
วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์ อยู่บ้านสวยประหยัดพลังงาน
ท่ามกลางย่านถนนสุขุมวิทที่คอนโดผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดกลางฤดูฝน ในซอยสุขุมวิท 85 มีบ้านหลังหนึ่งที่ใจกล้าผุดขึ้นมาอย่างแตกต่าง
โดย...นกขุนทอง ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
ท่ามกลางย่านถนนสุขุมวิทที่คอนโดผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดกลางฤดูฝน ในซอยสุขุมวิท 85 มีบ้านหลังหนึ่งที่ใจกล้าผุดขึ้นมาอย่างแตกต่าง ไม่เดินตามทุนนิยมสร้างเป็นคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ให้คนเช่าซื้อ ไม่สร้างบ้านตามสมัยนิยมที่มีผนังล้อมมิดชิด กักกันพื้นที่ส่วนตัวเพียงอาณาเขตของตัวเอง และพึ่งพิงแสงไฟฟ้าและความเย็นจากแอร์คอนดิชันทั้งวันทั้งคืน
วันนี้ นกขุนทอง จะพาไปรู้จักกับบ้านที่ใหญ่โตโอ่อ่าตามสัดส่วนพื้นที่ ทว่าเน้นความเรียบง่ายหลีกหนีความหรูหรา และสำคัญที่เป็นบ้านประหยัดพลังงานของคู่ชีวิตสถาปนิก “วศินวรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์” และเจ้าของบริษัท ดีพีสตูดิโอ (dpstudio) ซึ่งมีทั้งงานออกแบบสถาปัตย์ งานด้านดีไซน์คอมมูนิเคชัน สื่อโฆษณาต่างๆ ซึ่งเปิดบ้านให้โพสต์ทูเดย์เยี่ยมเยียนเป็นรายแรก พร้อมพาชมทุกซอกทุกมุมและแนวคิดน่ารักๆ กับการใช้ชีวิตอยู่บ้านอย่างมีความสุข
วรรณศิริ หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อ “วีร์วิศ” ในบทบาทนักเขียน และอีกหลายงานที่เธอทำ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และงานด้านสื่อเว็บไซต์ที่มีมากมาย อาทิ http://www.artbangkok.com, http://www.atbangkok.com และด้วยความที่คนในบ้านนี้ต่างก็เป็นสถาปนิก แถมคุณพ่อสามียังเป็นสถาปนิกอีกด้วย ไอเดียในการสร้างบ้านหลังนี้จึงมีมากมาย แต่บทสรุปก็ลงตัวที่ยกอำนาจการตัดสินใจให้กับคุณวศิน
“ไอเดียเรามีไม่จบไม่สิ้นค่ะ และเราชอบเดินทาง ไม่อยากมีบ้านพื้นที่เยอะ ต้องดูแลเยอะ บ้านมีสนามหญ้าไม่อยากได้ ส่วนคุณพ่อก็บอกสร้างคอนโดไหม มีไอเดียมากมายหลากหลาย ในที่สุดก็ออกมาเป็นแบบนี้ เป็นบ้าน 3 ชั้นครั้ง เป็นปูนเปลือย ผนังเป็นกระจกเปิดได้หมด เพราะคุณวศินทำวิจัยเรื่องบ้านประหยัดพลังงานก็เลยนำมาใช้ เปิดกระจกหมดลมจะโฟลว์ทั้งบ้าน ไม่ได้เปิดแอร์เลย ข้างในทาผนังสีขาวเพื่อให้รีเฟล็กซ์แสง ไม่ต้องเปิดไฟจนถึงเย็น บ้านเรารับแสงรับลมเต็มๆ บางวันผีเสื้อบินว่อนในบ้าน ฝนสาดก็มี ฝุ่นก็มีบ้าง แต่เราไม่กังวลกับเรื่องพวกนี้ บ้านเราของไม่ได้มีเยอะ ทำความสะอาดง่าย”
แม้บ้านในฝันจะไม่ชอบบ้านหลังใหญ่และมีจำนวนชั้นมาก แต่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานของบ้านหลังนี้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันและหน้าที่การงานได้อย่างดี “เราก็ร่วมตัดสินใจ แต่เขาไม่เอา (หัวเราะ) และเราไม่ชอบยุ่งอะไรในตอนแรก จะมาบ่นตอนเขาสร้างไปแล้ว แต่ก็มีปรับให้เป็นชีวิตเราจริงๆ อย่างสนามหญ้าหน้าบ้านที่มีนิดหน่อย ก็เปลี่ยนเป็นเทปูนจะเหมาะกว่า ให้ดูแลง่าย สมัยเราอยู่ตึกแถวเคยฝันอยากมีบ้านมีสนามหญ้านะคะ แต่เอาเข้าจริงไม่เหมาะ พื้นที่สีเขียวให้เป็นต้นไม้ใหญ่ไปเลย ซึ่งต้นไม้เก่าเราไม่ตัดเลย ตอนก่อสร้างก็ทำให้ล่าช้าไปนิดหนึ่ง”
ในช่วง 23 ปีนี้ วรรณศิริได้มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ดังนั้น บ้านจึงมีทั้งพื้นที่ทำงาน พื้นที่ส่วนตัว และกิจกรรมพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก (ลูกสาวน้องวีร์ลูกชายน้องวิศ)
“หน้าบ้านจะมีแป้นบาส ซึ่งเล่นกันจริง วันไหนอารมณ์ไม่ดียังไงก็ออกไปชู้ตบาสกลางแดด (หัวเราะ) ผ่อนคลายอารมณ์ได้ และมีโต๊ะรับแขกสำหรับคนที่มาติดต่องาน ถัดมาชั้น 1 ทางซ้ายมือเป็นพื้นที่ออฟฟิศ แต่คนจะน้อยเพราะออฟฟิศเราให้ทีมงานทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมานั่งประจำ เว้นแต่มีประชุมหรือวาระสำคัญที่ต้องมากันพร้อมหน้า ด้านขวามีห้องน้ำรับแขก ถัดเข้ามาหน่อยก็เป็นพื้นที่ส่วนตัว มีประตูกระจกกั้น มี โต๊ะ เก้าอี้ นั่ง ซึ่งเป็นมุมที่ชอบมานั่งบ่อยเหมือนกันค่ะ ส่วนนี้ก็จะมีปลูกผักสวนครัว มีมะกรูด โหระพา กะเพรา ผักชีลาว และก็มีอุปกรณ์ออกกำลังกาย”
บันไดเชื่อมแต่ละชั้นนั้นอยู่นอกตัวบ้าน รับแดดรับฝนเต็มๆ แต่เจ้าบ้านบอกว่าต้องมีการผุพังตามเวลา แต่เป็นราคาที่ต้องจ่าย เดินขึ้นมาชั้น 2 เป็นส่วนของห้องนั่งเล่น ห้องครัว โต๊ะรับประทานอาหาร จะเห็นเคาน์เตอร์ปูนเปลือยในส่วนของครัวตั้งอยู่ในบ้าน ซ้ำยังไม่มีปล่องควันไฟ “ปัญหาเรื่องกลิ่นไม่มี อย่างที่บอกบ้านเราเปิดกระจกหมด ลมผ่านได้ดี และครัวที่เห็นทำกับข้าวกันจริงๆ ไม่มีไว้โชว์สวย และเป็นที่อยู่กันพร้อมหน้า เวลาทำกับข้าวทีก็ให้ลูกวิ่งลงไปเด็ดใบกะเพรา จากเคยซื้อแพงๆ ไม่กี่ก้าน 7 บาท ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ตรงนี้ช่วยประหยัดได้”
ถัดเข้ามาด้านในมีห้องน้ำ และฝั่งตรงข้ามเป็นห้องทำงานส่วนตัวของวรรณศิริ ที่มีผนังเป็นกระจกใส มองออกไปเห็นระเบียงกว้างที่มีกิ่งก้านใบของชงโคแผ่คลุมเกือบเต็มพื้นที่ให้ความร่มเย็น แลดูสบายตาและยังช่วยผ่อนคลายสายตายามทำงานได้อีกด้วย “เวลาทำงานส่วนตัว งานเขียน เขียนรูป ก็จะมาอยู่ห้องนี้ ส่วนระเบียงใช้เป็นพื้นที่ปาร์ตี้ได้ เวลาเพื่อนๆ มาก็จัดตรงนี้ได้อีกที่”
เดินขึ้นมาชั้น 3 เป็นโซนห้องนอนคุณลูกคนละห้อง คุณพ่อคุณแม่หนึ่งห้อง มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง แต่ห้องคุณพ่อคุณแม่แอบเก๋ ด้วยมีโซนอ่างอาบน้ำกลางแจ้งบนระเบียง ที่มองเห็นวิวรอบๆ ได้ และคนรอบๆ บ้านก็มองเห็นคนทางนี้ได้ด้วยเหมือนกัน ว้าว!! แต่มีแต่คุณผู้ชายใช้ซะส่วนใหญ่
ยังไม่หมดแรง เดินขึ้นไปอีกชั้น เป็นดาดฟ้ากว้าง ชั้นนี้เป็นกิจกรรมความบันเทิง สุขภาพ เรียกว่าเป็นพื้นที่แห่งความสุข มีนวมแขวนไว้ให้ชกมวยออกกำลังกาย โดยมีคุณพ่อเป็นผู้นำคนรักสุขภาพ ยามค่ำคืนมานั่งนอนนับดาวรับลมเย็นๆ สุขจริงๆ
เดินสำรวจครบทุกชั้น ที่สัมผัสได้ก็คือ ความโปร่งโล่งสบาย ทั้งอากาศและแสง เข้าตำราบ้านประหยัดพลังงานจริงๆ และที่สำคัญคือ ของประดับตกแต่งบ้าน ไม่มีของกระจุกกระจิกเลย ของทุกชิ้นจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ใช้งานได้จริงๆ ของชิ้นสวยๆ ที่มีไว้โชว์ราคาแพงแต่ไม่เกิดประโยชน์นั้นหาแทบไม่เจอ ซึ่งเจ้าบ้านบอกว่าจะมีก็แต่รูปภาพ ซึ่งเป็นงานศิลปะที่คนในครอบครัวสร้างสรรค์ขึ้นมา ที่ดูเหมือนใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ทว่ามีคุณค่าทางจิตใจมากๆ







