
กุหลาบอังกฤษ แกเบรียล แอพลิน
โดย...เพ็ญแข
โดย...เพ็ญแข
English Rain
Gabrielle Aplin (Parlophone/Warner Music***)
ในวันฝนพรำที่กรุงเทพฯ อัลบั้ม English Rain ของกุหลาบงามจากอังกฤษดอกนี้ก็มาถึงมือเรา หลังจากที่บทเพลงของเธอเริ่มบรรเลง สาวน้อยคนนี้ก็คว้าหัวใจของเราไปครอง
แกเบรียล แอน แอพลิน วัย 20 จากเมืองเล็กๆ ชื่อ ชิพเพนแฮม ประเทศอังกฤษ เธอเป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่เติบโตแบบศิลปินป๊อปเจเนอเรชันใหม่ เธอโด่งดังมาจากการโพสต์ผลงานผ่านสื่อออนไลน์ ทำอีพีวางขายหลายชุด ทั้งยังออกทัวร์ในอังกฤษยุโรปอยู่หลายปี ก่อนจะได้เซ็นสัญญากับพาราโฟนเมื่อต้นปี 2012 เธอได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงปลายปี เมื่อเพลง The Power of Love ของ แฟรงกี โกส์ ทู ฮอลลีวูด ที่เธอนำมาคัฟเวอร์ไปประกอบอยู่ในโฆษณาของห้างจอห์น ลิวอิส และขึ้นชาร์ตอันดับ 1 อังกฤษในเดือน ธ.ค. จากนั้นอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตของเธอก็ตามออกมา
เกิดในครอบครัว “ฮิปปี้” ตอนเป็นเด็กเธอฟังเพลงจากแผ่นเสียงของพ่อกับแม่ ต่อมาได้รับกีตาร์เป็นของขวัญเมื่ออายุ 11 ปี เธอหัดเล่นมันด้วยตัวเองก่อนจะได้จับเปียโน อายุ 14 ปี เธอเริ่มเขียนเพลงของตัวเอง และเลือกเรียนดนตรีที่ซิตี ออฟ บาธ คอลเลจ ระหว่างนั้นมีโอกาสได้ทำงานกับค่ายเพลงของวิทยาลัย รวมทั้งเริ่มเผยแพร่งานในยูทูบ
หนึ่งในเพลงฮอตฮิตของเธอบนโลกออนไลน์ คือ Home ซึ่งกลายมาเป็น 1 ใน 12 แทร็กของอัลบั้ม English Rain (ชื่อมาจากเนื้อท่อนหนึ่งของเพลง November) งานชุดนี้ขึ้นถึงอันดับ 2 ในยูเคชาร์ต งานนี้เป็นการทำงานร่วมกันของ แกเบรียล กับ ไมค์ สเปนเซอร์ โปรดิวเซอร์ที่เคยทำงานกับ จามิโรไคว เอมิลี แซนเด ไคลี มิโนก ฯลฯ ทุกเพลงเป็นผลงานของ แกเบรียล ยกเว้น The Power of Love
เธอเหมือนเป็นลูกสาวของ โจนิ มิทเชล กับ นิค เดรค เสียงร้องของ แกเบรียล สูง นุ่ม เปี่ยมด้วยความรู้สึก บริสุทธิ์ ชวนฝัน เสียงร้องของเธอ บทเพลงสไตล์ป๊อปโฟล์กเบาๆ และบัลลาดหม่นๆ เมโลดีไพเราะงดงาม กีตาร์และเปียโนมีบทบาทในเพลงของ แกเบรียล สีสันบทเพลงอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนชอบงานสวิงสวาย ตื่นเต้น เร้าใจ แต่สำหรับคนคลั่งไคล้ความเนิบช้า เรื่อยๆ เอื่อยๆ นี่ล่ะ ใช่เลย
หลายเพลงเป็นเพลงรัก ฟังได้เรื่อยๆ อย่างเช่น Please Don’t Say You Love Me เด่นด้วยเสียงล่องลอยชวนฝันและเครื่องสายพลิ้วไหว Home และ November น่าฟังด้วยคณะนักร้องประสานเสียง ขณะที่ Salvation เป็นเพลงที่มีสีสันน่าสนใจ ด้วยเสียงซินธ์และกลอง
เนื้อเพลงของ แกเบรียล มีถ้อยคำแห่งจินตนาการราวบทกวี บ้างมีความหมายและเข้าถึงได้ อย่าง Ready to Question บ่งบอกถึงคนวัยเธอที่เติบโตมากพอที่จะตั้งคำถามกับชีวิตและโลก “I’m ready to question, that life is a blessing, Give me a sign, am I following blind?” หรือในตอนหนึ่งของ Start of Time ที่มีท่อนหนึ่งบอกว่า “I’m an atom in the sea of nothing, looking for another to combine”.
เราต่างเคยผ่านช่วงเวลาเริ่มต้นแบบนั้น ก่อนจะมามีตัวตนเช่นทุกวันนี้
ในวันฝนพรำที่กรุงเทพฯ เราได้ข้อสรุปว่า อายุเท่านี้ทำเพลงได้ขนาดนี้ย่อมไม่ธรรมดา แกเบรียล แอพลิน เป็นศิลปินที่ควรค่าแก่การสนใจ English Rain เป็นอัลบั้มแนะนำตัวที่ดี และอังกฤษก็มีกุหลาบงามกำเนิดขึ้นมาอีกหนึ่ง
กำเนิดศิลปินใหม่
สื่ออังกฤษบรรยายถึงเธอว่า ... “ศิลปินหน้าใหม่ผู้มาพร้อมดวงตากลมโตงดงาม และดูอ่อนกว่าวัย 20 ปี” แต่ แกเบรียล แอพลิน ก็ไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสา เธอเป็นเจ้าของค่ายเพลง เนเวอร์ เฟด มิวสิก และขายงานให้ไอทูนส์ด้วยตัวเองมาตั้งแต่อายุ 17 ปี ทุกวันนี้เธอต้องพูดคุยเรื่องธุรกิจกับผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ตลอดเวลา
ตอนเป็นเด็ก แกเบรียล แอพลิน ฟังเพลง โจนิ มิทเชลล์, นิค เดรค, ฟลีตวูด แม็ค, คาเรน คาร์เพนเตอร์ ฯลฯ จากแผ่นเสียงของพ่อแม่ ก่อนจะเริ่มเขียนเพลงของตัวเองโดยมี บ็อบ ดีแลน และ เลียวนาร์ด โคเฮน เป็นต้นแบบ เธอยังรัก เอสที อีเลียต ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้เธอเขียนบทกวีซึ่งกลายมาเป็นเนื้อเพลง
แกเบรียล เรียกตัวเองว่าเป็น นักร้องนักแต่งเพลง ไม่ใช่ศิลปินป๊อป วันนี้มีคนไม่มากนักที่จดจำเธอได้ และสาวน้อยก็ชอบอย่างนี้มากกว่า “สำหรับศิลปินป๊อปแล้ว ชื่อเสียงเป็นส่วนหนึ่งของงาน แต่สำหรับนักร้องนักแต่งเพลงแล้ว ไม่มีใครใส่ใจเราจริงๆ หรอก ... แต่เมื่อวันก่อนก็มีคนจำฉันได้ที่ร้านแมคโดนัลด์นะ”
เจ้าของอัลบั้ม English Rain บอก “ฉันคิดว่าคนชอบเพลงของฉัน เพราะมันให้ความรู้สึกที่ซื่อสัตย์ ฉันชอบเพลงป๊อป ฉันชอบเสียงกลองและเบส ฉันชอบดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ แต่ว่ามันคงจะดีถ้ามีบางอย่างที่เป็นธรรมชาติรวมอยู่ด้วย งานชุดนี้อังกฤษมากๆ และฉันก็ภูมิใจกับมัน ฉันอยากจะเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเพลง เสื้อผ้า อาร์ตเวิร์กปกอัลบั้ม หรือแม้แต่เสียงเครื่องสาย ทั้งหมดได้สร้างบรรยากาศบางอย่างขึ้นมา”
หญิงสาวบอกว่า เธอไม่มีแผนการยิ่งใหญ่สำหรับอนาคต แค่ได้สนุกสนานเป็นอยู่อย่างนี้ก็พอแล้ว “จริงๆ มันเป็นเพียงแค่งานอดิเรก ก่อนจะกลายมาเป็นอาชีพ ฉันไม่เคยวางแผน และไม่สามารถบอกคนอื่นว่า ทำอย่างนี้ได้ยังไง”







