้าที่รับประทานอาหารที่มีสะตอผสมอยู่ด้วยเข้าไปแล้วจะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีกลิ่นฉุนในกระเพาะอาหาร เมื่อซื้อไปเป็นของฝากส่วนใหญ่จะติดใจในรสชาติหอมและมัน ที่สำคัญที่บ้านพรานมีกลุ่มที่ปลูกสะตอเยอะและเป็นสะตอที่มีคุณภาพอีกด้วย
ด้าน เพ็ญ บุญมาก เจ้าของสวนสะตอ ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ บอกว่า ปีนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้ผลผลิตของสะตอเยอะ เพราะสะตอที่ปลูกไว้มีหลายต้น และแต่ละต้นก็จะสลับทยอยออกผลสะตอเรื่อยๆ สามารถเก็บผลผลิตสะตอออกขายได้ทั้งปี โดยตนปลูกต้นสะตออยู่ 30 ต้น ในเนื้อที่ 2 ไร่ ซึ่งในปีนี้ได้ผลผลิตสมบูรณ์ สามารถนำสะตอออกขายได้ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท และเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้านิยมซื้อไปรับประทานเองและซื้อเป็นของฝาก เพราะสะตอที่ตนปลูกไว้มีเมล็ดใหญ่ รสชาติมัน และมีกลิ่นไม่ฉุนแรง
ศรีสะเกษกำลังจะเป็นเมืองสะตออีกไม่ช้านี้แล้ว







