
พลังในความเงียบ
หากยกตัวอย่างสิ่งที่หายากในเมืองใหญ่มาสักหนึ่งข้อ ผมเชื่อว่าหนึ่งในนั้นน่าจะมี “ความเงียบ” ประกอบอยู่ด้วย
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
หากยกตัวอย่างสิ่งที่หายากในเมืองใหญ่มาสักหนึ่งข้อ ผมเชื่อว่าหนึ่งในนั้นน่าจะมี “ความเงียบ” ประกอบอยู่ด้วย
ความพลุกพล่านของเมืองที่เต็มไปด้วยรถยนต์และผู้คน ทำให้แทบทุกสถานที่เต็มไปด้วยสารพัดเสียงต่างๆ แทบจะตลอด 24 ชั่วโมง
เมืองทั้งเมืองดูคล้ายกับแผ่นเสียงที่หมุนวนอยู่บนจานเล่นและส่งเสียงผ่านลำโพงออกมาตลอดเวลา ขณะที่ความเงียบกลายเป็นสิ่งที่ใครหลายคนโหยหาและมักออกไปแสวงหาทุกครั้งที่มีโอกาส
บ้างก็ออกไปหาความเงียบในธรรมชาติ
บ้างก็ไปยังสถานที่อันสงบสักแห่งนอกเมือง
แต่บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าเสียงจากเมืองใหญ่ที่ดังก้องออกมาตลอดเวลานั้น เหมือนกับโรคระบาดชนิดหนึ่งที่แพร่มายังผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมือง
แม้จะโหยหาความเงียบ แต่เมื่อเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในเมือง เรากลับทำตัวเป็นผู้ที่ขาดเสียงไม่ได้
เมื่อขึ้นรถ บางคนมักจะเปิดเครื่องเสียงก่อนสิ่งอื่นใดหลังบิดกุญแจสตาร์ตเครื่องยนต์
เมื่อถึงบ้านบางคนมักกดรีโมตเปิดทีวีทันทีหลังจากปิดประตู
เมื่อต้องอยู่เพียงลำพังบางคนมักหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความพูดคุยกับผู้คนในโลกสังคมออนไลน์
แม้จะโหยหาความเงียบ แต่เมื่อมีโอกาสที่จะอยู่อย่างเงียบๆ เรากลับปฏิเสธโอกาสเหล่านั้น และเลือกที่หาบางสิ่งมายึดไว้เป็นเพื่อน
แท้จริงแล้ว อาจไม่ใช่เพราะเราไม่ต้องการความเงียบ แต่อาจเป็นเพราะว่าเราไม่อยากที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความโดดเดี่ยวให้รสชาติอันขมปร่าจนสุดจะบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำพร้อมๆ กับให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกจนชวนปวดร้าวถึงกระดูก
ใครบางคนที่ต้องจากบ้านเกิดมาใช้ชีวิตในแดนไกล ต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ไม่เคยรู้จัก และสังคมที่แปลกไปจากถิ่นฐานเดิม เล่าไว้ว่า สิ่งเดียวที่ทำให้ฤดูหนาวในต่างแดนหนาวเหน็บเกินกว่าปกติก็คือ ความโดดเดี่ยว แต่ก็น่าแปลกที่ความโดดเดี่ยวจากการที่ต้องอยู่เพียงลำพังคนเดียวท่ามกลางความเงียบนั้น กลับสร้างภูมิคุ้มกันบางอย่างขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์
ใครบางคนบอกว่า การอยู่ลำพังในความเงียบนั้นทำให้เราแข็งแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว...
ใช่หรือไม่ว่าอีกด้านของความเงียบ ความโดดเดี่ยว และการอยู่เพียงลำพังเป็นแหล่งพลังงานบางอย่างที่สามารถบ่มเพาะหัวใจของเราให้แข็งแรงขึ้น
ขณะเผชิญความเงียบงันเพียงลำพัง อาจทำให้รู้สึกราวกับมีเข็มหลายเล่มพุ่งเข้ามาแทงซ้ำๆ อยู่ในใจจนแทบจะทนไม่ไหว แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเจ็บปวดเหล่านั้นจะลดน้อยลง หากเราสามารถอดทนและก้าวผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ และที่สำคัญ การเผชิญกับความเงียบในครั้งต่อไปก็จะไม่เจ็บปวดเช่นในครั้งแรก
ในอีกมุมหนึ่ง ผมเชื่อว่า หลายๆ ช่วงในชีวิตคนเราจำเป็นต้องใช้ความเงียบ ความโดดเดี่ยว และการอยู่เพียงลำพัง เพื่อเรียนรู้และรู้จักตัวเองให้มากขึ้น รวมทั้งได้สอบทานความรู้สึกนึกคิดของตัวเราว่าเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงไรในช่วงเวลาที่ผ่านมา
อย่างน้อยการได้ทบทวนก็ทำให้เราเห็นข้อดีและข้อผิดพลาดในชีวิตที่กลายเป็นบทเรียนให้เราจดจำก่อนที่จะก้าวต่อไปในวันข้างหน้า
แม้ความเงียบจะเป็นสิ่งหายากในเมืองใหญ่ แต่ทุกๆ วันผมเชื่อว่า อย่างน้อยเราจะมีโอกาสชั่วขณะหนึ่งในการอยู่กับความเงียบเพียงลำพัง
ลองใช้โอกาสนั้นสร้างพลังให้กับตัวเองดูสิครับ...







