
รัก ลวง พราง
...อัคร เกียรติอาจิณ
อาจจะไม่ใช่ผู้กำกับคนโปรดของผมเท่าไหร่หรอก แต่ทุกครั้งที่
“อะตอม อีโกยาน” (Where the Truth Lies, The Sweet Hereafter) กลับมาก็มักสร้างความฮือฮาได้เสมอและความฮือฮาอันดับต้นๆ ที่แฟนหนัง (อย่างผม) จดจำได้ดี ก็คงไม่พ้น
“ฉากโป๊” (แบบมีคลาส) ซึ่งอาศัยเรือนร่างเซ็กซี่ของเหล่าดาราสาวสวยเป็นจุดสนใจนั่นเองนอกจากนั้น ประเด็นความรักอันแฝงด้วยความใคร่ ก็เป็นสิ่งที่ อะตอม อีโกยาน ไม่เคยลืม จะนำมาตีแผ่ในลีลาเร่าร้อนซ่อนเงื่อน จนบัดนี้ได้กลายเป็นลายเซ็นประจำตัวของเขาไปแล้ว
อีกหนึ่งผลงาน Chloe ที่ยังคงสไตล์ความรักร้อนๆ มีพล็อตที่ค่อนข้างจะหวือหวาอยู่ไม่น้อย และไม่ต่างไปจากเรื่องก่อนๆ เลย ตรงที่มันสามารถวัดกันได้ว่า คนชอบก็จะรักเต็มเปา คนเกลียดก็จะส่ายหน้า
ด้วยเนื้อหาที่แรง เลิฟซีนสุดเหวี่ยง แน่นอน...จึงทำให้หนังกลายเป็นที่ถูกจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะดาราที่มารับบทเด็ดดวง
จากสาวน้อยร้อยชั่งสู่สาวซ่อนร้าย
“อแมนดา ซายเฟรด” (Dear John, Mamma Mia!) สามารถกระชากใจหนุ่มๆ ชนิดทำเอาลมแทบจับ เพราะคาดไม่ถึงว่าเธอจะกล้าพลิกมาเล่นอะไรจะแจ้งเยี่ยงนี้เป็นการทุ่มเทแบบเปลืองตัว แต่ก็คุ้มค่าสำหรับดาราน่ารักที่จะเติบใหญ่ต่อไปในโลกมายา ที่สำคัญ บทโสเภณี
“โคลอี้” ได้พิสูจน์ให้ทุกคนประจักษ์ชัดว่า ไม่ใช่เธอจะมีดีที่แค่ความสวย แต่ฝีมือการแสดงก็อวดได้ไม่อายใครอีกคนที่ต้องพูดถึง คือ
“จูลีแอนน์ มัวร์” ไม่เสียยี่ห้อดารา (เคย) เข้าชิงออสการ์ (Far from Heaven, The Hours, The End of the Affair, Boogie Nights) เพราะเรื่องนี้เธอยังยอดเยี่ยมกับงานแสดงเรียบเฉย แต่ค่อยๆ เปล่งประกายเจิดรัศมีแบบไม่มีใครเทียบชั้นฟากดาราชาย แม้จะพยายามถูกใช้ประโยชน์ในฐานะตัวละครที่นำไปสู่การคลี่คลายปม แต่บอกตามตรงเลยว่า พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับไม้ประดับเลยจริงๆ (เออ...แต่เสร็จโคลอี้ทุกรายนะ อิจฉาอ่ะ)
อะตอม อีโกยาน ได้ให้น้ำหนักเรื่องราคะชัดเจนพอสมควร โทนหนังจึงออกมาท่ามกลางบรรยากาศยั่วยวนเกินงาม บ่อยครั้งดูจะเฝืออย่างไร้เหตุผล และบางฉากก็พรวดพราดขึ้นมาดื้อๆ ซะงั้น
ถึงอย่างนั้น เลิฟซีนที่ปรากฏก็ชวนให้รู้สึกลึกลับและมีความไม่ชอบมาพากลมากกว่าจะเป็นการเน้นย้ำอารมณ์วาบหวิวเพียงอย่างเดียว
ยิ่งเป็นเลิฟซีนระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง ถือว่าสะท้อนนัยสำคัญที่หนังได้รักษาระดับความเข้มข้นเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อสร้างความซับซ้อนในใจของตัวละครให้แก่คนดูฉงนกันไปใหญ่
โคลอี้ คือต้นตอวังวนแห่งตัณหา เธอเป็นดอกไม้ที่พร้อมให้ฝูงภมรดมดอม และเธอก็พร้อมจะโปรยเสน่ห์ร้ายใส่คนเพศเดียวกัน นั่นเพราะความสวยความสาวได้หลอมรวมเธอเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยดีกรีร้อนรุ่ม
ด้านหนึ่งของชีวิต โคลอี้กลับไม่ได้หรูหราดั่งนางฟ้า เธอต้องกัดฟันใช้เรือนร่างแลกเงิน เพื่อความสุขที่รออยู่ข้างหน้า ขณะเดียวกัน ปรารถนาที่ผู้หญิงอาภัพถวิลหา แท้จริงแล้วก็ไม่ใช่อะไรเลย แต่มันคือความรักอันเกิดจากใจพิสุทธ์ต่างหาก
มองเผินๆ Chloe อาจมีภาพลักษณ์ที่ออกจะเซ็กซี่อยู่มาก ทว่าเมื่อลองไล่เรียงลงเนื้อหาอย่างละเอียด ก็พบว่ามันคือหนังสำรวจจิตใจผู้หญิง ที่ผู้ชายหลายคนคงคาดไม่ถึงในสิ่งที่พวกเธอกำลังครุ่นคิดและตัดสินใจลงมือกระทำ
เช่นที่หนังพยายามนำเสนอมุมมองความรักที่หลากหลาย ไม่จะเป็น รสนิยมเรื่องเพศ หรือการแอบมีกิ๊ก ล้วนแล้วแต่บ่งชี้ว่า มันคือปริศนาลับสำหรับคนนอกตลอดกาล ตราบเท่าที่คำตอบนั้นยังถูกปิดงำอำพรางไว้
Chloe คงไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดของ อะตอมอีโกยาน แต่มันก็ถือเป็นความบันเทิงที่ทั้งยอกย้อนและยั่วเย้าในคราวเดียว หรือถ้าไม่คิดอะไรมาก อย่างน้อยๆ ความสวยเริดเฉิดฉายที่มีอยู่ในตัวตน อแมนดา ซายเฟรด พอจะช่วยให้หัวใจกระชุ่มกระชวยได้บ้างแหละ (อืม...แต่ว่าเจ๊ จูลีแอนน์ มัวร์ ไม่ไหวนะ ?!?)







